“พาณิชย์”เตรียมใช้โอกาสช่วงเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียน ซัมมิต ถกสหรัฐฯ ขอคืนสิทธิจีเอสพี

img
“พาณิชย์”เตรียมใช้โอกาสช่วงเป็นประธานการประชุมอาเซียน ซัมมิต เดือนพ.ย. เจรจาสหรัฐฯ ขอคืนสิทธิจีเอสพี ย้ำจะคุยด้วยเหตุด้วยผล ไม่เน้นตอบโต้ทางการค้า พร้อมระบุไม่เกี่ยวแบน 3 สารพิษ เหตุสหรัฐฯ แจ้งมาก่อนจะตัดจีเอสพีไทยช่วงปลายต.ค.หรือต้นพ.ย. เผยการถูกตัดสิทธิ ไม่ได้ทำให้เสียมูลค่าส่งออก 4 หมื่นล้าน ไทยยังส่งออกได้ปกติ แค่เสียภาษีสูงขึ้น คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 1.8 พันล้านบาท

นายกีรติ รัชโน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทยชั่วคราว และจะมีผลในอีก 6 เดือนข้างหน้าว่า กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอคืนสิทธิโดยเร็วที่สุด และไทยจะไม่ใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ากลับคืน แต่จะคุยกันด้วยเหตุด้วยผล เพื่อให้ได้มาซึ่งผลบวกต่อประเทศ โดยคาดว่าจะหารือกับสหรัฐฯ ในช่วงไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียน ซัมมิต ในเดือนพ.ย.2562 เพราะสหรัฐฯ จะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมกับอาเซียน รวมทั้งจะใช้เวทีเจรจาอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีทั้งการจัดคณะไปเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) หรือเชิญให้ยูเอสทีอาร์มาคุยที่ไทย หรือการใช้เวทีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) หารือด้วย

ทั้งนี้ การตัดสิทธิสินค้าไทย มีจำนวนรวม 573 รายการ แต่ไม่ได้หมายความว่าไทยจะส่งออกสินค้าดังกล่าวไปสหรัฐฯ ไม่ได้อีก หรือไทยจะสูญเสียมูลค่าการได้รับสิทธิไปทั้งหมด 40,000 ล้านบาท โดยไทยยังส่งออกไปได้เหมือนเดิม เพียงแต่สินค้าจากไทยไทยต้องเสียภาษีนำเข้าอัตราปกติ (MFN Rate) เฉลี่ย 4.5% คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 1,800 ล้านบาท จากเดิมที่ไม่เสียภาษีเลย

สำหรับสินค้าสำคัญที่จะถูกระงับสิทธิ เช่น มอเตอร์ไซค์ , แว่นสายตา, เครื่องจักรกล อุปกรณ์ไฟฟ้า, พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก, อาหารปรุงแต่ง, เคมีภัณฑ์, อุปกรณ์ทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า, ทองแดง, ผลิตภัณฑ์เซรามิก, เครื่องประดับ เป็นต้น โดยกลุ่มสินค้าที่ถูกเก็บอัตราภาษีสูงสุด คือ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และเครื่องครัวเซรามิก ที่ 26% ส่วนสินค้าที่ถูกเรียกเก็บอัตราภาษีต่ำสุด คือ เคมีภัณฑ์ ที่ 0.1%

นายกีรติกล่าวว่า การให้สิทธิจีเอสพีเป็นการให้เพียงฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ที่ให้กับประเทศกำลังพัฒนา ที่เข้าตามเงื่อนไขที่สหรัฐฯ กำหนด และมีหลักในการทบทวนการให้สิทธิอยู่แล้ว เช่น ระดับการพัฒนาประเทศ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองสิทธิแรงงาน การกำหนดนโยบายลงทุน การสนับสนุนสหรัฐฯ ในการต่อต้านการก่อการร้าย เป็นต้น หากประเทศที่ได้รับสิทธิ รวมถึงไทยไม่เข้าตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง หรือมีความสามารถในการส่งออกสินค้าจนเกินมูลค่าเพดานที่กำหนด สหรัฐฯ ก็อาจจะไม่ให้สิทธิ อย่างก่อนหน้านี้ ก็ได้ตัดสิทธิอินเดียไปแล้ว และต่อมาเป็นไทย

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีทั้งตัดสิทธิและคืนสิทธิสินค้าให้ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 ได้ตัดสิทธิสินค้าไทย และปี 2562 ก็เพิ่งจะคืนสิทธิให้ 7 รายการ ได้แก่ เลนส์แว่นตา, เห็ดทรัฟเฟิล, กล้วยไม้, ปลาดาบ, หนังดิบ, โกโก้และเครื่องดื่มช็อคโกแลต และเครื่องประกอบแรงดันไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ยืนยันว่า การตัดจีเอสพีไทยครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ไทยประกาศห้ามใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิด เพราะสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะประกาศการตัดสิทธิไทยในช่วงปลายเดือนต.ค. หรือต้นเดือนพ.ย. และกรมฯ ได้หารือกับภาคเอกชนให้เตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำให้หาตลาดใหม่รองรับ พร้อมกับต้องปรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งเชื่อว่า ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น ก็ตัดสิทธิจีเอสพีไทยมาแล้ว และผู้ส่งออกไทยก็หาตลาดอื่นรองรับได้

ในช่วง 8 เดือน ของปี 2562 (ม.ค.-ส.ค.) ไทยใช้สิทธิจีเอสพีส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ มูลค่า 3,234.38 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นการใช้สิทธิ 66.68% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าที่สหรัฐฯ ให้สิทธิไทย ขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 2561 มีมูลค่าการใช้สิทธิ 2,858.82 ล้านเหรียญสหรัฐ


“พาณิชย์”เตรียมใช้โอกาสช่วงเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียน ซัมมิต ถกสหรัฐฯ ขอคืนสิทธิจีเอสพี

ความคิดเห็น