เมาลดโลกร้อน สตาร์ทอัพจากนิวยอร์กเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นวอดก้าพรีเมียม

เมาลดโลกร้อน สตาร์ทอัพจากนิวยอร์กเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นวอดก้าพรีเมียม


Air Vodka
ผลิตภัณฑ์วอดก้าของบริษัท Air Co. ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีการกลั่นจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ //ขอบคุณภาพจาก: Air Co.
นวัตกรรมสู้วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate crisis) ก้าวหน้าไปอีกขั้น เมื่อสองหนุ่มอเมริกันใช้ทักษะวิชาเคมี คิดค้นวิธีกลั่นเหล้าวอดก้าจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สำเร็จ พร้อมก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพขายเหล้าวอดก้าสูตรลดโลกร้อน เป็นเจ้าแรกของโลก ตั้งเป้าต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปพร้อมๆกับพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆตอบโจทย์ตลาด
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักข่าว Forbes โดย Alexandra Wilson รายงานความก้าวหน้าล่าสุดในการช่วยลดสภาวะโลกร้อน เปิดเผยเรื่องราวของสองนักธุรกิจหนุ่มจากนิวยอร์ก Gregory Constantine และ Stafford Sheehan ที่ได้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ Air Co. มุ่งเน้นผลิตและจำหน่ายวอดก้าสูตรพิเศษที่กลั่นจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
รายงานระบุว่า วอดก้าที่กลั่นด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว 1 ขวด จะดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเป็นปริมาณราว 1 ปอนด์ หรือประมาณ 0.45 กิโลกรัมเลยทีเดียว โดยการผลิตวอดก้าด้วยวิธีนี้ยังต้องการเพียงแค่น้ำและแสงแดดเป็นวัตถุดิบเสริมในการกลั่นเท่านั้น และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้นคือ อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องมือในการผลิตวอดก้าสูตรพิเศษนี้ทั้งหมด ใช้ไฟที่ผลิตจากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงกลั่น ทำให้วอดก้าของ Air Co. ถือเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่นอกจากจะไม่สร้างรอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint) แล้ว ยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกด้วย
เบื้องหลังของนวัตกรรมสุดแหวกแนวดังกล่าว Constantine นักวิจัยด้านเคมีฟิสิกส์ ดีกรีดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยเยล ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของบริษัท เล่าว่า การคิดค้นกรรมวิธีการกลั่นวอดก้าจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเกิดจากการประสาน ทฤษฎีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (carbon dioxide conversion) ของตนเข้ากับ ทฤษฎีสังเคราะห์แสงเทียม (artificial photosynthesis) ที่ Sheehan หุ้นส่วนของเขาถนัดเข้าด้วยกัน  โดยสองคู่หูได้ใช้เวลาในการเก็บตัวคิดค้นวิจัยเทคโนโลยีการกลั่นวอดก้าจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นกว่า 2 ปี จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ และทั้งคู่ได้จดสิทธิบัตรเทคโนโลยีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
Constantine กล่าวว่า การกลั่นวอดก้าด้วยวิธีดังกล่าว นอกจากจะเป็นมิตรต่อโลกแล้ว ยังทำให้ได้วอดก้าคุณภาพสูง บริสุทธิ์ ปราศจากน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต จึงช่วยเสริมจุดเด่นให้วอดก้าสูตรพิเศษจากการกลั่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้ให้ขึ้นแท่นสินค้าระดับพรีเมียม
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ได้เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการลดรอยเท้าคาร์บอนจากการขนส่งผลิตภัณฑ์ของตนให้มากที่สุด วอดก้าสูตรพิเศษของบริษัทของตนจะเปิดขายในสเกลเล็กๆเฉพาะพื้นที่โรงกลั่นในเมืองนิวยอร์กเท่านั้น โดยในอนาคต คู่หูผู้ก่อตั้งบริษัท Air Co. วางแผนที่จะตั้งโรงกลั่นวอดก้าจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการขยายฐานธุรกิจให้เติบโตในระดับประเทศ และยังได้วางแผนต่อยอดธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ใช้เอทานอลเป็นวัตถุดิบเช่น น้ำหอม อีกด้วย
“ความตั้งใจดั้งเดิมของเราตอนที่เราตัดสินใจร่วมทีมกันคือ เราต้องการที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆในการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ใหญ่กว่ากรอบการวิจัยในห้องทดลอง และแม้ว่าเป้าหมายการคิดค้นกรรมวิธีกลั่นวอดก้าจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะฟังดูแล้วเป็นไปไม่ได้ แต่ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ” Sheehan กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ที่มา:GreenNews

ความคิดเห็น