Header Ads

Header ADS

“พาณิชย์”เปิดโพย 10 ธุรกิจดาวเด่นที่ยังเติบโตและมีการลงทุนเพิ่มในยุคโควิด-19 ระบาด

img

“พาณิชย์”เปิด 10 ธุรกิจดาวเด่น ที่เติบโตได้ดีและมีการลงทุนทำธุรกิจเพิ่มในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดรับกับการใช้ชีวิตยุค New Normal ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัย ธุรกิจทางการแพทย์ ฆ่าเชื้อโรค อีคอมเมิร์ซ แอปพลิเคชัน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การขนส่งสินค้า ขายส่ง ทำบัญชี
         
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ทำการสำรวจการเติบโตของธุรกิจในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ม.ค.-ก.ค.2563 พบว่ามีผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ได้หันมาทำธุรกิจที่สอดรับกับการใช้ชีวิตยุค New Normal มากขึ้น โดยพบว่ามีถึง 10 ธุรกิจ ที่มีการเติบโตและขยายตัวได้ดี ได้แก่ 1.ธุรกิจการผลิตสิ่งของเครื่องใช้ด้านสุขอนามัยหรือเภสัชกรรมที่ทำจากยาง 2.ธุรกิจการขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ 3.ธุรกิจการฆ่าเชื้อและกำจัด 4.ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ 5.ธุรกิจการขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 6.ธุรกิจการบริการทำความสะอาดทั่วไปของตัวอาคาร 7.ธุรกิจจัดทำซอฟต์แวร์ 8.ธุรกิจขนส่งสินค้าและพัสดุ 9.ธุรกิจการขายส่งสินค้าทั่วไป และ 10.ธุรกิจเกี่ยวกับบัญชีการทำบัญชีและการตรวจสอบบัญชี การให้คำปรึกษาด้านภาษี
         
สำหรับรายละเอียดการเติบโตของแต่ละธุรกิจ มีดังนี้ ธุรกิจการผลิตสิ่งของเครื่องใช้ด้านสุขอนามัยหรือเภสัชกรรมที่ทำจากยาง มีจำนวน 13 บริษัท เพิ่มขึ้น 1,200% (ม.ค.-ก.ค.2562 จำนวน 1 บริษัท) , ธุรกิจการขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ จำนวน 438 บริษัท เพิ่มขึ้น 150% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 175 บริษัท) , ธุรกิจการฆ่าเชื้อและกำจัด จำนวน 67 บริษัท เพิ่มขึ้น 37% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 49 บริษัท) , ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จำนวน 508 บริษัท เพิ่มขึ้น 35% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 377 บริษัท) , ธุรกิจการขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 150 บริษัท เพิ่มขึ้น 19% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 126 บริษัท)
        
ธุรกิจการบริการทำความสะอาดทั่วไปของตัวอาคาร จำนวน 123 บริษัท เพิ่มขึ้น 19% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 103 บริษัท) , ธุรกิจจัดทำซอฟต์แวร์ จำนวน 338 บริษัท เพิ่มขึ้น 15% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 294 บริษัท) , ธุรกิจขนส่งสินค้าและพัสดุ จำนวน 1,544 บริษัท เพิ่มขึ้น 10% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 1,400 บริษัท) , ธุรกิจการขายส่งสินค้าทั่วไป จำนวน 393 บริษัท เพิ่มขึ้น 8% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 365 บริษัท) และธุรกิจเกี่ยวกับบัญชีการทำบัญชีและการตรวจสอบบัญชี การให้คำปรึกษาด้านภาษี จำนวน 498 บริษัท ลดลง 5% (ม.ค.-ก.ค.62 จำนวน 524 บริษัท)   
         
“ธุรกิจที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโควิด-19 เช่น การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยที่ทำจากยางพารา เช่น ถุงมือยาง เภสัชภัณฑ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ที่เติบโตได้ดีมาก และยังมีกลุ่มอี-คอมเมิร์ซ ที่เติบโตสูง โดยคนปรับตัวและยอมรับการสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น การทำธุรกิจจัดทำซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน ที่ตอบสนองการทำงานอยู่บ้านและการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ก็เติบโต ขณะที่การขนส่งอาหาร เอกสาร และสิ่งของ เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ รวมถึงบริการทำความสะอาด ขายส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขายส่งสินค้าทั่วไป และธุรกิจเกี่ยวกับบัญชีการทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี และการให้คำปรึกษาด้านภาษี ที่ยังคงเติบโตได้ดี และไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19”นายวีรศักดิ์กล่าว
         
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการประกอบธุรกิจของภาคธุรกิจจะเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นและเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 เป็นต้นไป แต่ก็ต้องพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบที่ 2 ในประเทศ รวมทั้งผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกว่าจะเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้มากน้อยแค่ไหน

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.