Header Ads

Header ADS

“ทูตพาณิชย์ฮ่องกง”โปรโมตธุรกิจบริการสุขภาพ-ดูแลผู้สูงอายุ หวังดึงเข้ามาใช้บริการ

img

“ทูตพาณิชย์ฮ่องกง”จัดสัมมนาออนไลน์ โปรโมตธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพและธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของไทยให้ชาวฮ่องกง หวังแนะนำให้เป็นที่รู้จัก และดึงดูดให้เข้ามาใช้บริการ รองรับการเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้มีการเดินทางแบบ New Normal ในอนาคต  

นางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง เปิดเผยว่า สำนักงานฯ ได้จัดงาน Online Showcase ในรูปแบบ Webinar ธุรกิจบริการด้านสุขภาพและผู้สูงอายุของไทย เพื่อแนะนำและให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของไทยแก่ชาวฮ่องกง และนักธุรกิจฮ่องกงที่สนใจร่วมทุนและลงทุนแบบ B2B (Business to Business) และ B2C (Business to Consumer) ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปิดให้มีการเดินทางอย่างเสรีแบบ New Normal ได้อีกครั้ง เนื่องจากชาวฮ่องกงมีความสนใจในการย้ายถิ่นฐาน หรือการพักผ่อนระยะยาวในเมืองที่มีความสงบ ร่มรื่น แต่อาจจะมีข้อมูลที่ยังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ จึงเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้

“ผลการจัดงานปรากฏว่าได้รับความสนใจจากชาวฮ่องกงเป็นอย่างมาก และมีความสนใจที่จะเข้ามาใช้บริการธุรกิจบริการด้านสุขภาพ และธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุในไทย หลังจากได้รับการแนะนำและชี้แจงจากผู้เข้าร่วมงานฝ่ายไทย ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลและบริษัทที่มีชื่อเสียง 8 ราย เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ , โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท , อมันปุรี , ชีวาแคร์ และธัญญปุระ เป็นต้น”นางชณันภัสร์กล่าว

Mr.Bernard Chan ที่ปรึกษาผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และประธานสมาคมธุรกิจฮ่องกง–ไทย กล่าวว่า การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในฮ่องกง ถือเป็นโอกาสของไทย โดยคาดหวังว่าไทยจะสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ทั้งทางด้านมาตรฐานและการให้บริการ ตลอดจนทำให้ชาวฮ่องกงเชื่อมั่นในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ และบริการเพื่อสุขภาพ และยังมีโอกาสในการดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้น และเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างฮ่องกงกับไทย โดยปัจจุบัน มีชาวฮ่องกงจำนวนมากที่มีความต้องการเดินทางมาไทย แต่ต้องถูกจำกัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
         
Mr.Willy Lin ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ด้านการค้าประจำฮ่องกง (Honorary Trade Adviser) และประธาน Hong Kong Productivity Council (HKPC) กล่าวว่า ในมุมมองของชาวฮ่องกง ประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่ค้าที่สำคัญกับฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของชาวฮ่องกงด้วย
         
Mrs.Rebecca Choy ผู้ก่อตั้งและประธานของมูลนิธิ Golden Age Foundation กล่าวว่า การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการเกษียณอายุ และชาวฮ่องกงจำนวนมากพิจารณาการย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ หลังจากมีการผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และความกังวลทางการเมือง โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมาย ซึ่งการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ เต็มไปด้วยโอกาส และหวังว่าผู้ให้บริการของไทยจะรองรับได้ และเพียงพอสำหรับความต้องการ
         
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาอายุรศาสตร์ ผู้อำนวยการ Chersery Home โรงพยาบาลผู้สูงอายุ และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ในฐานะนายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย กล่าวว่า ปัจจุบันไทยติด 1 ใน 20 อันดับสูงสุด ด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี และอุตสาหกรรมด้านสุขภาพในไทยยังเติบโต 9-10% ต่อปี ซึ่งเป็นผลจากการสนับสนุนจากภาครัฐ และความสามารถในการแข่งขันด้านราคาค่าบริการ และคุณภาพการให้บริการ จึงเป็นโอกาสที่ชาวฮ่องกงจะเข้ามาใช้บริการในไทย
         
นายอธิ ดิษฐอำนาจ กงสุลจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง กล่าวว่า วีซ่าที่เหมาะสมกับการเข้าพักระยะยาวของชาวต่างชาติหลังจากเกษียณ คือ Retirement Visa หรือ Non-Immigrant Visa O-A หรือวีซ่าเกษียณอายุ เพื่อการพำนักในราชอาณาจักรระยะยาว 1 ปี และยังมีวีซ่าแบบใหม่ คือ MT : Medical Tourist Visa ที่ออกให้การเข้ารับการรักษาในไทยระยะยาว ที่อำนวยความสะดวกและไม่มีข้อจำกัดทางด้านอายุ รวมทั้งรัฐบาลไทยยังได้ให้สิทธิพิเศษในการเข้าไทยสำหรับผู้ที่ถือบัตรไทยแลนด์ อีลีท คาร์ดด้วย
         
รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานฯ ณ เมืองฮ่องกง มีกำหนดจัดงานครั้งต่อไป ในหัวข้อ Thailand’s Property Market ในวันที่ 15 ก.ย.2563 เวลา 14.30 น. (เวลาท้องถิ่นในฮ่องกง) โดยในงานนี้ นอกจากมี Mr.Bernard Chan และ Mr.Willy Lin เข้าร่วมแล้ว ยังมี Mr.Roger Wu ผู้ที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ และสื่อในฮ่องกง และมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของไทยเข้าร่วม ได้แก่ แสนสิริ , ยูนิเวนเจอร์ , อนันดา , อารียา , อมัน นายเลิศ และสมาคมอาคารชุดไทย เข้าร่วมด้วย

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.