Header Ads

Header ADS

DITP ปรับกลยุทธ์ทำงานสู้วิกฤตโควิด-19 ลุยปั้นผู้ส่งออกเลือดใหม่ รุกตลาดออนไลน์เต็มสูบ

img

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ปรับแผนกลยุทธ์การทำงานใหม่สู้วิกฤตโควิด-19 ทำแคมเปญสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทย เรียกความเชื่อมั่น ลุยพัฒนาผู้ประกอบการเป็นผู้ส่งออกรายใหม่ รุกตลาดออนไลน์ทุกรูปแบบ มอบทูตพาณิชย์เป็นเซลส์แมนนำเอกชนเจาะตลาด พร้อมตั้งเป้าไทยติดท็อป 5 ประเทศที่มีศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศภายในปี 70
         
นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ปรับแผนการทำงานและกลยุทธ์ในการส่งเสริมผลักดันการค้าระหว่างประเทศใหม่ เพื่อให้สามารถดำเนินได้ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ที่เกิดขึ้น หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 โดยมีแผนทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว ครอบคลุมการช่วยเหลือผู้ประกอบการ การผลักดันการส่งออกเป็นรายตลาด รายสินค้า และบริการ เพื่อให้ไทยยังคงสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นและแข่งขันได้ดีขึ้น 
         
โดยระยะสั้น จะเร่งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าไทยเป็นแคมเปญใหญ่ทั่วโลก เน้นเรื่องความเชื่อมั่น ความปลอดภัยจากโควิด-19 รุกกิจกรรมไฮบริด เน้นช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทั่วถึงทุกระดับ โดยเน้นพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย กลาง และเล็ก เกษตรกร เด็กรุ่นใหม่ ให้ทำการค้าระหว่างประเทศ และจะเริ่มให้บริการ 5.0 ที่ให้บริการด้านการค้าแบบครบวงจร

ส่วนระยะกลางและยาว จะเสริม Thaitrade.com ให้เป็นด่านหน้าออนไลน์ของสินค้าไทยอย่างเต็มรูปแบบ ผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่การค้าออนไลน์ ขายสินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ คัดสรรโปรดักส์แชมเปี้ยน เพื่อต่อยอดนโยบายเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด ก่อนผลักดันการส่งออก  

นอกจากนี้ ได้ปรับบทบาทการทำงานของผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ที่มีอยู่ 58 แห่งทั่วโลก ให้ทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนของประเทศ โดยทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทั้งการเร่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ การหาพันธมิตรทางการค้า การพัฒนาข้อมูลการค้าให้มีประสิทธิภาพและทันการณ์ และการหาช่องทางในการขยายตลาดเชิงลึก โดยการเจาะเป็นรายตลาด รายสินค้า และรายบริการ  

นายสมเด็จกล่าวว่า การปรับแผนการทำงาน มีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 5 (Top 5) ของเอเชียในด้านการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศ ภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่ไทยอยู่ในอันดับที่ 8 รองจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ อินเดีย ไต้หวัน และเวียดนาม โดยการไปสู่เป้าหมายดังกล่าว จะต้องเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ได้อย่างน้อยปีละ 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,000 ล้านเหรียญ ซึ่งกรมฯ มั่นใจว่าจะเป็นไปได้
         
ทั้งนี้ ในปี 2562 ไทยมีมูลค่าส่งออกสูงเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย และอันดับ 23 ของโลก ด้วยมูลค่า 245,344 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยอันดับ 1 คือ จีน มูลค่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ , อันดับ 2 ญี่ปุ่น 705,564 ล้านเหรียญสหรัฐ , อันดับ 3  เกาหลีใต้ 542,233 ล้านเหรียญสหรัฐ , อันดับ 4 สิงคโปร์ 390,421 ล้านเหรียญสหรัฐ, อันดับ 5 อินเดีย 324,218 ล้านเหรียญสหรัฐ , อันดับ 6 ไต้หวัน 305,066 ล้านเหรียญสหรัฐ อันดับ 7 เวียดนาม 264,267 ล้านเหรียญสหรัฐ  
         



น.ส.ประจงพร ตันมณี ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ได้จัดทำแคมเปญเชื่อมั่นประเทศไทย หรือ Trust Thailand เพื่อให้ผู้บริโภคในต่างประเทศมีความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทย ทั้งในด้านความปลอดภัย การมีคุณภาพ มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับและส่งออกได้เพิ่มขึ้น
         

น.ส.ณัฐิยา สุจินดา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมฯ ได้ปรับรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้าจากปกติเป็น Virtual Trade Show เพื่อทดแทนการจัดงานแสดงสินค้าที่ไม่สามารถจัดได้หรือจัดได้ไม่เต็มที่ โดยได้จัดไปแล้ว ได้แก่ งาน M.O.V.E. งานแสดงสินค้าเพื่อการเจรจาการค้า digital content ออนไลน์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และกำลังจะจัดงาน Thaifex-Anuga Asia 2020: The Hybrid Edition วันที่ 22-26 ก.ย.2563 โดยผู้ซื้อสามารถเข้าไปเดินดูคูหา 3D ได้เสมือนจริง และสามารถคลิกเข้าไปชม VDO แคตตาล็อกสินค้า รวมทั้งภาพสินค้าที่หมุนได้ 360 องศา สามารถติดต่อกับผู้ส่งออกไทยได้โดยตรงด้วยใช้ การ chat , teleconference เพื่อโชว์สินค้าผ่านจอ หรือฝากข้อความให้ติดต่อกลับ และยังมีการจัดนัดหมาย Online Business Matching และโปรแกรมเจรจาการค้าอื่นๆ ด้วย
         

นายประคัลร์ กอดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 1 กล่าวว่า ผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศยังไม่สามารถทำได้ กรมฯ จึงได้จัดกิจกรรมในรูปแบบ Mirror Mirror โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ และการจัดคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาการค้าในต่างประเทศ สู่รูปแบบใหม่โดยผู้ประกอบการไม่ต้องเดินทาง แต่จะส่งสินค้าตัวอย่างไปล่วงหน้า และจัดการเจรจาการค้าออนไลน์ ทำให้การเจรจาการค้ายังทำได้ ไม่มีการสะดุด โดยกำลังจะจัดกับจีนวันที่ 5-10 พ.ย.2563 ในงาน China International Import Expo ซึ่งกรมฯ จะเข้าร่วมใน 3 ส่วน ได้แก่ 1.Country Pavillion 2.อาหารจำนวน 40 บูธ 3.Consumer Product 40 บูธ โดยส่งสินค้าตัวอย่างล่วงหน้าเพื่อนำเสนอในงาน และจัดการเจรจาการค้าให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในประเทศไทย
         

นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กล่าวว่า การพัฒนาผู้ประกอบการส่งออก ได้เร่งให้ความรู้นักศึกษา เพื่อเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ เป้าหมาย 12,000 รายในปี 2564 ผลักดันพนักงานสายการบินแอร์เอเชียทำการค้าออนไลน์ และยังมีหลักสูตรช่วยผู้ประกอบการทำการค้าออนไลน์ การพัฒนาเทรนเนอร์เพื่อให้ไปสอนต่อ รวมถึงการทำหลักสูตรการค้าโดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น หัวเว่ย
         

นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและการบริการการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ได้เปิดให้บริการ DITP Service 5.0 ภายใต้แนวคิดบริการถูกใจ 5 เท่า ที่จะให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศครบจบในที่เดียว โดยสามารถใช้บริการผ่าน 3 เครื่องมือ คือ แอปพลิเคชัน DITP ONE , ระบบ  DITP Customer Journey ที่แนะนำเส้นทางลัดสู่ความสำเร็จจากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และระบบ DITP Trade Intel ที่จะใช้ AI ช่วยวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยง เพื่อประกอบการตัดสินใจทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.