Header Ads

Header ADS

ศูนย์พลังงานอาเซียนและสมาคมถ่านหินโลก ลงนามบันทึกความเข้าใจสร้างพันธสัญญาร่วมในพลังงานถ่านหินสะอาด


ศูนย์พลังงานอาเซียน (เอซีอี) และสมาคมพลังงานถ่านหินโลก (WCA) เซ็นสัญญาลงนามบันทึกความเข้าใจระยะเวลา 3 ปี ภายใต้ผู้นำคนใหม่ของทั้งสององค์กร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคอาเซียน

การลงนามดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งก่อนระหว่างเอซีอี และดับบลิวซีเอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความสำคัญของเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด เพื่อเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างมีเสถียรภาพและราคาไม่แพง สำหรับประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน

เอซีอี เป็นองค์กรระหว่างภาครัฐบาลมีตัวแทนจากประเทศสมาชิกในอาเซียน 10 ประเทศซึ่งแสดงความสนใจร่วมกันเกี่ยวกับภาคพลังงานที่ยั่งยืน ในขณะที่ดับบลิวซีเอ เป็นตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ของโลกซึ่งมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานจากถ่านหินอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตข้างหน้า

ดร. นุกิ อักยา อุทมา ผู้อำนวยการบริหาร เอซีอี กล่าวว่า "ในนามของเอซีอี ผมขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณดับบลิวซีเอ ที่ให้เราได้รับสิทธิพิเศษในการลงนามบันทึกข้อตกลงระยะเวลา 3 ปีกับดับบลิวซีเอ

เมื่อปีที่แล้วระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน (AMEM) ครั้งที่ 37 รัฐมนตรีได้รับทราบแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคและเน้นย้ำถึงความพยายามของอาเซียนในการส่งเสริมเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด รัฐมนตรียังสนับสนุนให้เร่งการปรับใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในภูมิภาคอาเซียน"

ถ่านหินเป็นทรัพยากรที่สำคัญอย่างหนึ่งในอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างโรงไฟฟ้าฐาน และประเทศในอาเซียนจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินและส่งเสริมนโยบายเพื่อเร่งการสร้างโรงไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในภูมิภาค"

ศูนย์พลังงานอาเซียนและสมาคมถ่านหินโลก ลงนามบันทึกความเข้าใจสร้างพันธสัญญาร่วมในพลังงานถ่านหินสะอาด

มิเชลล์ มานูก ประธานดับบลิวซีเอ กล่าวว่า "ในนามตัวแทนของดับบลิวซีเอ และสมาชิกของเรา พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลง 3 ปี ร่วมกับเอซีอี เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ประชาคมโลกจะได้รับการศึกษาจากองค์กรชั้นนำ อย่างเอซีอี ซึ่งอยู่ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการขาดแคลนการเข้าถึงพลังงาน และข้อดีของพลังงานที่มีราคาไม่แพง มีปริมาณมาก และเป็นพลังงานที่มีเสถียรภาพ"

ถ่านหินเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน และประชาคมโลกในหลายภาคส่วนยังไม่เข้าใจถึงความจำเป็นในเรื่องนี้ ความร่วมมือกับ ดร.นุกิ และทีมของเขา จะช่วยเราในการส่งเสริมโอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด"

ดร. นุกิ กล่าวต่อว่า " ขณะนี้อาเซียนกำลังพัฒนาแผนปฏิบัติการอาเซียนเพื่อความร่วมมือด้านพลังงาน (APAEC) ระยะที่ 2 ภายใต้แผนปฏิบัติการฯ อาเซียนจะยังคงรูปแบบเดิมของ APAEC 2016-2025 ซึ่งก็คือ การเสริมสร้างการเชื่อมต่อพลังงานและการรวมตลาดในอาเซียนเพื่อบรรลุความมั่นคงด้านพลังงาน ความสามารถในการเข้าถึง ความคุ้มค่า และความยั่งยืนสำหรับทุกคน" และเพิ่มหัวข้อย่อยใหม่คือ" การเร่งการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและการสร้างเสถียรภาพด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือ

ถ่านหินมีบทบาทสำคัญไม่เพียง แต่ในด้านความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนพลังงานไปสู่การจัดหาพลังงานที่ยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็สร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน ในปี 2558 สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในอาเซียนมีประมาณ 63 กิกะวัตต์ และคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าภายในปี 2583"

การร่วมมือกับดับบลิวซีเอถือเป็นก้าวต่อไปของอาเซียนในการเพิ่มประสิทธิภาพบทบาทของเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและลดการปล่อยมลพิษ

เราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับดับบลิวซีเอ เพื่อส่งเสริมบทบาทของเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มความตระหนักรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด และเพื่อวิจัย พัฒนาและสร้างนวัตกรรมของเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในอาเซียน"

มิเชล กล่าวเสริมว่า " ประเทศในอาเซียนมีสิทธิในแหล่งพลังงานราคาประหยัดและสร้างสังคมผ่านบทบาทสำคัญของถ่านหินในการผลิตเหล็กและปูนซีเมนต์ ไม่ใช่แค่เพียงถ่านหิน แต่เป็นเรื่องที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสะอาดไม่ว่าจะเป็นถ่านหินลม โซล่า และก๊าซ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะสร้างพลังงานที่ราคาไม่แพง และสร้างเสถียรภาพในภารผลิตพลังงานได้อย่างปลอดภัย

ถึงเวลาแล้วที่ภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล และนักลงทุน ต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความก้าวหน้าในการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้พลังงานสะอาด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ทำงานร่วมกับเอซีอี และรัฐบาลอาเซียนเพื่อสนับสนุนนโยบายที่ครอบคลุมด้านเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีทั้งหมด"

เกี่ยวกับ ASEAN Centre for Energy (เอซีอี)

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.