Header Ads

Header ADS

ไรมอน แลนด์ จับมือ ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ประเดิมเจ้าแรกร่วมโครงการ “Elite Flexible One”


                            ไรมอน แลนด์ จับมือ ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด

ประเดิมเจ้าแรกร่วมโครงการ “Elite Flexible One



กรุงเทพฯ  ไรมอน แลนด์ จับมือ ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ประเดิมเจ้าแรกเข้าร่วมโครงการ  “Elite Flexible One พ่วงอสังหาริมทรัพย์” คอนโดระดับลักซ์ชัวรี่ The Lofts Silom, The River และ                     The Diplomat 39 เดินหน้าเจาะตลาดลูกค้าต่างชาติ ภายใน 2 ปี มั่นใจช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ          กระตุ้นเศรษฐกิจชาติ

นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) ( RML) ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) เพื่อเป็นผู้แทนจำหน่ายบัตรสมาชิกพิเศษ Elite Flexible One   รายแรก ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในการขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น





โดย TPC ในฐานะผู้ดำเนินโครงการบัตรเอกสิทธิ์พิเศษชั้นนำของประเทศ ด้วยผลงานแห่งความสำเร็จ             ที่ผ่านมาจากการให้สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าในการอยู่อาศัยระยะยาวในประเทศไทย ร่วมกับการบริการอำนวยความสะดวกในการเข้าออก และการอยู่อาศัยในประเทศไทย ยังไม่รวมถึงเอกสิทธิทางด้านสิทธิประโยชน์ภาคธุรกิจ            และบริการต่าง ๆ จากเครือพันธมิตร เพื่อมุ่งเน้นให้สมาชิกได้รับบริการที่ดีที่สุด ไรมอน แลนด์ จึงมั่นใจในรากฐานทางธุรกิจอันแข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญของ TPC จะช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันในมิติใหม่ให้ประสบผลสำเร็จได้ด้วยดี

แม้ภาพรวมสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันจะยังไม่ปกติ แต่เชื่อว่าในปี 64 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว คาดว่าผู้ซื้อในและต่างประเทศจะทยอยเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยความน่าสนใจของราคาอสังหาริมทรัพย์ไทย     ในปัจจุบันที่มีราคาที่น่าดึงดูด และมีผลตอบแทนในการลงทุนที่สูง เมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นๆ  ประกอบกับศักยภาพของประเทศไทยมีความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านสาธารณสุข และการที่ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำหรับการลงทุนของนักธุรกิจทั่วโลก รวมถึงชาวต่างชาติที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะชาวจีน ที่มองหาบ้านหลังที่สองในประเทศที่มีความปลอดภัยและสาธารณสุขที่ดี จึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ เพียงแต่รอโอกาสเข้ามายังประเทศไทย เมื่อมีการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ



ทั้งนี้ ไรมอน แลนด์ วางแผนการตลาดเน้นเจาะฐานลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งจีน ฮ่องกง สิงค์โปร์ ยุโรป และอื่นๆ โดยการทำกิจกรรมการตลาดและการขายแบบเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แนะนำบัตรElite Flexible One ให้เป็นที่รู้จักผ่านการออกบูธแนะนำ และโฆษณาในสื่อต่างๆ ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดี

สำหรับเงื่อนไขและข้อตกลงโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ Elite Flexible One ผู้ยื่นคำขอสมัครสมาชิกจะต้องถือครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของ ไรมอน แลนด์ ซึ่งได้นำคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ร่วมรายการ 3 โครงการ อาทิ คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่The Lofts Silom, The River และ The Diplomat 39 มูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยทางไรมอน แลนด์ จะมอบสิทธิพิเศษการเป็นสมาชิกบัตรดังกล่าว ฟรีทันที พร้อมรับสิทธิประโยชน์ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าในการเข้า-ออกประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปี ( Privilege Entry Visa) รวมถึงเอกสิทธิ์ระดับ VIP ต่าง ๆ อาทิ บริการสนามบิน EPA & Premium Lane 12 ครั้งต่อปี, บริการสนามบิน (ห้องรับรองผู้โดยสารขาออกและรถยนต์ไฟฟ้า) 6 ครั้งต่อปี, ผู้ประสานงานส่วนบุคคล เป็นต้น

นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) กล่าวว่า บริษัทร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือโครงการบัตร "Elite Flexible One" เพื่อขยายการค้าการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมกับแต่งตั้งให้ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน)( RML) เข้าร่วมโครงการเป็นรายแรก




โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในการดึงให้กลุ่มนักธุรกิจ           นักลงทุนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขายโครงการ                   ได้เร็วขึ้น สร้างกระแสเงินสด และทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ด้วยดี รวมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจต่อภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ผ่านบัตรสมาชิก "Elite Flexible One"

“ไรมอน แลนด์ ในฐานะตัวแทนพันธมิตรองค์กรภาคเอกชนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพและจุดเด่นด้านการขายอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เพื่อขยายฐานลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกัน ซึ่งลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการให้บริการที่ดีที่สุดจาก TPC” นายสมชัยกล่าว



สำหรับเงื่อนไขการสมัครสมาชิกบัตร Elite Flexible One ผู้สมัครต้องมีการลงทุนในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในประเทศไทย โดยมีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งห้องชุดที่ซื้อนั้นจะต้องเป็นของผู้ประกอบการรายเดียวกัน หรือบริษัทเดียว แต่สามารถกระจายทำเลในการซื้อห้องชุดได้ ในกรณีที่ห้องชุดมีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท หรืออาจเลือกซื้อห้องชุดในโครงการเดียวกัน แต่ต้องมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยโปรแกรมพิเศษดังกล่าวจะมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1ม.ค. 64 และจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 65  โดยคาดว่าโครงการจะได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง

และผู้เป็นสมาชิกของ Thailand elite ได้สิทธิ์ในการเดินทางเข้าประเทศได้ง่ายและรวดเร็ว ผ่านทางโครงการ Tem-Q ที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ จาก ศบค ที่มีมาตรการรัดกุมและปลอดภัย รวมทั้งร่วมให้บริการ ASQ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับเม็ดเงินจากการใช้จ่ายของสมาชิก ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว 

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย 
(ททท.) กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ หยุดชะงัก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มากถึงร้อยละ22 จึงทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก (ข้อมูลจากสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก) ซึ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมด้านการตลาดและการท่องเที่ยวได้ดำเนินงานตามมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศของรัฐบาล ดังนี้



1. กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ เสริมสภาพคล่องทางการเงิน เกิดเป็นโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการ Amazing Thailand SHA โครงการเส้นทางคนโสด เป็นต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยออกไปใช้จ่าย ทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางมายังประเทศไทยได้ในช่วงโควิด-19 โดยมีตัวเลขคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 5 ล้านคน คิดเป็นรายได้ของประเทศที่หายไปประมาณ  2.5 แสนล้านบาท

            2. สร้างรายได้จากฐานนักท่องเที่ยว/นักธุรกิจชาวต่างชาติที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ซึ่งจากเป้าประสงค์ในข้อ 2 ประกอบกับมาตรการผ่อนปรนให้นักธุรกิจชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ทำให้ ททท. เล็งเห็นถึงโอกาสอันดีในการขยายสิทธิประโยชน์จากบัตรThailand Elite ซึ่งเป็นธุรกิจที่ ททท. ลงทุน และบริหารโดยบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด เพื่อดึงดูดให้กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุนชาวต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยผ่านโปรแกรมพิเศษ Elite Flexible One

โดยบัตร Elite Flexible One จะมอบให้แก่นักธุรกิจหรือนักลงทุนชาวต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการฯ กับบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ที่มีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งบัตรดังกล่าวจะมีสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิ วีซ่าประเภท Privilege Entryอายุ 5 ปี การใช้บริการผู้ช่วยส่วนตัวที่สนามบิน เป็นต้น โดย ททท. คาดว่าจะมีนักธุรกิจหรือนักลงทุนสนใจลงทุนโปรแกรมนี้อย่างน้อย 100ราย และมีเม็ดเงินลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมากกว่า1,000 ล้านบาท

สุดท้ายนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยภายหลังวิกฤตโควิด-19 ที่จะช่วย Rebound กระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ฟื้นกลับมาในระยะเวลาอันรวดเร็ว และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.