Header Ads

Header ADS

เงินเฟ้อธ.ค.63 ลบ 0.27% หดตัวต่ำสุดรอบ 10 เดือน ส่วนทั้งปีเป็นไปตามเป้าลด 0.85%

img

เงินเฟ้อธ.ค.63 ลบ 0.27% หดตัวต่ำสุดรอบ 10 เดือน ส่วนทั้งปีเป็นไปตามเป้าลด 0.85%

เงินเฟ้อธ.ค.63 ติดลบ 0.27% ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และหดตัวต่ำสุดในรอบ 10 เดือน หลังกลุ่มอาหารสดปรับตัวสูงขึ้น ได้แรงหนุนจากคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกัน ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น แต่ยังถูกฉุดโดยกลุ่มพลังงาน ส่วนเงินเฟ้อทั้งปี 63 ติดลบ 0.85% เหตุเจอโควิด-19 และการท่องเที่ยวลดลง ทำการบริโภคหดตัว ระบุปี 64 ตั้งเป้าบวก 1.2% มีค่าเฉลี่ย 0.7-1.7%
         
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนธ.ค.2563 เพิ่มขึ้น 0.15% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2563 และลดลง 0.27% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.2562 ถือเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และหดตัวน้อยสุดในรอบ 10 เดือนนับจากมี.ค.2563 โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้ากลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ กำลังซื้อของเกษตรกรดีขึ้น จากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ทำให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มพลังงานยังเป็นตัวฉุด แม้ราคาจะลดลงไม่มาก แต่ก็ลดอยู่ และยังได้ผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ทั้งคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกันที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภค
         
ส่วนเงินเฟ้อทั้งปี 2563 ลดลง 0.85% อยู่ในคาดการณ์ที่ตั้งไว้ที่ติดลบ 1.5% ถึงลบ 0.7% โดยปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อทั้งปีติดลบ มาจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความต้องการบริโภคสินค้าชะลอตัว จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง ขณะเดียวกัน ได้รับผลดีจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ทั้งการปรับลดราคาสินค้าตลอดทั้งปี การดูแลค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม เป็นต้น
        
สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนธ.ค.2563 เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2563 เพิ่มขึ้น 0.05% และเทียบกับธ.ค.2562 เพิ่มขึ้น 0.19% เฉลี่ยทั้งปี 2563 เพิ่มขึ้น 0.29% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสินค้ายังมีการเคลื่อนไหว และราคาปรับตัวสูงขึ้น เพราะได้หักสินค้าที่มีความผันผวน ทั้งกลุ่มอาหารและพลังงานออกไป
         
“เงินเฟ้อทั้งปี 2563 ติดลบต่อเนื่อง 10 เดือน เข้าข่ายเป็นเงินฝืดในทางทฤษฎี แต่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเงินฝืด เพราะในเชิงเศรษฐกิจ สินค้าและบริการส่วนใหญ่ยังมีราคาสูงขึ้น แต่ถูกฉุดโดยราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แม้จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปี และยังได้ผลดีจากมาตรฐานรัฐ ที่ดูแลทั้งราคาสินค้า ค่าสาธารณูปโภค ทำให้ไม่มีการปรับขึ้นราคา”น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว
         
น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในปี 2564 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ที่จะส่งผลกระทบทำให้การบริโภคชะลอตัว แต่ราคาสินค้ายังเป็นปกติ ไม่มีการกักตุนสินค้า อาจจะมีปัญหาเรื่องการขนส่งบ้างในบางพื้นที่ และราคาน้ำมันคาดว่าจะยังทรงตัว โดยประเมินเงินเฟ้อไตรมาสแรก จะติดลบไม่เกิน 0.5% แต่ไตรมาส 2 ,3 และ 4 จะกลับมาเป็นบวกได้ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง การส่งออกดีขึ้น การมีวัคซีน และการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ส่งผลให้คาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีบวก 0.7–1.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2%
         
ทั้งนี้ เป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2564 มีสมมุติฐานจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อยู่ที่ 3.5-4.5% น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.