Header Ads

Header ADS

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ประกาศผลงานสิ้นปี’63 คว้ารายได้ตามเป้ารวม 2 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของ ‘One Platform’ อสังหาฯ ครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืน


เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ประกาศผลงานสิ้นปี’63 คว้ารายได้ตามเป้ารวม 2 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของ ‘One Platform’ อสังหาฯ ครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืนเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ประกาศผลงานสิ้นปี’63 คว้ารายได้ตามเป้ารวม 2 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของ ‘One Platform’ อสังหาฯ ครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืน

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ประกาศผลงานสิ้นปี’63 คว้ารายได้ตามเป้ารวม 2 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของ ‘One Platform’ อสังหาฯ ครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืน


  • เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสร้างผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจในปี 2563 ประกาศผลประกอบการรอบ 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม 2563) มีรายได้รวมทั้งสิ้น 20,016 ล้านบาท รุกเดินหน้าธุรกิจตามกลยุทธ์ ‘One Platform’ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมรับมือกับความท้าทายและความไม่แน่นอนทางธุรกิจ
  • เพิ่มความสามารถในการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ด้วยการบริหารพอร์ตฯอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ที่ครอบคลุมประเภทที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ทำให้ในปีที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังคงสามารถสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง 
  • การผนึก 3 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ศักยภาพสูงไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน ช่วยให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย สามารถบริหารจัดการต้นทุนในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯมีความมั่นคงด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะทำให้มีความพร้อมที่จะเข้าลงทุนหรือขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
  • พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่จ่ายในอัตราหุ้นละ 0.46 บาท 

กรุงเทพฯ 4 กุมภาพันธ์ 2564

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” ผู้นำบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของประเทศไทย ประกาศบรรลุเป้าหมายรายได้สำหรับปี 2563 ที่จำนวนรายได้รวม 20,016 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม 2563) พร้อมเดินหน้าธุรกิจตามกลยุทธ์ ‘One Platform’ ที่ได้รวมทรัพยากรองค์กร ความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ จากทั้งกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนั้นยังทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่งพร้อมรับมือกับความท้าทายในรูปแบบต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ประกาศผลงานสิ้นปี’63 คว้ารายได้ตามเป้ารวม 2 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของ ‘One Platform’ อสังหาฯ ครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืน

นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country Chief Executive Officer) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การผนึกรวมทุกกลุ่มธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันตามกลยุทธ์ One Platform ได้เกิดขึ้นในจังหวะที่ถูกต้องและเหมาะสม ด้วยพอร์ตโฟลิโออสังหาฯครบวงจรที่ครอบคลุมอสังหาฯ ทั้ง3ประเภท ทำให้ FPT สามารถกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี และมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยการมีรายได้จากหลายทาง ช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯมีความพร้อมที่จะรับมือกับความความท้าทายและความไม่แน่นอนทางธุรกิจ พร้อมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างจุดแข็งให้ FPT มีความโดดเด่นและแตกต่างจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นในประเทศ เรามั่นใจว่า ด้วยศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการขององค์กร รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องในปี 2564”

ในภาพรวมของปี 2563 ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 FPT ยังคงสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถรักษาระดับรายได้รวมในรอบ 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม 2563) ในอัตราคงที่จำนวน 20,016 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 2,978 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 12.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สืบเนื่องจากการมีพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมกลุ่มสินทรัพย์หลายประเภท ทำให้สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง และการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ จึงสามารถลดต้นทุนลงจำนวน 218 ล้านบาทในไตรมาสล่าสุด ส่งผลให้ในปี 2563 บริษัทฯ สามารถประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากอัตราเงินปันผลปีก่อนหน้าที่จ่ายในอัตราหุ้นละ 0.46 บาท

กลุ่มธุรกิจ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม” มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-ธันวาคม 2563) อยู่ที่ 14,112 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูงขึ้นที่ร้อยละ 4 และสภาพตลาดอสังหาฯเพื่อที่อยู่อาศัยมีดีมานด์ลดลงอยู่ที่ร้อยละ 30 ทั้งนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม มียอดพรีเซลล์โครงการมูลค่ารวม 31,400 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมของตลาดอสังหาฯเพื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาสที่ผ่านมายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้ว่าจะอยู่ระหว่างสถานการณ์โควิด-19 ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม นับเป็นผู้นำอันดับ Top 5 ของประเทศสำหรับกลุ่มธุรกิจเพื่อที่อยู่อาศัย มีโครงการที่พักอาศัยคุณภาพสูงรวม 60 โครงการในหลายทำเล พร้อมยังคงสร้างความคืบหน้าสำหรับโครงการใหม่อีก 6 แห่ง โดยเมื่อเสร็จสิ้น ทางกลุ่มฯจะมีโครงการพักอาศัยคุณภาพสูงในหลายทำเล รวมทั้งสิ้น 66 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 82,000 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล” บันทึกรายได้ประจำจากค่าเช่าพื้นที่จำนวน 1,755 ล้านบาทในรอบ 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม 2563) โดยในไตรมาสสุดท้าย มีรายการขายสินทรัพย์มูลค่ากว่า 2,343 ล้านบาทให้แก่กองทรัสต์ FTREIT ในภาพรวม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล ยังคงได้รับอานิสงค์ต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่สนับสนุนให้ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน ที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องด้วยผู้บริโภคหันมาจับจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์สูงขึ้นจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่สูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 83 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 นอกจากนี้ ทางกลุ่มฯยังเห็นสัญญาณตอบรับที่ดีจากผู้ผลิตของแบรนด์ชั้นนำระดับสากลที่ต้องการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเดินหน้าทำสัญญาได้หลังจากสถาณการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง

กลุ่มธุรกิจ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล” เผยรายได้รอบ 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม 2563) จำนวน 874 ล้านบาท โดย ณ 31 ธันวาคม 2563 มีอัตราการเช่าโดยรวมของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 90 ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน เนื่องจากมีกลุ่มผู้เช่าหลักเป็นบริษัทชั้นนำระดับสากลและบริษัทแถวหน้าของประเทศไทยที่มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง 

นอกจากนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล ยังคงเดินหน้าปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยยกระดับความปลอดภัยในศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ และอาคารสำนักงานทุกแห่งของกลุ่ม ด้วยการบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน การใช้เทคโนโลยี Touchless เพื่อเลี่ยงการสัมผัส การรักษาระยะห่างอย่างเข้มงวด รวมถึงเพิ่มการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องมากขึ้นเพื่อช่วยสร้างความตระหนักและย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัย


ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.