Header Ads

Header ADS

ประกันรายได้ “ปาล์ม” มีไว้ เพื่ออุ่นใจ

img

ประกันรายได้ “ปาล์ม” มีไว้ เพื่ออุ่นใจ

โครงการประกันรายได้ ปีที่ 2 สำหรับสินค้าเกษตร 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครบหมดทุกตัวแล้ว
         
โดยปาล์มน้ำมัน เป็นตัวล่าสุด ที่ ครม. เพิ่งมีมติอนุมัติโครงการ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2564 ที่ผ่านมา

ส่วนการจ่ายเงินส่วนต่าง ได้มีการจ่ายไปแล้ว 4 ชนิด มีข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยางพารา เหลือก็แต่ปาล์มน้ำมัน ที่ยังไม่มีการจ่ายส่วนต่าง

เพราะปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเกษตรในโครงการประกันรายได้ตัวเดียว ที่ราคายังสูงกว่าราคาประกันรายได้ โดยปัจจุบันราคาปรับตัวสูงขึ้นทะลุกิโลกรัม (กก.) ละ 7.50 บาท

ขณะที่ราคาประกันรายได้อยู่ที่ กก.ละ 4.00 บาท

หากถามว่า ในเมื่อราคาสูงเช่นนี้ ทำไมถึงต้องมีโครงการประกันรายได้อีก ก็เพราะต้องการให้มี “หลักประกัน” ให้กับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม
         
“ราคาที่สูงขึ้น ถือเป็นผลดีกับชาวสวนปาล์ม ที่ขายผลผลิตและมีรายได้สูงขึ้น แต่เพื่อให้มีหลักประกันไว้รองรับ กรณีที่ราคาปาล์มปรับตัวลดลง ก็ต้องมีโครงการประกันรายได้เอาไว้ยัน แต่มั่นใจว่า ปีนี้ ราคาปาล์มจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง”นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เคยกล่าวถึงเหตุผลเอาไว้ 
        
ทั้งนี้ ปาล์มน้ำมัน ถือเป็นพืชเกษตร ที่นับว่าโชคดี เมื่อเทียบกับอีก 4 ชนิดที่เหลือ อย่างโครงการปีแรก ก็มีการจ่ายส่วนต่างไม่กี่งวด จากนั้น ราคาก็ทะยานขึ้นต่อเนื่อง
         
โครงการประกันรายได้ปีแรก มีการจ่ายส่วนต่างในงวดที่ 1 และ 2 พอมางวดที่ 3-5 ไม่ต้องจ่าย มาจ่ายอีกครั้งงวดที่ 6-10 แต่งวดที่ 11-13 ไม่ต้องจ่าย
         
สรุปโครงการปีแรก ที่ดำเนินการตั้งแต่ 1 ต.ค.2562 ถึง 30 ธ.ค.2563 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จ่ายเงินประกันรายได้ให้ชาวสวนปาล์มจำนวน 378,892 ครัวเรือน วงเงิน 7,221.21 ล้านบาท คิดเป็น 55.55% ของวงเงินชดเชยส่วนต่างรายได้ให้เกษตรกรที่ตั้งไว้ 13,000 ล้านบาท
         
ถือเป็นการ จบโครงการปีแรก แบบที่รัฐยังมีเงินเหลือ เพราะไม่ต้องจ่ายชดเชยมาก จากการที่ราคาเมื่อตกต่ำ ก็ต่ำกว่าราคาประกันรายได้ไม่มาก
          สำหรับโครงการประกันรายได้ปีที่ 2 ยังคงเงื่อนไขเหมือนเดิม คือ ประกันรายได้ที่ราคา กก.ละ 4.00 บาท เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%
         
มีวงเงินที่ขออนุมัติ จำนวน 8,807.54 ล้านบาท สำหรับการดำเนินโครงการในปี 2564
         
เบื้องต้น ได้ขอรับการจัดสรรวงเงินงบประมาณค่าชดเชยส่วนต่างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มเอาไว้ 4,500 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชาวสวนปาล์ม
         
ปัจจุบัน แม้ราคาผลปาล์มสด จะอยู่สูงที่ระดับ กก.ละ 7.50 บาท แต่ขณะนี้ผลผลิตกำลังจะเริ่มออกสู่ตลาดมาก คาดว่า จะเริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.2564 เป็นต้นไป
         
ตอนนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อราคาบ้าง แต่กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า “ราคาไม่น่าจะผันผวน หรือตกลงอย่างรวดเร็ว”
         
ปัจจัย ที่จะทำให้ราคาผลปาล์มสด ยังคงทรงตัวได้ในระดับสูง ก็คือ ยังมีความต้องการน้ำมันปาล์มดิบไปใช้ผลิตไบโอดีเซล และทำน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค
         
ขณะที่การส่งออก ที่เดิมเคยอนุมัติให้มีการผลักดันส่งออก 3 แสนตัน จนถึงมี.ค.2564 โดยรัฐสนับสนุนค่าบริหารจัดการ ก็ได้สั่งหยุดไปแล้ว
         
ที่สำคัญ สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ ที่เคยมีอยู่สูง จากที่เกิน 3 แสนตันในเดือนพ.ย.2563 ก็ลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 2 แสนตันในเดือนธ.ค.2563 และล่าสุด ม.ค.2564 สต๊อกเหลือแค่ 1.4 แสนตัน
         
ถือว่า ต่ำกว่าระดับปลอดภัยที่ควรจะมีที่ 2.5 แสนตัน
         
จึงไม่ต้องกังวล แม้ผลผลิตจะออกมามาก จะกระทบราคามาก เพราะมีความต้องการมากเช่นเดียวกัน
         
แต่ถ้าเกิด ราคาตกต่ำลงมาจริงๆ ก็ยังมี “โครงการประกันรายได้” รอช่วยอยู่
         
“จุรินทร์” จัดให้ไว้แล้ว
 
ซีเอ็นเอ

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.