Header Ads

Header ADS

“พาณิชย์”แจ้งข่าว เปิดด่านชายแดนเพิ่มเป็น 46 แห่ง หนุนการขนส่ง-การค้าขาย

img

“พาณิชย์”แจ้งข่าว เปิดด่านชายแดนเพิ่มเป็น 46 แห่ง หนุนการขนส่ง-การค้าขาย

กรมการค้าต่างประเทศแจ้งสถานการณ์เปิดด่านชายแดน เพื่อขนส่งสินค้า ล่าสุดถึง 1 เม.ย.64 เปิดเพิ่มอีก 6 แห่ง รวมเปิดแล้ว 46 แห่ง จาก 97 แห่งทั่วประเทศ คาดส่งผลดีต่อการขนส่งสินค้าและการค้าชายแดน เผย “จุรินทร์”เตรียมลงพื้นที่ ผลักดันเปิดด่านบ้านท่าเส้น ขยายการค้าไทย-กัมพูชา ส่วนยอดการค้าชายแดนและผ่านแดน 2 เดือนปี 64 ทำได้มูลค่า  242,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.60%
         
นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเปิดทำการจุดผ่านแดน เพื่อการขนส่งสินค้า ณ วันที่ 1 เม.ย.2564 ว่า ไทยเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้าทั้งสิ้น 46 แห่ง จากที่มีอยู่ 97 แห่งทั่วประเทศ โดยเพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนก.พ.2564 จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วยด้านชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดตราด 1 แห่ง คือ 1.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง และด้านชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน 5 แห่ง คือ 1.จุดผ่อนปรนการค้าห้วยต้นนุ่น 2.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านเสาหิน 3.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ 4.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้ง และ 5.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านน้ำเพียงดิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านและทำให้ยอดการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมา จากการติดตามพบว่ายังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ประกอบการไทยยังคงสามารถทำการขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนไทย-เมียนมาได้ตามปกติ
         
นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการจะลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าในการยกระดับช่องทางธรรมชาติบ้านท่าเส้นเป็นจุดผ่านแดนถาวร เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้าขายกับกัมพูชา พร้อมทั้งจัดประชุมร่วมภาครัฐและภาคเอกชนภาคตะวันออก เพื่อรับฟังปัญหาและหาทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 9 เม.ย.2564 แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 จึงได้เลื่อนออกไปก่อน และจะกำหนดวันลงพื้นที่ต่อไป 
         
สำหรับสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ซึ่งมีตัวเลขล่าสุด 2 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 242,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.60% เป็นการส่งออก 141,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.64% และนำเข้า 101,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.18% ได้ดุลการค้า 39,543 ล้านบาท
         
ทั้งนี้ หากแยกเฉพาะการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) มีมูลค่า 140,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.06% โดยมาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 91,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.17% รองลงมาคือ สปป.ลาว มีมูลค่าการค้ารวม 91,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.95% กัมพูชา มีมูลค่าการค้ารวม 30,811 ล้านบาท ลดลง 4.80% และเมียนมา มีมูลค่าการค้ารวม 28,294 ล้านบาท ลดลง 7.85% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล รถยนต์นั่ง และน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ กัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เมียนมา ได้แก่ น้ำมันดีเซล เครื่องเทศและสมุนไพร และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์
         
ด้านการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปตลาดจีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ มีมูลค่ารวม 101,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.93% โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 42,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.44% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มีมูลค่าการค้ารวม 16,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.61% เวียดนาม มีมูลค่าการค้ารวม  10,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.44% และประเทศอื่นๆ มีมูลค่าการค้ารวม 33,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.56% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา และผลิตภัณฑ์ยาง สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด และสินค้าปศุสัตว์อื่นๆ

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.