Header Ads

Header ADS

FPI ส่งซิกผลงานไตรมาสแรกสัญญาณดี ทยอยรับรู้ Backlog หนากว่า 700 ลบ.

FPI ส่งซิกผลงานไตรมาสแรกสัญญาณดี ทยอยรับรู้ Backlog หนากว่า 700 ลบ. รุกธุรกิจใหม่ดีไซน์รถยนต์ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ดันมาร์จิ้นเพิ่ม

บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) ประเมินผลงานในไตรมาส1/64 มีทิศทางที่ดีขึ้น มีงานในมือรอรับรู้รายได้(Backlog)กว่า 700 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ปีนี้กว่า 50% ทั้งคาดธุรกิจในประเทศอินเดียฟื้น ล่าสุดมีออเดอร์ใหม่เข้าเพียบ ฟาก”สมพล ธนาดำรงศักดิ์” กรรมการผู้จัดการ ประเมินหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ฟื้นตัวเร็ว มั่นใจผลงานปีนี้เข้าเป้าโต 15% เดินหน้ารุกขยายธุรกิจใหม่ดีไซน์รถยนต์ โดยใช้เทคโนโลยี 3D Printing เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ดันมาร์จิ้นเพิ่ม

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI เปิดเผยว่าภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส1/2564 มีทิศทางที่ดีขึ้นหากเทียบจากสิ้นปี 2563 หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ได้เร็ว ทำให้มีคำสั่งซื้อทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้กว่า 700 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ปีนี้ประมาณ 50%

ส่วนหนึ่งมาจากโรงงานในประเทศอินเดียเริ่มกลับมาผลิตส่งมอบได้ตามปกติ หลังจาก Projectเลื่อนการส่งมอบกว่า 1ปี ทำให้ยอดขายในอินเดียปีที่แล้วหลุดยอดกว่า 200ล้านรูปี และในปี2021 ในช่วงต้นปี ได้รับprojectใหม่ล่าสุดจาก SUZUKI อีกกว่า 160ล้านรูปี ซึ่งคาดว่ารายได้จาก FPI Indiaจะเติบโตอย่างมากเมื่อเทียบกับปี2020ที่ผ่านมา

สำหรับงาน OEM ในประเทศ บริษัทได้ความไว้วางใจจากค่ายรถMitsubishi ให้เป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ชุดแต่งให้กับค่าย Mitsubishi และได้รับ project แรกที่เป็นFirst tier จากค่าย Mitsubishi ประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งถือว่าป็นจุดเริ่มต้นที่จะได้รับคำสั่งซื้อมากขึ้นในอนาคต

“ในปี 2564 บริษัทฯ มั่นใจว่าจะกลับมาเทิร์นอะราวด์ และผลักดันรายได้ให้เติบโตประมาณ 15% ตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากในไตรมาสแรกปีนี้ แต่ละธุรกิจของบริษัทฯ เริ่มฟื้นตัว และมีคำสั่งซื้อทยอย เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอินเดีย น่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันรายได้มากขึ้น ประกอบกับ ราคาจำหน่ายสินค้าชิ้นส่วนรถยนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ10% เนื่องจากวัตถุดิบทางการผลิต ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก,เหล็กมสารเคมี,สี และPackagingปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทโชคดีที่ได้ทำการสั่งซื้อสารเคมีและเม็ดพลาสติก1ปีล่วงหน้า ทำให้บริษัทน่าจะมีกำไรเบื้องต้นเพิ่มขึ้นประมาณ5%

เขากล่าวอีกว่าบริษัทฯ มีแผนจะรุกขยายธุรกิจใหม่ 2 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจประเภท ดีไซน์รถยนต์ หรือการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของรถยนต์ โดยใช้เทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะตลาดรถหรู โดยบริษัทฯ มีแผนจะเจาะลูกค้าระดับบน เพราะหลังจากทดลองผลิตไปแล้วได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมทั้งมีแผนจะรุกธุรกิจให้คำปรึกษาในการด้านพลังงาน และนวัตกรรม เพื่อสร้างความยั่งยืน สามารถช่วยลดต้นทุนในการผลิตให้กับลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม คาดว่าธุรกิจใหม่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.