Header Ads

Header ADS

“พาณิชย์”ขอจีนอำนวยความสะดวกส่งออกผลไม้ เร่งขึ้นทะเบียนโรงงานข้าว ไก่ รังนก

img

“พาณิชย์”ขอจีนอำนวยความสะดวกส่งออกผลไม้ เร่งขึ้นทะเบียนโรงงานข้าว ไก่ รังนก

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศใช้เวทีประชุมคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการค้าอย่างไรอุปสรรค ขอจีนช่วยเพิ่มความสะดวกในการส่งออกผลไม้ผ่านด่านโหย่วอี้กวน เปิดด่านท่าเรือกวนเหล่ยให้ขนสินค้าได้โดยเร็ว พร้อมให้เร่งขึ้นทะเบียนโรงงานแปรรูปข้าว ไก่ รังนก ที่คำขอค้างอยู่ ประเมินความปลอดภัยเนื้อสุกร โค รักนกแดง เชื่อมเขตเศรษฐกิจเชียงของ กับบ่อเต็น บ่อหาน ด้านจีนขอปรับใช้ใบ CO เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ ชวนไทยร่วมงานแสดงสินค้า  
         
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการค้าอย่างไร้อุปสรรคไทย-จีน (Working Group on Promoting Unimpeded Trade) ครั้งที่ 2 ผ่านระบบการประชุมทางไกล กับนายหลี่ ซิงเฉียน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีน เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา ว่า ไทยได้ขอให้จีนช่วยแก้ปัญหามาตรการที่เป็นอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับสินค้าของไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านการขนส่งสินค้าที่มีข้อจำกัดในการเดินทางและความเข้มงวดที่ด่านพรมแดนในช่วงสถานการณ์โควิด-19
         
ทั้งนี้ ไทยได้ขอให้ขยายเวลาการให้บริการตรวจสินค้าเข้า-ออก ที่ด่านโหย่วอี้กวน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า ในช่วงที่ผลไม้ไทยออกสู่ตลาดจำนวนมาก พร้อมทั้งเปิดด่านท่าเรือกวนเหล่ยริมแม่น้ำโขงให้กลับมาขนส่งสินค้าได้โดยเร็ว และอนุญาตให้นำเข้าผลไม้ไทยผ่านด่านดังกล่าวได้ เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกผลไม้จากไทยเข้าทางมณฑลยูนนาน

ขณะเดียวกัน ขอให้เร่งขึ้นทะเบียนโรงงานแปรรูปข้าว ไก่ และรังนกของไทย ที่ยื่นคำขอค้างไว้ เพื่อเพิ่มจำนวนโรงงานที่ผ่านเกณฑ์การส่งออกไปจีน และเร่งตรวจประเมินความปลอดภัยทางอาหารของเนื้อสุกร โคมีชีวิต และผลิตภัณฑ์รังนกแดง ที่ไทยยื่นขอเปิดตลาดส่งออกไปจีนไว้ ซึ่งจะให้มีการหารือในระดับเทคนิคต่อไปโดยเร็ว  
         
นอกจากนี้ ไทยยังได้หารือเรื่องการเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมบ่อเต็น (สปป.ลาว) กับบ่อหาน (จีน) ซึ่งไทยอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่เชียงของให้มีความพร้อมเป็นศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์สำหรับการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (CBEC) ของจีน เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษี จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและสรรพสามิตร้อยละ 70 ของอัตราภาษีปกติในสินค้า อาทิ ผลไม้อบแห้ง ชา กาแฟ และเครื่องสำอาง
         
ส่วนฝ่ายจีนขอให้ไทยปรับระบบการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (CO) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) เป็นแบบลายมือชื่อและตราประทับแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนแบบกระดาษ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนทั้งสองฝ่าย และจีนยังต้องการส่งเสริมความร่วมมือทางการค้ากับไทยในสาขาสุขภาพและเครื่องมือแพทย์ ตลอดจนเชิญชวนให้ไทยนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ณ นครหนานหนิง ในเดือนก.ย.2564 และงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) 2021 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ในเดือนพ.ย.2564
         
ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย โดยในปี 2563 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 79,607 ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 22,803 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26% โดยไทยส่งออกไปจีนมูลค่า 8,015 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 20.6% สินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง และยางพารา เป็นต้น สินค้านำเข้าสำคัญจากจีน เช่น เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.