Header Ads

Header ADS

“พาณิชย์”ถกภาครัฐ-เอกชน กำหนดแนวทางคิดค่า K บรรเทาผลกระทบราคาเหล็กพุ่ง

img

“พาณิชย์”ถกภาครัฐ-เอกชน กำหนดแนวทางคิดค่า K บรรเทาผลกระทบราคาเหล็กพุ่ง

กรมการค้าภายในดึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมหารือกำหนดแนวทางการคิดค่า K งานก่อสร้างภาครัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น มอบสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จัดทำรายละเอียด ก่อนนำเสนอสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง พิจารณาต่อไป พร้อมช่วยผู้ประกอบการซื้อตรงจากผู้ผลิต ย้ำห้ามปรับขึ้นราคาเกินต้นทุน หากพบฉวยโอกาส เล่นงานหนัก

ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างต้องการให้มีการทบทวนแนวทางการกำหนดค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน (ค่า K) ของงานก่อสร้างภาครัฐ ว่า กรมฯ ได้ประชุมหารือกับสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว โดยมีมติให้สมาคมฯ จัดทำรายละเอียดข้อมูลว่าแนวทางการกำหนดค่า K และการคำนวณราคากลางของหน่วยงานภาครัฐควรมีการทบทวนอย่างไร เพื่อเสนอให้สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ทุกฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกันในหลักการและเหตุผลของการกำหนดค่า K ซึ่งเป็นการสร้างความเป็นธรรมต่อทั้งหน่วยงานภาครัฐ และผู้รับเหมา ที่รับงานจากภาครัฐที่จะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร หากมีความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างแต่ละช่วงเวลา ตลอดจนรับทราบถึงวิธีการคำนวณและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อค่า K”ร.ต.จักรากล่าว
         
สำหรับสถานการณ์ราคาเหล็กในประเทศ กรมฯ ได้ขอให้ผู้ผลิตเหล็กตรึงราคาจำหน่ายไม่ให้มีการปรับราคาสูงขึ้นเกินกว่าต้นทุนที่แท้จริง และได้เชื่อมโยงให้กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างสั่งซื้อเหล็กจากผู้ผลิตเหล็กโดยตรง เพื่อลดต้นทุนด้านราคาลงส่วนหนึ่ง ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรับเป็นผู้ประสานงานกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ในเรื่องนี้
         
ขณะเดียวกัน ได้สำรวจต้นทุนและราคาจำหน่ายเหล็กในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการติดตามและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้นเกินกว่าต้นทุนที่แท้จริง โดยหากพบการจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายดังกล่าว สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด
         
ก่อนหน้านี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากราคาเหล็กที่ปรับสูงขึ้น จากนั้นกรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ ได้ประชุมหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมผู้ผลิตเหล็ก จำนวน 7 ราย ได้แก่ สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และสมาคมโลหะไทย เพื่อหาทางออกในประเด็นเหล็กมีราคาแพง

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.