Header Ads

Header ADS

“จุรินทร์”ติดตามประกันรายได้ปี 2 เปิดโมบายพาณิชย์ลดราคา จับคู่กู้เงินช่วย SMEs ส่งออก

img

“จุรินทร์”ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ติดตามการดำเนินโครงการสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการประกันรายได้ปี 2 ย้ำช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกรได้จริง พร้อมเปิดตัวโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน นำสินค้าราคาถูกทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง ขายลดค่าครองชีพสูงสุด 64% และช่วย SMEs ส่งออกภาคอีสาน เข้าถึงแหล่งเงินทุนในโครงการ “จับคู่กู้เงิน”
         
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ว่า ได้ติดตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา มันสำปะหลัง และข้าว โดยสามารถช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ 2 ทาง จากราคาตลาดและเงินส่วนต่าง ซึ่งได้ดำเนินการมา 2 ปีแล้ว ปีหน้าจะเป็นปีที่ 3 ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีตัวอย่างเงินส่วนต่างที่เกษตรกรได้รับในช่วงที่ราคาผลผลิตต่ำกว่าที่ประกันรายได้ไว้ เช่น ข้าวหอมมะลิได้เงินส่วนต่างปีที่ 2 บางครอบครัวได้สูงสุดถึง 42,830 บาท มันสำปะหลังได้สูงสุดถึงครัวเรือนละ 28,000 บาท ยางพาราได้สูงสุดถึงครัวเรือนถึง 13,400 บาท
         
สำหรับการประกันรายได้ ได้ประกันรายได้มันสำปะหลังกิโลกรัม (กก.) ละ 2.50 บาท ยางแผ่นดิบชั้น 3 กก.ละ 60 บาท และข้าวหอมมะลิตันละ 15,000 บาท ปาล์มน้ำมัน กก.ละ 4 บาท และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กก.ละ 8.50 บาท
         
ทั้งนี้ ยังได้ใช้โอกาสนี้ มอบโฉนดคืนให้กับเกษตรกร ที่กู้เงินจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ถือว่าเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่เป็นหนี้กองทุนฯ แล้ว สามารถทำงานเก็บเงินและชำระหนี้คืนได้ครบ ซึ่งจะนำเงินไปช่วยเหลือเกษตรกรรายอื่นต่อไป และได้มอบงบฟื้นฟูให้พี่น้องเกษตรกรที่เสนอมา 19 โครงการ มีสมาชิก 273 คน วงเงิน 11.624 ล้านบาท และมอบเช็กชำระหนี้แทนเกษตรกร 3 สหกรณ์ จำนวน 30.79 ล้านบาท
         
นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังได้เปิดตัวโครงการรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน มีรถโมบายทั้งหมด 18 คัน นำสินค้าราคาพิเศษ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคกระจายไปในทุกอำเภอและในพื้นที่หมู่บ้านชุมชนต่าง ๆ ที่ผู้นำท้องถิ่นและท้องที่เป็นผู้ประสานงานจุดที่จะจอดเพื่อจำหน่าย โดยมีตัวอย่างสินค้า เช่น ข้าวหอมมะลิคัดพิเศษของจังหวัดอุบลราชธานีถุงละ 5 กก. ขายราคาถุงละ 130 บาท กก.ละประมาณ 26 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 แผงละ 30 ฟองราคา 90 บาท และน้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตร ราคาขวดละ 43 บาท น้ำตาลทรายขาวถุงละ 1 กก. ถุงละ 20 บาท ปลากระป๋อง กระป๋องละ 10 บาท บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อละ 5 บาท เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่น ๆ ทั้งกระดาษทิชชู สบู่ โฟมล้างหน้า อุปกรณ์ชำระร่างกาย ผงซักฟอก ซอสปรุงรส และสินค้าอื่น ๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันที่จะขายในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 64% โดยจะวิ่งจำหน่าย เพื่อลดค่าครองชีพให้ประชาชนเป็นระยะเวลา 30 วัน
         
โดยประชาชนสามารถติดตามข่าวสารรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ว่า จะไปจอดสถานที่ไหนได้ที่ Line Official : @mobilepanich และที่เว็บไซต์https://mobilepanich.com/
         
นอกจากนี้ ได้ติดตามโครงการพิเศษที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 7 เดือน 7 ที่ผ่านมา คือ โครงการ “จับคู่กู้เงิน” ที่เป็นภาค 2 จากภาคแรกที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว คือ โครงการ “จับคู่กู้เงิน” สถาบันการเงินกับร้านอาหาร เพื่อต่อลมหายใจให้กับร้านอาหารที่ประสบกับภาวะวิกฤตในช่วงโควิด-19 และตนกำลังติดตามว่าผลสัมฤทธิ์ของโครงการภาคหนึ่ง จะมีการอนุมัติเงินกู้ไปได้เป็นจำนวนเท่าไร คาดว่าตัวเลขการอนุมัติไม่น่าจะต่ำกว่า 1,500-2,000 ล้านบาท
         
ส่วนภาค 2 ที่เป็นโครงการ “จับคู่กู้เงิน” สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก เพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ประกอบกิจการส่งออกมีจำนวนไม่น้อยในประเทศ โดย SMEs ทั้งประเทศมี 3,000,000 ราย มี SMEs ส่งออก ประมาณ 30,000 ราย คิดเป็น 1% แต่เป็น 1% ที่เป็นทัพหน้าในการทำรายได้ให้กับประเทศ จึงเป็นเป้าหมายที่ต้องช่วยเหลือ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จับมือกันในการช่วยหาแหล่งสินเชื่อเงินกู้ให้ SMEs ส่งออก โดยได้เปิดตัวโครงการที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแห่งแรกในภูมิภาค มีผู้ยื่นกู้แล้ว 26 ราย วงเงิน 77.7 ล้านบาท ซึ่ง EXIM Bank จะพิจารณาให้เสร็จใน 7 วันทำการ คิดดอกเบี้ยพิเศษ 3.99% จากปกติ 6.5% ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ได้กรมธรรม์ประกันการชำระเงินฟรี 1 กรมธรรม์ สำหรับ Shipment ที่ส่งออก และได้รับการอบรมหลักสูตรส่งออก

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.