Header Ads

Header ADS

PIMO-ไพโม่ หุ้นดาวเด่นขวัญใจนักวิเคราะห์

 


PIMO-ไพโม่ หุ้นดาวเด่นขวัญใจนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 2 ค่าย ควงแขนแนะนำหุ้น PIMO-ไพโม่ รับอานิสงส์โชว์ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องแถมมีลุ้นทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ส่ง PIMO-W2 เฉิดฉายในกระดานหุ้น ด้านผู้บริหาร “วสันต์ อิทธิโรจนกุล” ย้ำเป้ารายได้ปี 64 เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ออเดอร์ลูกค้าในประเทศและต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง

            บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นของบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO-ไพโม่ โดยระบุว่าบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศ มอเตอร์กำลังสำหรับอุตสาหกรรมและเครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่งและมอเตอร์สำหรับสระและสปา โดยแบ่งเป็นการผลิตตามคำสั่งจ้างผลิต (OEM) และการผลิตจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้าPioneer Motor ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเอง โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมาใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน PIMO ครั้งที่ 2 (PIMO-W2) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ซึ่งประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ PIMO-W2 ไว้ที่ 1.92 บาท (BSM) อิงราคาหุ้นแม่ที่ 3.74 บาท โดยมีความผันผวนของหุ้นแม่ที่ 62% ในด้านของต้นทุนผู้ได้รับ PIMO-W2 อยู่ที่ 0.92 บาท (คำนวณจากส่วนต่างของหุ้นในวันก่อนและหลังขึ้นเครื่องหมาย 4.92-4.36-0.034 แล้วคูณด้วย 7 หาร 2)

            ทั้งนี้ PIMO-W2 มีสถานะที่ In-The-Money อยู่ราว 114% คิดเป็น All-in Premium ที่ -1.95% อายุที่ 2 ปี,มี Gearing ที่ 1.76 เท่า และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ค่อนข้างต่ำเพียง 1% ทำให้สามารถใช้เก็งกำไรแทนหุ้นแม่ได้ อีกทั้งหุ้นแม่ยังมีสภาพคล่องที่สูง ซึ่งประมาณการณ์ของฝ่ายวิเคราะห์ได้รวมผลของ Dilution Effect 22.2% เอาไว้แล้ว

            สำหรับ PIMO-W2 ออกจำนวน 176.1 ล้านหน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 7 หุ้นเดิม:2 ใบสำคัญแสดงสิทธิ (ขึ้นเครื่องหมาย XW เมื่อวันที่ 5 พ.ค.64) อัตราใช้สิทธิ 1:1 ราคา 1.75 บาท อายุ 2 ปี สามารถใช้สิทธิได้ในวันที่ 27 ของเดือนมกราคมและกรกฎาคม โดยใช้สิทธิได้ครั้งแรกในวันที่ 27 มกราคม 2565 และใช้สิทธิได้ครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นวันหมดอายุ 

            ด้านบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินกำไรสุทธิในปี 2564 ของ PIMO ไว้ระหว่าง 97-128 ล้านบาท หรือเติบโต 22.78-62.02% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งจะทำสถิติกำไรสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai (All Time High) สะท้อนจากรายได้ในปีนี้ที่คาดทำได้ 840 ล้านบาท หรือเติบโต 15% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและคาดอัตรากำไรสุทธิ อยู่ระหว่าง 11.5-15.2% จากปีก่อน หลังมีมุมมองเป็นบวกต่อความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น 

            ส่วนนายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO-ไพโม่ ผู้ประกอบธุรกิจหลักผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศ (Air Conditioning Motor) มอเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป (Induction Motor)  เครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่ง มอเตอร์สำหรับสระว่ายน้ำ มอเตอร์สำหรับปั๊มบ้าน (Submersible Pump,Pool Spa Pump and Home Pump) เปิดเผยว่าในปี 2564    บริษัทฯ ยังคงคาดว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตประมาณ 20% เพราะมีออเดอร์จากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับหากยังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ประชาชนไม่ออกไปใช้สระว่ายน้ำนอกบ้าน จึงเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนให้ยอดขายมอเตอร์สระว่ายน้ำเพิ่มขึ้น

            “ธุรกิจผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ในไตรมาส 3 มีออเดอร์เข้ามาจำนวนมาก โดยภาพรวมทิศทาง    ออเดอร์มีเข้ามาต่อเนื่อง แต่บริษัทยังคงกังวลเรื่องแผนการผลิต เนื่องจากในประเทศยังพบผู้ป่วยโควิด-19 ทำให้ต้องปรับแผนการทำงานของพนักงาน เพื่อรักษาระยะห่างและความปลอดภัยในการทำงาน นอกจากนี้บริษัทฯ ยังลงทุนปรับปรุงอาคารและซื้อเครื่องจักร เพื่อรองรับแผนขยายกำลังการผลิตอีกด้วย” นายวสันต์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.