Header Ads

Header ADS

โปรดระวัง! ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ภัยร้ายใกล้ตัว ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันได้

โปรดระวัง! ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ภัยร้ายใกล้ตัว

ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันได้

ลิงค์สำหรับ VDO 

รู้หรือไม่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคซีโอพีดี (COPD: Chronic Obstructive Pulmonary Disease) เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตในลำดับต้นๆ ของประชากรไทย โดยในปี 2561 มีผู้ป่วยด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมากกว่า 3 ล้านคน และมีแนวโน้มการเสียชีวิตสูงขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกับทั่วโลก ขณะที่ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังขาดความตระหนักถึงภัยร้ายจากโรคดังกล่าว ดังนั้น การส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจต่อโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จึงมีความสำคัญอย่างมาก

เนื่องในวันโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโลก ซึ่งตรงกับ 17พฤศจิกายนในปีนี้ มีคำขวัญว่า “Healthy Lungs – Never More Important” หรือ “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการมีปอดที่แข็งแรง” กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับโครงการ Health Lung โดย บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย จำกัด จึงได้จัดทำคลิปวิดีโอ (ลิงค์สำหรับ VDO) เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนคนไทย ตระหนักถึงภัยของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และเล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันดูแลตนเองรวมไปถึงการรักษาโรคนี้

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มากกว่า 90% มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่หรือการสูดดมควันบุหรี่เป็นเวลานาน ขณะที่ มลพิษทางอากาศ หรือการสูดหายใจละอองสารเคมีบางชนิดเป็นปริมาณมากและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็สามารถก่อให้เกิดโรคนี้ได้ โดยผู้ป่วยโรคนี้ต้องทรมานจากอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เช่น อาการไอเรื้อรัง เหนื่อย และหายใจลำบาก อันสืบเนื่องมาจากความเสื่อมของถุงลมและปอด

การสังเกตอาการของผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ในระยะแรกผู้ป่วยมักมีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมาก เหนื่อย อ่อนเพลียง่าย บางรายอาจมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย หากมีอาการมากขึ้น ผู้ป่วยจะเหนื่อยหอบ จนไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการในระยะสุดท้ายนั้น มีโอกาสที่จะมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ระบบการหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกัน และดูแลไม่ให้อาการของโรคลุกลามได้

แม้วิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันจะพัฒนามากขึ้นจนทำให้มีวิธีการดูแลและรักษาผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังให้มีอาการที่ดีขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นการดูแลตนเอง เช่น การกินอาหารที่มีประโยชน์, การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, การงดสูบบุหรี่, การหมั่นตรวจสมรรถภาพปอดอย่างน้อยปีละครั้ง และการพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

ผู้ที่มีสุขภาพดีสามารถป้องกันโรคนี้ได้ หากไม่สูบบุหรี่ อยู่ห่างจากผู้ที่สูบบุหรี่หรือแหล่งละอองสารเคมี และออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อหัวใจและสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเป็นนิสัย เช่น แอโรบิค หรือวิ่ง เป็นต้น

โครงการ Healthy Lung Thailand

โครงการ Healthy Lung Thailand ได้เริ่มต้นดำเนินมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561โดยมีจุดประสงค์ในการมุ่งสร้างการตระหนักรู้และ สนับสนุนการเข้าถึงการวินิฉัยโรคและการรักษาโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรจากภาครัฐ เอกชน และการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาพปอดที่แข็งแรง


เกี่ยวกับ แอสตร้าเซนเนก้า

แอสตร้าเซนเนก้า (ชื่อย่อหลักทรัพย์ AZN ในตลาดหลักทรัพย์ LSE/ STO/ Nasdaq) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก มุ่งเน้นทางด้านการคิดค้น พัฒนา และจำหน่ายยาเพื่อการรักษาโรค โดยเฉพาะในกลุ่มยาโรคมะเร็ง กลุ่มยาโรคหัวใจ ไต และระบบเผาผลาญ และกลุ่มยาโรคทางเดินหายใจ แอสตร้าเซนเนก้า มีฐานอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศ และมีผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมยาต่างๆ จากแอสตร้าเซนเนก้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาไปยังเว็บไซต์ astrazeneca.com และช่องทางทวิตเตอร์ @AstraZeneca

 

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.