Header Ads

Header ADS

อุตสาหกรรมเหมืองเข้าสู่ทศวรรษที่สำคัญที่สุด




อุตสาหกรรมเหมืองเข้าสู่ทศวรรษที่สำคัญที่สุด

แร่ธาตุสำคัญเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจคาร์บอนหมุนเวียนแห่งอนาคต

ลอนดอน--20 ธันวาคม 2564--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โรหิเตช ดาห์วัน ซีอีโอของสภาระหว่างประเทศด้านการทำเหมืองและโลหะ (International Council on Mining and Metals: ICMM) ได้ให้สัมภาษณ์ในการเสวนาก่อนการประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคต (Future Minerals Summit: FMS) ว่า อุตสาหกรรมเหมืองทั่วโลกกำลังเผชิญกับ "ทศวรรษที่สำคัญที่สุด" ในขณะที่ทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน

คุณดาห์วันเน้นย้ำว่า การทำเหมืองจะเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ เนื่องจากโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม รวมถึงในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก

คุณดาห์วันยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคต ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับเน้นย้ำถึงสารที่เรียบง่ายของICMM นั่นคือ "การทำเหมืองอย่างมีหลักการ" เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจากการทำเหมือง รวมถึงลดอันตรายที่มีต่อคนและสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด คุณดาห์วันยังกล่าวด้วยว่า ICMM กำลังพยายามสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่การทำเหมืองจะมีความปลอดภัย เป็นธรรม เท่าเทียม ถูกต้อง และยั่งยืน 

องค์กร 28 แห่งซึ่งเป็นสมาชิกของ ICMM คิดเป็นหนึ่งในสามของอุตสาหกรรมเหมืองทั่วโลก และ ICMM มีอิทธิพลทางอ้อมต่อแทบทุกส่วนของอุตสาหกรรมผ่านทางองค์กรสมาชิก

ประเด็นที่กล่าวถึงข้างต้นจะได้รับการพูดคุยในการประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคต ณ กรุงริยาด ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2565 ซึ่งจัดโดยราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยผู้นำทางการเมืองและผู้นำทางธุรกิจระดับสูงจะมาร่วมพูดคุยในประเด็นสำคัญ ๆ ที่อุตสาหกรรมเหมืองทั่วโลกกำลังเผชิญ และคาดว่าบริษัทสำรวจ ขุดเจาะ และพัฒนาเหมืองกว่า 150 แห่งจะส่งตัวแทนเข้าร่วมการประชุม โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมในสถานที่จริงกว่า2,000 คน การประชุมครั้งนี้จะกำหนดอนาคตของการทำเหมืองโดยมุ่งเน้นไปที่สามหัวข้อหลัก ได้แก่ ประโยชน์ของการทำเหมืองที่มีต่อสังคม การพลิกโฉมหน้าการทำเหมือง และการลงทุนในการทำเหมืองใหม่และเหมืองเกิดใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ

ภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแอฟริกา มีแหล่งแร่และสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับการเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่คุณค่าแร่ และจะมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความต้องการแร่สำคัญที่เติบโตอย่างมหาศาลทั่วโลก สำหรับรองรับสังคมคาร์บอนต่ำ

ผู้นำและซีอีโอบริษัทเหมืองหลายแห่งจากทั่วโลกยืนยันว่าจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคต เช่น มาร์ก บริสโตว์ จากบริษัท Barrick Gold,รอย ฮาร์วีย์ จากบริษัท Alcoa, โรเบิร์ต ฟรีดแลนด์ จากบริษัท Ivanhoe Mines, แอนดรูว์ ฟอเรสต์ จากบริษัท Fortescue Metals, เจเรมี เวียร์ จากบริษัท Trafigura และเจฟฟรีย์ ดอวส์ จากบริษัท Komatsu Mining    

การประชุมสุดยอดซึ่งเตรียมจัดขึ้นที่กรุงริยาดในช่วงต้นปีหน้าจะมีบทบาทสำคัญในการส่งสารว่า การทำเหมืองมีส่วนในการแก้ปัญหาการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ควรเปิดกว้างแหล่งแร่ใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบวัตถุดิบที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคต

วันจัดงาน: 11-13 มกราคม 2565 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย

การประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคต คือโครงการริเริ่มระดับนานาชาติซึ่งจัดขึ้นโดยซาอุดีอาระเบีย โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาการทำเหมืองแร่และปลดล็อกโอกาสทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแอฟริกา

ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอูด ในฐานะผู้พิทักษ์แห่งสองมหามัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ (Custodian of the Two Holy Mosques) การประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคตจะรวบรวมผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเหมืองจากทั่วโลก และผู้ที่ลงทุนในอนาคตของอุตสาหกรรม เพื่อมาพูดคุยเกี่ยวกับภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียกลาง รวมถึงศักยภาพของภูมิภาคเหล่านี้ในการดึงดูดการลงทุนและผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

การประชุมสุดยอดแร่แห่งอนาคตคือประตูสู่ศูนย์กลางการทำเหมืองใหม่และเหมืองเกิดใหม่ในประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพมหาศาลสำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมเหมือง

การประชุมสามวันคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 2,000 คน จากกว่า95 ประเทศ รวมถึงนักลงทุน 150 ราย, วิทยากรระดับโลก 100 คน, บริษัทเหมือง 100 แห่ง ตลอดจนรัฐมนตรีและผู้นำประเทศ 15 ท่าน

www.FutureMineralsSummit.com

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.