Header Ads

Header ADS

“พาณิชย์”เปิดระบบขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า RCEP ดีเดย์ตั้งแต่ 16 ธ.ค.นี้

img

กรมการค้าต่างประเทศประกาศเปิดระบบขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลง RCEP รองรับการบังคับใช้ความตกลง 1 ม.ค.65 เผยสามารถยื่นขอออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเสมือนจริงได้ตั้งแต่ 16 ธ.ค. ก่อนเปิดระบบ 1 ม.ค.65 และยื่นขอ Form RCEP ตั้งแต่ 4 ม.ค.65 ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดของสินค้า และการขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต ใช้ได้ทันทีตั้งแต่ 16 ธ.ค.นี้

นายชุตินันท์ สิริยานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form RCEP) และกำกับดูแลการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองโดยผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต (Self-Certification by approved exporter) ได้เตรียมระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกสินค้าภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 ไว้พร้อมแล้ว
         
โดยปัจจุบัน กรมฯ ได้จัดทำระบบที่เกี่ยวข้องไว้ 3 ระบบ ได้แก่ 1.ระบบออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form RCEP) ที่อยู่ระหว่างการเปิดระบบเพื่อทดสอบและรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการที่ได้ลองใช้งานเสมือนจริง ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2564 และจะเปิดระบบเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอ Form RCEP ได้จริง ในวันที่ 1 ม.ค.2565 โดยผู้ประกอบการสามารถขอรับ Form RCEP ได้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2565 เป็นต้นไป 2.ระบบการตรวจสอบคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดของสินค้า หรือ ROVERs และ 3.ระบบการขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต (Self-Certification) ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นขอตรวจต้นทุนของสินค้าส่งออกและยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาตผ่านทั้ง 2 ระบบดังกล่าวได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2564 เป็นต้นไป



         
นายชุตินันท์กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดการใช้งานระบบออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form RCEP) กรมฯ ได้นำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เช่น การใช้ระบบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (ESS) และการพิมพ์ลงบนกระดาษ A4 รูปแบบพิเศษที่สามารถป้องกันการปลอมแปลงโดยมี QR Code เพื่อยืนยันความถูกต้อง เป็นต้น ซึ่งช่วยลดขั้นตอน และระยะเวลาในการรับบริการ รวมทั้งช่วยลดการตรวจสอบย้อนกลับจากศุลกากรปลายทาง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้เป็นอย่างดี โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 9 ธ.ค.2564
         
ส่วนระบบการตรวจสอบคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดของสินค้า หรือ ROVERs ผู้ประกอบการต้องดำเนินการยื่นคำขอตรวจต้นทุนผ่านระบบและแนบเอกสารหลักฐานตามการดำเนินการยื่นคำขอตรวจต้นทุนตามปกติ โดยหากเป็นการส่งออกไปยังประเทศเวียดนาม จีน และญี่ปุ่น ผู้ส่งออกจำเป็นต้องตรวจสอบรายการสินค้าจากประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 9 ธ.ค.2564 ว่าเป็นรายการสินค้าตามภาคผนวก จ ที่จะต้องมีเงื่อนไขในการตรวจต้นทุนเพิ่มเติมหรือไม่ประกอบด้วย
         
ขณะที่ระบบการขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต (Self-Certification) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การขึ้นทะเบียนและการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 9 ธ.ค.2564 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขึ้นทะเบียนว่าต้องเคยใช้การรับรองตนเองของอาเซียน (AWSC Self-Certification) หรือมีประสบการณ์ในการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าในการส่งออกไปยังประเทศสมาชิก RCEP ประเทศใดประเทศหนึ่งมาแล้ว และเมื่อได้รับการอนุมติแล้ว จะมีอายุทะเบียน 2 ปี โดยผู้ส่งออกสามารถยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์กรมฯ www.dft.go.th หรือ http://self-cert.dft.go.th/self-cert/home/login2.aspx
         
“สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA ถือเป็นอาวุธสำคัญสำหรับการส่งออกของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตกลง RCEP ที่ครอบคลุมพื้นที่ประเทศสมาชิกรวมทั้งสิ้น 15 ประเทศ เป็นความตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ การลดกำแพงภาษีระหว่างประเทศสมาชิกจะช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ส่งออกไทย ทั้งในส่วนของการเข้าถึงตลาดที่กว้างกว่าเดิม และในส่วนของการแสวงหาวัตถุดิบมาเพื่อต่อยอดการผลิตสินค้าและส่งออก ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อม ศึกษาและทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง RCEP ได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ส่งออกของไทยในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดโดยการใช้ระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง ถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ส่งออก เนื่องจากสามารถรับรองบนเอกสารทางการค้า เช่น Invoice ได้ด้วยตนเอง”นายชุตินันท์กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.