Header Ads

Header ADS

เคลย์ เดอ โป โบเต้ ประกาศชื่อผู้คว้ารางวัลพาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ ประจำปี 2565

               

เคลย์ เดอ โป โบเต้ ประกาศชื่อผู้คว้ารางวัล

พาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ ประจำปี 2565


รางวัลนี้มอบแด่ผู้ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กผู้หญิงและสตรีให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นผ่านสะเต็มศึกษา ( STEM education)

เคลย์ เดอ โป โบเต้ (Clé de Peau Beauté) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางสุดหรูระดับโลก มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศชื่อผู้คว้ารางวัลพาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ (Power of Radiance) ประจำปีนี้ ซึ่งได้แก่คุณอแมนดา ซีมันด์จุนตัก (Amanda Simandjuntak) จากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย สตรีมากความสามารถที่อุทิศตนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเหล่าเด็กหญิงในชุมชนด้วยการมอบการฝึกอบรมในสาขาสะเต็มศึกษา (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) รางวัลพาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของภารกิจการกุศลระยะยาวของแบรนด์เคลย์ เดอ โป โบเต้ ซึ่งรวมถึงการเป็นพันธมิตรกับองค์การยูนิเซฟ[1] ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2562 เพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ เคลย์ เดอ โป โบเต้ มุ่งมั่นที่จะปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงให้กับเด็กผู้หญิงและสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมต่อไป โดยอาศัยพลังของสะเต็มศึกษา ตลอดจนโปรแกรมที่ช่วยผลักดันความสามารถให้กับพวกเธอ

ในขณะที่ทั่วโลกยังคงเดินหน้าใช้โซลูชันทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างโลกยุคหลังโควิด ศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดจากประชากรกว่าครึ่งซึ่งรวมถึงเด็กผู้หญิงและสตรีนั้นจึงมิอาจมองข้ามได้ เหล่าเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะผู้ที่มาจากพื้นที่ห่างไกลนั้นไม่สามารถเข้าถึงสะเต็มศึกษาได้ ในปัจจุบัน องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ต่างต้องการแรงงานที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์กันมากขึ้น ส่งผลให้ปัญหาความไม่เสมอภาคทางเพศทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากผู้หญิงที่ทำงานในอุตสาหกรรมเหล่านี้มีน้อยมาก สำหรับในอินโดนีเซีย ปัญหาการแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย การตั้งครรภ์ และแรงกดดันจากครอบครัวทำให้เด็กผู้หญิงไม่ได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงการศึกษาได้ตามที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่ถูกแบ่งแยกทางการศึกษามานั้นมักถูกกีดกันไม่ให้ทำงาน ซึ่งในจุดนี้ คุณซีมันด์จุนตักมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการมอบการเรียนในสาขาสะเต็มศึกษาให้กับเด็กผู้หญิงและสตรีที่ด้อยโอกาสในอินโดนีเซีย เพื่อที่พวกเธอจะได้มีโอกาสเข้าร่วมในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญนี้

ข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟ ระบุว่า โควิด-19 ได้ทำให้วิกฤตการศึกษาในอินโดนีเซียที่ย่ำแย่อยู่แล้วนั้นทรุดหนักลงไปกว่าเดิม อัตราว่างงานในกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นในอินโดนีเซียอยู่ที่ 15.62%[2] คุณซีมันด์จุนตัก ซึ่งเป็นซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งของมาร์โคดิง (MARKODING) ได้เปิดฝึกอบรมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแก่เด็กผู้หญิงและสตรีกว่า 10,000 คน ทั้งการเขียนโปรแกรม (Coding) การออกแบบ UI/UX และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้อัตราของเด็กผู้หญิงที่ได้รับการฝึกอบรมด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นแตะ 55% ในเวลาเพียงแค่ปีเดียว นอกจากนี้ เธอยังได้จัดตั้งโครงการทุนการศึกษา “เกิร์ลส์ แคน โค้ด สกอลาร์ชิป โปรแกรม” (Girls Can Code Scholarship Program) รวมถึงโครงการ “เกิร์ลส์ แคน โค้ด เว็บบินาร์ ซีรีส์” (Girls Can Code Webinar Series) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงอยากเข้าทำงานในสายนี้กันมากขึ้น โดยคุณมิซูกิ ฮาชิโมโตะ (Mizuki Hashimoto) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ของเคลย์ เดอ โป โบเต้ กล่าวว่า “เข้าสู่ปีที่ 4 ของรางวัลพาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ พวกเราทีมงานเคลย์ เดอ โป โบเต้ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกโดยอาศัยพลังของการศึกษาและการเสริมความแข็งแกร่งผ่านการสนับสนุนคุณซีมันด์จุนตัก ซึ่งงานของเธอนั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคนอย่างมาก พลังและความสำเร็จของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของเราที่หวังจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ผ่านการมุ่งมั่นลงมือทำสิ่งดี ๆ”

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา มาร์โคดิงได้จับมือกับองค์การยูนิเซฟ อินโดนีเซีย เพื่ิอจัดทำโครงการ “ดิจิทัล อินโนเวชัน ชาลเลนจ์” (Digital Innovation Challenge) สำหรับให้ความช่วยเหลือเด็กผู้หญิงได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 รวมถึงทักษะด้านดิจิทัล และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ โดยโครงการดังกล่าวได้อบรมทักษะให้เยาวชนไปแล้ว 5,256 คน จาก 126 โรงเรียน

คุณซีมันด์จุนตัก กล่าวว่า “ภารกิจของดิฉันคือ การเสริมสร้างพลังให้กับเด็กสาวและผู้หญิงในอินโดนีเซีย เพื่อให้เป็นนักแก้ปัญหาโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เรามอบอาวุธอันทรงพลังให้พวกเขาโดยเสริมทักษะแห่งศตวรรษ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การร่วมมือ และการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น เรามอบพลังวิเศษเพื่อปลดปล่อยศักยภาพและพยายามไปด้วยกันเพื่อสร้างโลกที่ดีกว่า เท่าเทียมกัน และปลอดภัยยิ่งขึ้น”

ในฐานะผู้ได้รับรางวัลพาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ ปี 2565 พร้อมเงินรางวัล คุณซีมันด์จุนตักจะนำเงินรางวัลดังกล่าวไปบริจาคให้กับโครงการดิจิทัล อินโนเวชัน ชาลเลนจ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กผู้หญิงได้เข้ารับการศึกษาด้านสะเต็มศึกษา รวมถึงสร้างโอกาสในการทำงาน โดยแผนการสนับสนุนด้านการศึกษาของเคลย์ เดอ โป โบเต้ เริ่มต้นขึ้นจากความฝันที่อยากเห็นโลกที่ดีขึ้นกว่าเดิม พลังแห่งการเผยความงามที่เปล่งประกายจากภายในซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างแท้จริงนั้น มีอยู่ในตัวเราทุกคน และเคลย์ เดอ โป โบเต้ จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างเด็กผู้หญิงและผู้หญิงทั่วโลก ผ่านการมอบรางวัลพาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ ในขณะที่พวกเธอเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ เพื่อตัวเอง ครอบครัว และชุมชน

[1] ยูนิเซฟไม่ได้ให้การรับรองบริษัท แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใด ๆ

[2] ที่มา: ผลวิจัยทักษะสำหรับอนาคตในอินโดนีเซีย

เกี่ยวกับอแมนด้า ซีมันด์จุนตัก

คุณอแมนด้า ซีมันด์จุนตัก เป็นซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งมาร์โคดิง ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีพันธกิจในการให้ความช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาสในอินโดนีเซียผ่านทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี องค์กรดังกล่าวได้รับเลือกให้เข้าสู่รอบสุดท้ายในโครงการเอ็มไอที โซลฟ์ ชาลเลนจ์: เยาวชน ทักษะ และแรงงานแห่งอนาคต (MIT Solve Challenge: Youth, Skills and the Workforce of the Future) และได้เป็นตัวแทนอินโดนีเซียในการเข้าร่วมประชุมอาเซียน-ยูนิเซฟว่าด้วยทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และคนรุ่นใหม่ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ คุณอแมนด้ายังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการผู้นำรุ่นเยาว์ด้านการขับเคลื่อนสังคม (Young Societal Leaders) ในการประชุมสุดยอดผู้นำสิงคโปร์ (Singapore Summit) ในปี 2562 หลังจากปีนั้น มาร์โคดิงได้จับมือเป็นพันธมิตรกับยูนิเซฟ อินโดนีเซีย และเปิดตัวโครงการดิจิทัล อินโนเวชัน ชาลเลนจ์ ขึ้นเพื่อช่วยให้วัยรุ่นทั้งหญิงและชายได้พัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านดิจิทัล และด้านการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้กลุ่มเหล่านี้ได้ค้นพบทางออกในการแก้ปัญหาที่ตัวเองได้รับผลกระทบ ในระยะแรกนั้นมาร์โคดิงได้เพิ่มพูนทักษะให้กับวัยรุ่นที่ด้อยโอกาสไปแล้ว 482 ราย จากโรงเรียนและศูนย์การศึกษาตามชุนชนรวมกัน 21 แห่งในกรุงจาการ์ตา หลังจากนั้นโครงการได้ขยายไปยังเซอมารังและมีวัยรุ่นที่ผ่านการอบรมแล้ว 5,256 ราย (55% เป็นเด็กผู้หญิง) จาก 126 โรงเรียนในอินโดนีเซีย

เกี่ยวกับเคลย์ เดอ โป โบเต้ 

เคลย์ เดอ โป โบเต้ แบรนด์หรูระดับโลกจากชิเซโด้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2525 โดยแสดงถึงความสง่างามและวิทยาศาสตร์อันเหนือชั้น เคลย์ เดอ โป โบเต้ แปลว่ากุญแจสู่ผิวสวย ปรัชญาของแบรนด์คือการปลดล็อกพลังความเปล่งประกายของผู้หญิงด้วยเทคโนโลยีเครื่องสำอางและสกินแคร์คุณภาพจากทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของเคลย์ เดอ โป โบเต้ ยึดมั่นในสัมผัสแห่งสุนทรียศาสตร์และอัจฉริยภาพเป็นสำคัญ จึงอัดแน่นไปด้วยความทันสมัย เสน่ห์เย้ายวน และแรงผลักดันที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในการมอบความสว่างกระจ่างใสจากภายใน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ เคลย์ เดอ โป โบเต้วางจำหน่ายใน 23 ประเทศและดินแดนทั่วโลก

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.cledepeau-beaute.com/int/powerofradiance-2022.html  
อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/cledepeaubeaute/

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1740221/CPB_2022_PoR_Amanda_Portrait1_CMYK.jpg
คำบรรยายภาพ – คุณอแมนด้า ซีมันด์จุนตัก ผู้คว้ารางวัล ‘พาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ อวอร์ดส์’ ประจำปี 2565

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1740222/CDP_POR_LOGO_BLACK_hires__square___1.jpg
คำบรรยายภาพ – รางวัล ‘พาวเวอร์ ออฟ เรเดียนซ์ อวอร์ดส์’ จากเคลย์ เดอ โป โบเต้ 

ที่มา: พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.