Header Ads

Header ADS

ครบรอบ 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ครบรอบ 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จัดพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พิธีสงฆ์ และมอบเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน ประจำปี 2565 พร้อมโชว์ผลงานเด่นของหน่วยงานในสังกัด สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรม Talk Show เหลียวหลังแลหน้า 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่ Next Normal 

วันที่ 1 เม.ย. 65 เวลา 06.30 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 130 ปี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานจุดธูปเทียนและถวายพวงมาลัยแก่ ศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลท้าวเวสสุวรรณ ศาลตา-ยาย องค์พระพิรุณทรงนาค (หน้าอาคาร) และองค์พระพิรุณทรงนาค (ห้องพิพิธภัณฑ์) 

ต่อมาในเวลา 07.00 น. เข้าสู่ช่วงพิธีสงฆ์ โดยประธานได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหาร ถวายภัตตาหาร และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ประธานสงฆ์ประพรมน้ำพุทธมนต์ให้กับผู้เข้าร่วมพิธี ณ ห้องรับรอง 112

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน ประจำปี 2565 ณ ห้องประชุม 115 เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้มีจิตอาสา ประกอบคุณงามความดีที่มีความประพฤติเหมาะสม ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือมีผลการปฏิบัติงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี หลังจากนั้นคณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมนิทรรศการการแสดงผลงานสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” อาทิ การขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การพัฒนากุ้งสู่ความยั่งยืน การอนุรักษ์ต่อยอดภูมิปัญญาลวดลายผ้าไหมไทยสู่ความยั่งยืน การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมให้เหมาะสม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในฝัน และสมาชิกสหกรณ์รุ่นใหม่ สร้างเกษตรไทยเข้มแข็ง เป็นต้น


“ภาคการเกษตรยังเป็นระบบเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2565 กระทรวงเกษตรฯ ยังคงมีแนวทางในการพัฒนาภาคการเกษตรใน 5 ยุทธศาสตร์ ทั้งยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ยุทธศาสตร์เทคโนโลยี 4.0 ยุทธศาสตร์ “3S” ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน และยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา ซึ่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เกษตร การเพิ่มผลผลิตของภาคการเกษตร การเพิ่มพื้นที่ชลประทาน และการเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร อย่างไรก็ตาม ขอให้คำมั่นต่อ

พี่น้องเกษตรกรและประชาชนว่า บุคลากรของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในของครอบครัว เพื่อรับฟังปัญหาและนำมาปรับปรุงแก้ไขอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งจะพัฒนาศักยภาพให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน เพื่อนำพาประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า ภาคการเกษตรมีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานจัดกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า 130 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่ Next Normal ผ่านการเล่าเรื่อง (Talk Show) พร้อมมอบคู่มือ Succession Plan โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ นายสำราญ สาราบรรณ์ นายประยูร อินสกุล นายโอกาส ทองยงค์ และนายสมชวน รัตนมังคลานนท์ ในฐานะผู้แทนของส่วนราชการในกำกับดูแล เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุม 115

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้าการเกษตร โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนำผลผลิตทางการเกษตรที่โดดเด่ดของเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์จากจังหวัดต่าง ๆ มาให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานได้เลือกชิม เลือกซื้อภายในงาน ทั้งผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปการเกษตรต่าง ๆ อาทิ ผัก ผลไม้มะม่วงน้ำปลาหวาน ยำมะม่วง ข้าวแต๋น มะพร้าวน้ำหอม กรอบเค็ม แหนมปลาแรด ชุดน้ำพริก น้ำพริกสวรรค์ปูม้า เชียงปลา ปลาดุกเส้นหวาน ปลานวลจันทร์ต้มเค็มปลาดุกสวรรค์ ไส้อั่วปลานิลปลาส้ม ทอดมันปลากรายกล้วยไม้เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีปลาสวยงามหลากหลายชนิด เช่น ปลากัด ปลาสอดสี แจกจ่ายให้กับผู้ซื้อสินค้าประมงแปรรูปครบตามราคาที่กำหนดด้วย

image
image
image
image


ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.