Header Ads

Header ADS

IEAD ร่วมกับ "เอนวิชัน" เซ็น LOI หนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน


IEAD ร่วมกับ "เอนวิชัน" เซ็น LOI หนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

เซี่ยงไฮ้--เม.ย. 2565--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เอนวิชัน กรุ๊ป (Envision Group หรือเอนวิชัน) ประกาศว่าได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ร่วมกับอิมแพค เอนเนอร์ยี่ เอเซีย ดีเวลลอปเมนท์ (IEAD) เพื่อจัดหากังหันลมแก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมชื่อดัง "มอนสูน" ขนาด 600 เมกะวัตต์ ในประเทศลาว โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะเริ่มการก่อสร้างขึ้นในปีนี้ และคาดว่าจะเริ่มการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2568 ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จ ก็จะเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแบบข้ามพรมแดนแห่งแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

โรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งนี้จะตั้งอยู่ในแขวงเซกองและแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของประเทศลาว โดยเอนวิชันวางแผนที่จะจัดหากังหันลม EN-171 จำนวน 133 เครื่อง ที่มีระดับไฟฟ้าอยู่ที่ 4.51 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนสูนจะผลิตพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า 1,700 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง และจะส่งมอบกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้นี้จากลาวไปยังเวียดนามกลาง ผ่านสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ของทางโครงการโดยเฉพาะ

นายนัต หุตานุวัตร (Nat Hutanuwatr) กรรมการผู้จัดการของ IEAD ให้ความเห็นว่า "ดังที่เรามีความคืบหน้าอย่างยอดเยี่ยมในด้านการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมแบบข้ามพรมแดนแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยอัตราภาษีศุลกากรที่ต่ำนั้น เราก็ขอต้อนรับเอนวิชันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางที่น่าตื่นเต้นของเรา ในการส่งมอบกระแสไฟฟ้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งเทคโนโลยีล้ำสมัยของเอนวิชันสำหรับโซลูชันกังหันลมที่เสนอมา ตลอดจนประวัติการดำเนินการที่สำเร็จด้วยดีนั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโครงการนี้ในการบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างคุ้มค่า น่าเชื่อถือ"

ทั้งนี้ โครงการมอนสูนได้รับความสนใจจากทั้งโลกมาตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม โดยบริษัทอิมแพค อิเลคตรอนส์ สยาม (IES) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ IEAD นั้น เริ่มพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมในปี 2554 และ IEAD ได้ลงนามในข้อตกลงซื้อขายพลังงานกับการไฟฟ้าแห่งเวียดนาม (EVN) ในเดือนกรกฎาคม 2564

นอกจากนี้ เอนวิชันยังร่วมมือกับ IES ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "เซกอง" อีก 1,000 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ติดกับโครงการมอนสูน โดย IES เพิ่งประกาศเมื่อไม่นานนี้ว่า บริษัทได้สิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียวจากรัฐบาลลาวเพื่อจัดทำการศึกษาความเป็นไปได้และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเบื้องต้นสำหรับโครงการเซกอง

เกี่ยวกับอิมแพค เอนเนอร์ยี่ เอเซีย ดีเวลลอปเมนท์
อิมแพค เอนเนอร์ยี่ เอเซีย ดีเวลลอปเมนท์ (IEAD) พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "มอนสูน" โดยมีอิมแพค วินด์ อินเวสท์เมนท์ (Impact Wind Investment Limited) เป็นผู้ถือหุ้น 55% และบีซีพีจี (BCPG Public Company Limited) บริษัทพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของไทยและเอเชียแปซิฟิก เป็นผู้ถือหุ้น 45%

เกี่ยวกับอิมแพค อิเลคตรอนส์ สยาม
อิมแพค อิเลคตรอนส์ สยาม (IES) เป็นผู้พัฒนาและบุกเบิกด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทย บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์รวมกว่า 1,900 เมกะวัตต์ในไทยญี่ปุ่นลาว และเวียดนาม IES เป็นบริษัทเอกชนที่ก่อตั้งเมื่อปี 2554 ที่พัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ราคาประหยัด และไว้วางใจได้ และเป็นผู้บุกเบิกการใช้งานนวัตกรรมที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ในภาคอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับชุมชนทั่วทั้งภูมิภาคนี้

ปัจจุบัน IES เป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "มอนสูน" และ "เซกอง" ในภาคใต้ของประเทศลาว ซึ่งจะมีความจุไฟฟ้ารวมกัน 1,600 เมกะวัตต์ เมื่อไม่นานมานี้ IES ได้ประกาศว่าโครงการมอนสูนได้ลงนามในข้อตกลงซื้อขายพลังงานกับการไฟฟ้าแห่งเวียดนาม โดยคาดว่าโครงการจะบรรลุข้อตกลงทางการเงินได้ภายในปี 2565

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.impactelectrons.com/

เกี่ยวกับเอนวิชัน กรุ๊ป 
เอนวิชัน กรุ๊ป คือบริษัทเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำของโลกและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเพื่อการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ด้วยพันธกิจในการฝ่าอุปสรรคในเส้นทางสู่อนาคตอันยั่งยืนของมนุษยชาติ เอนวิชันออกแบบ จำหน่าย และบริหารจัดการกังหันลมและระบบจัดเก็บพลังงานอัจฉริยะในชื่อ "เอนวิชัน เอนเนอร์ยี่" (Envision Energy), แบตเตอรี่ที่ขับเคลื่อนด้วย AIoT ในชื่อเอนวิชัน เออีเอสซี (Envision AESC) และระบบปฏิบัติการ AIoT ที่ใหญ่ที่สุดของโลกในชื่อเอนวิชัน ดิจิทัล (Envision Digital) นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นเจ้าของทีมแข่งรถเอนวิชัน เรซิง ฟอร์มูลา อี (Envision Racing Formula E) ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าส่งเสริมพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ในฐานะ "ถ่านหินแบบใหม่"แบตเตอรี่และเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในฐานะ "น้ำมันเชื้อเพลิงแบบใหม่"เครือข่าย AIoT ในฐานะ "กริดพลังงานแบบใหม่"นิคมอุตสาหกรรมที่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในฐานะ "โครงสร้างพื้นฐานแบบใหม่" ตลอดจนผลักดันการสร้างและบ่มเพาะ "อุตสาหกรรมใหม่" ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เอนวิชัน กรุ๊ปได้รับการจัดให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของรายชื่อ 50 บริษัทอัจฉริยะประจำปี 2562 โดยวารสารเอ็มไอที เทคโนโลยี รีวิว (MIT Technology Review) เมื่อเดือนตุลาคม 2564 เอนวิชันคว้าอันดับ ของโลกในรายชื่อ "เชนจ์ เดอะ เวิลด์" (Change the World) ของฟอร์จูน ทั้งนี้ เอนวิชัน กรุ๊ปได้เข้าร่วมโครงการริเริ่มระดับโลกอย่าง RE100 และเป็นบริษัทแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบ 100% ภายใน 2568 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2564 เอนวิชันได้ประกาศว่า บริษัทจะบรรลุเป้าหมายการเป็นกลา่งทางคาร์บอนในทุกส่วนของห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2571

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.envision-group.com

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/747745/Envision_Logo.jpg

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.