Header Ads

Header ADS

เกษตรกรร้องนายกฯ ก.เกษตรฯปล่อยนำเข้ากุ้ง

 เกษตรกรร้องนายกฯ ก.เกษตรฯปล่อยนำเข้ากุ้ง

สมาคมกุ้งไทย ออกโรงห่วงใยอุตฯกุ้งไทย ขอลุงตู่จัดกุ้งเป็นวาระแห่งชาติ นำทัพเร่งแก้วิกฤตปัญหาโรคให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งได้ ช่วยพลิกฟื้นอุตฯกุ้งของประเทศ เป้าวัตถุดิบกุ้ง 4 แสนตันเพื่อการส่งออก ภายในปี 66  ขอบคุณ รัฐพยายามช่วย แต่วิธีไม่เวิร์ค/ไม่ตอบโจทย์ (10 ปี เกิดโรคยังแก้ไม่ได้ สูญเสียโอกาส-รายได้การส่งออก 5 แสนล้านบาท) วอนนายกให้ความสำคัญทุ่มงบประมาณ กำลังคน ฯลฯ เต็มที่ สนับสนุนกรมประมง-ส่วนงานเกี่ยวข้อง

บ่ายวันนี้ (9 สิงหาคม 2565) นายเอกพจน์   ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย นำทีมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จำนวนกว่า 20 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้สินค้ากุ้งเป็นวาระแห่งชาติ -ออกมาตรการแก้ปัญหาการเลี้ยงเรื่องโรคให้พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งเร่งด่วน พลิกฟื้น-สร้างความเข้มแข็ง- ยั่งยืนให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายคือ วัตถุดิบกุ้ง 400,000 ตัน เพื่อการส่งออก ให้ได้ในปี 2566 (ที่ไม่ใช่มาจากการนำเข้ากุ้ง) โดยมี นายสมหมาย เอี่ยมสะอาด ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรับมอบ ณ  ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกุ้งไทย และตัวแทนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดสายห่วงโซ่การผลิต ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งสมาคมกุ้งไทยได้เสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งเพื่อความยั่งยืนของประเทศ โดยการผลักดันเป้าการผลิตกุ้ง เฉพาะวัตถุดิบกุ้งเพื่อส่งออกให้ได้ 400,000 ตัน ภายใน 2 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขปัญหาเรื่องการเลี้ยง โดยเฉพาะวิกฤตปัญหาโรค สาเหตุสำคัญที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรฯ เลี้ยงกุ้งไม่ได้  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางกรมประมง พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ด้วยมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ บุคลากรและอื่นๆ  ทำให้การทุ่มเทศึกษาวิจัย  รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้บริการตรวจวิเคราะห์ให้กับเกษตรกร มีข้อจำกัด ฯลฯ โรคยังคงเป็นวิกฤตปัญหาสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกร ทำให้ผลผลิตกุ้งครึ่งปีแรกของปี 2565 ลดลงถึง 1.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ตอบโจทย์ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง-เห็นเป็นรูปธรรมจากรัฐบาลโดยเร่งด่วนที่สุด

“ยืนยันได้ว่า 10 ปี หลังเกิดโรคระบาดในกุ้ง อุตฯกุ้งไทย สูญเสียโอกาส-รายได้จากการส่งออกถึง 500,000 ล้านบาท ที่น่าห่วงอย่างยิ่งคือถึงวันนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้  วิธีที่รัฐพยายามช่วยยังไม่เวิร์ค/ไม่ตอบโจทย์  อีกทั้งการที่สื่อต่างประเทศได้เผยแพร่ข่าวว่ารัฐบาลของสาธารณรัฐเอกวาดอร์ได้ประกาศให้กุ้งเอกวาดอร์สามารถส่งออกไปยังตลาดประเทศไทยได้อีกครั้ง เพราะเอกวาดอร์สามารถดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัย และความปลอดภัยทางชีวภาพได้ กรมประมงไทยยอมรับและมีประกาศอนุญาตให้มีการนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์  และอินเดียนั้น สมาคมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวอย่างยิ่ง ต่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว อาจสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ แบรนด์สินค้ากุ้งไทย (Branding) ความเชื่อมั่นในสินค้ากุ้งไทยของผู้นำเข้าและผู้บริโภค ที่สำคัญส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งภายในประเทศในระยะกลาง และระยะยาว เช่น  ส่งผลกระทบโดยตรงราคากุ้งภายในประเทศ  อาจนำกุ้งที่ติดเชื้อแฝง-/ความเสี่ยงนำโรคเก่า/โรคใหม่เข้ามาเข้าประเทศสร้างความเสียหาย ทำให้เกษตรกรในประเทศอ่อนแอ-ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาให้เข้มแข็งและมีความสามารถในการแข่งขันฯ รวมถึงโอกาสที่อุตฯกุ้งของประเทศจะได้รับการพัฒนาด้านต่างๆน้อยลง  ฯลฯ

สมาคมกุ้งไทย จึงได้เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึก เพื่อขอความอนุเคราะห์จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการเร่งด่วน ดังนี้

1.     ขอให้สินค้ากุ้งเป็นวาระแห่งชาติ  รัฐบาลเห็นความสำคัญ มีมาตรการการผลิตกุ้งในประเทศ เป้าหมายเพื่อ วัตถุดิบกุ้ง 400,000 ตัน เพื่อการส่งออก ให้ได้ในปี 2566 อย่างเป็นรูปธรรม (ผลผลิตไม่ใช่มาจากการนำเข้า) -สินค้ากุ้งเคยเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้เข้าประเทศได้ปีละมหาศาลมาอย่างต่อเนื่อง กว่า 100,000 ล้านบาท ในปี 2553 จากที่ผลิตกุ้งได้ถึง 640,000 ตัน แต่หลังจากประสบปัญหาโรคตายด่วน หรือ EMS และโรคอื่นๆ ตั้งแต่ปลายปี 2554 ผลผลิตกุ้งต่ำกว่า แสนตัน และตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไทยสูญเสียโอกาสรายได้กว่า แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้  สมาคมจึงขอให้ฯพณฯนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ให้มีทุกภาคส่วนสำคัญ อาทิ ภาคการผลิต-เกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง/ธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ มาบูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด ฉับไว มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกร และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมได้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง รวมถึงความยั่งยืนในระยะยาวของอุตสาหกรรมกุ้งของประเทศ

 

2.     แก้ไขปัญหาเรื่องโรค  ให้พี่น้องเกษตรกรสามารถเลี้ยงกุ้งได้ โดยเร็วที่สุด โดยจัดสรรงบประมาณ บุคลากร ฯลฯ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการศึกษาวิจัย การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาโรคให้สำเร็จ

 

3.     สินค้ากุ้งเป็นสินค้าสำคัญของประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องดูแลอย่างเข้มแข็งจากรัฐ การนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศเป็นเรื่องอ่อนไหวที่สุด ขอให้ช่วยดูแล-ปกป้อง สนับสนุนส่งเสริมภาพลักษณ์ แบรนด์สินค้ากุ้งไทย (Branding) ให้เป็นที่ยอมรับฯ  รวมถึงเรื่องเชื้อโรคกุ้งที่มีอยู่ปัจจุบัน-/โรคอุบัติใหม่ที่อาจแฝงมากับกุ้งนำเข้า

 

“วันนี้สมาคมกุ้งไทย และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมายื่นหนังสือเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มาด้วยความห่วงใยอุตฯกุ้ง และหวังที่จะได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จาก ฯพณฯ มานำทัพช่วยแก้วิกฤตปัญหาเรื่องโรคให้กับพี่น้องผู้เลี้ยงกุ้ง ด้วยมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมเต็มกำลัง ดึงภาคสำคัญมาร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการ ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นกุ้งไทย ให้สามารถมีวัตถุดิบจากการเพาะเลี้ยงภายในประเทศ เฉพาะเพื่อการส่งออกให้ได้ที่ 400,000 ตัน ภายในปี 2566 นำรายได้เข้าประเทศปีละเกือบแสนล้าน/กว่าแสนล้านบาทได้ เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกุ้งของประเทศโดยรวมอย่างแท้จริง” นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวทิ้งท้าย./

 

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.