Header Ads

Header ADS

เคพเพล (Keppel) เตรียมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังไฮโดรเจนแห่งแรกของสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างโดยกิจการค้า ร่วมระหว่างมิตซูบิชิ พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก และจูรอง เอ็นจิเนียริ่ง

 

เคพเพล (Keppel) เตรียมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังไฮโดรเจนแห่งแรกของสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างโดยกิจการค้า

ร่วมระหว่างมิตซูบิชิ พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก และจูรอง เอ็นจิเนียริ่ง

กรุงเทพฯประเทศไทย 13 กันยายน 2565 เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์) ได้บรรลุการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ผ่านทางเคพเพล เอนเนอร์ยี่ บริษัทย่อยที่ตนถือหุ้นทั้งหมด เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันก๊าซขั้นสูง (CCGT) ขนาด 600 เมกะวัตต์ที่ล้ำสมัย และได้ทำสัญญางานวิศวกรรม จัดซื้อ และก่อสร้าง (EPC) สำหรับการก่อสร้างโรงงาน กับกิจการค้าร่วมซึ่งประกอบไปด้วย มิตซูบิชิ พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก และ จูรอง เอ็นจิเนียริ่ง โรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน ที่จะสร้างขึ้นในเขตซาครา บนเกาะจูร่ง ประเทศสิงคโปร์ นี้ จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังไฮโดรเจนแห่งแรกในสิงคโปร์

 เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจที่ลดการลงทุนในสินทรัพย์ของเคพเพล โรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน จะอยู่ในการครอบครองของ บริษัท เคพเพล ซาครา โคเกน จำกัด (KSC) ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่ เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ ถือหุ้นทั้งหมด โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด เคพเพล เอเชีย อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (KAIF)[1] และเคพเพล เอนเนอร์ยี่ จะถือหุ้นในบริษัท เคพเพล ซาครา โคเกน (KSC) 70% และ 30% ตามลำดับ นอกจากนี้ บริษัท เคพเพล ซาครา โคเกน (KSC) และเคพเพล เอนเนอร์ยียังมีกำหนดการทำสัญญาเหมาจ้างแบบเบ็ดเสร็จในการพัฒนาโรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน การลงทุนทั้งหมดสำหรับโรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 750 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

โรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในขั้นต้นยังได้รับการออกแบบให้ทำงานกับเชื้อเพลิงที่มีปริมาณไฮโดรเจน 30% และมีความสามารถในการสลับไปทำงานโดยใช้ไฮโดรเจนทั้งหมด นอกจากนี้ ในฐานะโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันก๊าซขั้นสูง (CCGT) จะสามารถผลิตไอน้ำเพื่อใช้ในกระบวนการอุตสาหกรรมสำหรับลูกค้าด้านพลังงานและเคมีภัณฑ์บนเกาะจูร่ง โรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน ประเทศสิงคโปร์ มีกำหนดการณ์ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2569 โดยจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ล้ำสมัยและประหยัดพลังงานที่สุดในสิงคโปร์ ซึ่งหมายความว่าจะมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า เช่น ความเข้มของการปล่อยมลพิษที่ต่ำลงและความยืดหยุ่นในการทำงานที่สูงขึ้น  โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันก๊าซขั้นสูง (CCGT) นี้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในบรรดาโรงไฟฟ้าที่ดำเนินงานอยู่ในสิงคโปร์ และจะสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากถึง 220,000 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการทำงานโดยเฉลี่ยสำหรับการผลิตพลังงานที่เทียบเท่ากันของสิงคโปร์ การลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ดังกล่าว เทียบเท่ากับการลดจำนวนรถยนต์ตามท้องถนนประมาณ 47,000 คันต่อปี

มิตซูบิชิ พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก ยังได้รับสัญญาบริการระยะยาว (LTS) สำหรับการบำรุงรักษาของกังหันอีกด้วย

ภาคพลังงานที่คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของการปล่อยคาร์บอนในประเทศสิงคโปร์[2] การผลิตไฟฟ้าแบบลดการปล่อยคาร์บอนจึงเป็นหัวใจสำคัญของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญตามแผนสีเขียว (Green Plan) ของประเทศสิงคโปร์

นอกจากสัญญางานวิศวกรรม จัดซื้อ และก่อสร้าง (EPC) กับสัญญาบริการระยะยาว (LTS) บริษัทเคพเพล นิว เอนเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ ถือหุ้นทั้งหมด ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัทมิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ จำกัด เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ใช้แอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิง 100% ในพื้นที่ที่เลือกไว้ในสิงคโปร์ ความร่วมมือนี้มุ่งหวังที่จะจัดการกับปัญหาด้านพลังงานและส่งเสริมการสร้างภาคพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืนมากขึ้นในสิงคโปร์และภูมิภาคโดยรอบ

การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ของโรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา ตลอดจนบันทึกความร่วมมือ (MOU) เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้แอมโมเนีย 100% นั้นสอดคล้อง นโยบาย วิสัยทัศน์ 2030” ของเคพเพล ซึ่งยึดถือความยั่งยืนเป็นแกนหลักของกลยุทธ์บริษัท

"ความต้องการใช้ไฟฟ้าของสิงคโปร์คาดว่าจะเติบโตด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตทาง เศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ สำนักงานตลาดพลังงานจึงยินดีรับการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ด้วยการใช้ไฮโดรเจน โรงไฟฟ้าแห่งนี้ของเคพเพลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการปล่อยคาร์บอน สิ่งนี้จะช่วยผลักดันให้สิงคโปร์เปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตด้านพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น พร้อมรับประกันความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของการจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้บริโภค" นายเหวียม ชื่อ ชุน ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตลาดพลังงาน (EMA) กล่าว

คุณซินดี้ ลิม ประธานกรรมการบริหารเคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ กล่าวว่า "โรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน ขนาด 600 เมกะวัตต์ จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันก๊าซแห่งแรกในสิงคโปร์ที่ใช้ไฮโดรเจนและมีประสิทธิภาพขั้นสูงสุดทำให้ เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ เป็นแนวหน้าของความพยายามในการลดคาร์บอนของภาคพลังงานของสิงคโปร์ เมื่อสร้างเสร็จแล้วโรงไฟฟ้านี้จะเพิ่มยอดการผลิตไฟฟ้าของเคพเพลจาก 1,300 เมกะวัตต์ในปัจจุบัน เป็น 1,900 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยให้เรามีส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่ขึ้น เนื่องจากความต้องการพลังงานที่เชื่อถือได้ยังคงเพิ่มขึ้นพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์"

คุณคริสติน่า แทน ประธานกรรมการบริหารเคพเพล แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของหน่วยบริหาร เคพเพล เอเชีย อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (KAIF) กล่าวว่า "การร่วมทุนโดย เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ และ เคพเพล เอเชีย อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ ในโรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบธุรกิจที่ลดการลงทุนในสินทรัพย์ของเคพเพล พร้อมกับคว้าโอกาสในด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เราเชื่อว่าไฮโดรเจนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความมุ่งมั่นของสิงคโปร์ในการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงาน เคพเพล แคปปิตอล จะยังคงใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันของ เคพเพล กรุ๊ป เพื่อค้นหาและลงทุนในโครงการที่พร้อมในอนาคตเพื่อสร้างมูลค่าให้กับนักลงทุนของเรา"

นายโอซามุ โอโนะ กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหารของ มิตซูบิชิ พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า "มิตซูบิชิ พาวเวอร์ ตั้งตารอที่จะจัดส่งกังหันก๊าซ JAC พลังไฮโดรเจนของเราให้โรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีการผสมผสานที่เหนือชั้นระหว่างประสิทธิภาพระดับโลกและความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์ด้วยชั่วโมงการทำงานที่มากมายในทั่วโลก ศูนย์ตรวจสอบโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่เชื่อมต่อกับโครงข่าย T-Point 2 ซึ่งตั้งอยู่ที่ทากาซาโกะ ไฮโดรเจน ปาร์ก ในญี่ปุ่น และประสบการณ์ที่มากมายของเรา ด้วยการผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงที่อุดมด้วยไฮโดรเจนมานานกว่าครึ่งศตวรรษเนื่องจากเป็นนวัตกรรมเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำและไม่มีคาร์บอน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการใช้ไฮโดรเจนในระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยมลพิษ เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับเคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ ซึ่งเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในภาคพลังงาน เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ที่วางไว้และสร้างอนาคตด้านพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับสิงคโปร์"

นาย โคอิจิ วาตานาเบะ กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหารของ จูรอง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด แสดงความคิดเห็นว่า "เราดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าเคพเพล ซาครา โคเกน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันในการขจัดคาร์บอนในการผลิตไฟฟ้าในอนาคตของเรา จูรอง เอ็นจิเนียริ่ง จะยังคงสร้างความหลากหลายและเสริมความแข็งแกร่งให้กับความสามารถด้านวิศวกรรมของเรา โดยการนำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ในขณะที่มีส่วนผลักดันอนาคตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น"

การพัฒนาดังกล่าวคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบที่สำคัญกับกำไรต่อหุ้นรวมถึงสินทรัพย์สุทธิที่มีตัวตนต่อหุ้นของเคพเพล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเคพเพล แคปปิตอล และเคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน


-จบ-


เกี่ยวกับเคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ 

เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ (KI) เป็นบริษัทย่อยที่มีการถือหุ้นทั้งหมดโดยเคพเพล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติระดับแนวหน้าของสิงคโปร์ที่ให้บริการโซลูชันสำหรับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ ให้บริการโซลูชันสำหรับความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดในโลกผ่านธุรกิจพลังงานและก๊าซ สิ่งแวดล้อม และพลังงานใหม่ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการปฏิบัติงานที่ได้รับการพิสูจน์

เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ มีประวัติผลงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบครบครัน ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า โรงงานผลิตพลังงานจากขยะ (WTE) ระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่ ตลอดจนโรงงานกลั่นน้ำเสียและโรงงานกลั่นน้ำทะเล ในสิงคโปร์ เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ ดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแบบใช้แก๊สประสิทธิภาพสูงขนาด 1,300 เมกะวัตต์ และโครงข่ายท่อและท่อสาธารณูปโภคในเกาะจูร่ง นอกจากนี้ยังเป็นผู้ค้าปลีกไฟฟ้าชั้นนำของสิงคโปร์ และเป็นผู้พัฒนากับผู้ให้บริการระบบทำความเย็นในภูมิภาครายแรกและรายใหญ่ที่สุด ในระดับโลก เคพเพล เซเฮอร์ เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำด้านการผลิตพลังงานจากขยะที่มีโครงการอ้างอิงมากกว่า 100 รายการใน 20 ประเทศทั่วโลก

เคพเพล อินฟราสตรัคเจอร์ กำลังขยายการดำเนินงานทั้งในสิงคโปร์และต่างประเทศ ในด้านต่าง ๆ เช่น การผลิตไฟฟ้า การจัดการของเสีย การทำความเย็นในภูมิภาค พลังงานหมุนเวียนและการจัดเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และช่องทางด้านพลังงานสะอาดอื่น ๆ


เกี่ยวกับเคพเพล แคปปิตอล

เคพเพล แคปปิตอล เป็นผู้บริหารสินทรัพย์ชั้นนำในเอเชีย โดยเป็นหน่วยงานบริหารสินทรัพย์ของเคพเพล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทข้ามชาติชั้นนำของสิงคโปร์ที่มีการดำเนินงานทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ เคพเพล คอร์ปอเรชั่น ให้บริการโซลูชันสำหรับความเป็นเมืองที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่พลังงานและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเมือง การเชื่อมต่อ และการจัดการสินทรัพย์

ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 42 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์[3] ณ สิ้นปี 2564 เคพเพล แคปปิตอล มีหลักทรัพย์ที่หลากหลายซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล และกองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือกในตลาดโลกที่สำคัญ

เคพเพล แคปปิตอล ตั้งเป้าที่จะสร้างมูลค่าและมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยผ่านผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึง REIT ที่จดทะเบียน กองทุนธุรกิจ กองทุนส่วนบุคคล เครื่องมือการลงทุนแบบบัญชีแยกและรวมกลุ่ม


เกี่ยวกับ มิตซูบิชิ พาวเวอร์

มิตซูบิชิ พาวเวอร์ คือแบรนด์ด้านโซลูชันพลังงานของบริษัทมิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ จำกัด (MHI) ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก มิตซูบิชิ พาวเวอร์ ได้ออกแบบ ผลิต และบำรุงรักษาอุปกรณ์และระบบที่ผลักดันการกำจัดคาร์บอน รวมถึงรับรองการส่งมอบพลังงานที่เชื่อถือได้ทั่วโลก โซลูชันของ มิตซูบิชิ พาวเวอร์ ประกอบไปด้วยกังหันก๊าซที่หลากหลาย อาทิ กังหันก๊าซเชื้อเพลิงไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิงชนิดออกไซด์แข็ง (SOFC) และระบบควบคุมคุณภาพอากาศ (AQCS) มิตซูบิชิ พาวเวอร์ มุ่งมั่นที่จะมอบบริการอันเป็นแบบอย่างและทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อวาดภาพอนาคตแห่งพลังงาน อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการพัฒนาโรงไฟฟ้าดิจิทัลผ่านชุดโซลูชัน TOMONI® ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมอีกด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://power.mhi.com

เกี่ยวกับจูรอง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

จูรอง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (JEL) เป็นบริษัทชั้นนำด้านวิศวกรรมและการก่อสร้างที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2514 จูรอง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้ส่งมอบโครงการที่ประสบความสำเร็จที่น่าเชื่อถือแก่โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมในกว่า 30 ประเทศ

 

ปัจจุบัน จูรอง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้มีส่วนร่วมในโรงไฟฟ้ากว่า 190 แห่ง ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 88 กิกะวัตต์ จากการที่มีชื่อเสียงที่มั่นคงในระดับนานาชาติ ทำให้ จูรอง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด มีเครือข่ายบริษัทต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง โครงการริเริ่มระดับโลกทำให้มีข้อได้เปรียบเพิ่มเติมในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทข้ามชาติต่าง ๆ ในสาขาเดียวกัน

 

ด้วยประวัติการทำงานที่โดดเด่น ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง และประสบการณ์ที่หลากหลาย วิสัยทัศน์หลักของเราคือการเน้นไปที่การจัดหาโซลูชันด้านวิศวกรรมที่เชื่อถือได้ เหนือชั้นกว่า และครอบคลุม โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพวัฏจักรชีวิต ความปลอดภัย และการส่งมอบมูลค่าสูงสุดให้กับหุ้นส่วนของเรา

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.