“พาณิชย์”มองบวก หากมะกันขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น 25% ชี้ส่งออกกระทบน้อย ยันมีแผนรับมือ - ข่าวเด่นวันนี้ | Today Highlight News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

“พาณิชย์”มองบวก หากมะกันขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น 25% ชี้ส่งออกกระทบน้อย ยันมีแผนรับมือ

img
 “พาณิชย์”ประเมิน หาก "ทรัมป์" ขึ้นภาษีจีนเป็น 25% ไม่กระทบส่งออกไทยเพิ่มขึ้น เหตุได้รับผลกระทบไปแล้วเมื่อปี 61 แต่จะเป็นโอกาสส่งออกมากกว่า จากการที่สหรัฐฯ อาจนำเข้าสินค้าไทยเพิ่มขึ้น แม้ไทยส่งออกสินค้าบางรายการไปจีนลดลง มูลค่าน่าจะชดเชยกันได้ ยันเตรียมทำแผนบุกเจาะตลาดเชิงรุกมากขึ้น พร้อมนัดประชุมทูตพาณิชย์ 31 พ.ค.นี้ ประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่มีแนวโน้มว่าสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจาก 10% เป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.นี้ เป็นต้นไป แต่จากการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า หากสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีจริง อาจไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในปีนี้มากขึ้นกว่าที่ได้รับผลกระทบไปแล้วเมื่อปี 2561 เพราะปี 2561 สหรัฐฯ ได้ขึ้นภาษีสินค้าจากจีนเป็น 10% และการส่งออกไทยได้รับผลกระทบไปแล้ว หากปรับขึ้นอีก จะไม่กระทบต่อการส่งออกไทยเพิ่มขึ้นมากนัก

“ถ้าสหรัฐฯ ขึ้นภาษีเป็น 25% จริง ก็ต้องดูว่าเป็นสินค้าอะไรบ้าง ถ้าเป็นรายการเดิมที่ขึ้นไป 10% เมื่อปีที่แล้ว การส่งออกไทยไม่น่าได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอีกมากนัก แต่ถ้าเป็นรายการใหม่ๆ ก็ต้องมาดูกันอีกที แต่เชื่อว่าไทยน่าจะมีโอกาสส่งออกได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเป็นอุปสรรค เพราะสหรัฐฯ น่าจะนำเข้าจากไทยมากขึ้นเพื่อทดแทนสินค้าจีน โดยมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น น่าจะชดเชยมูลค่าส่งออกไปจีนที่ลดลงได้”

ทั้งนี้ ในปี 2561 ไทยส่งออกไปจีนได้มูลค่า 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าส่งออกลดลงในสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน เช่น ยานพาหนะและส่วนประกอบ ของใช้ในบ้าน ออฟฟิศ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และแผงวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกล ส่วนสหรัฐฯ ไทยส่งออกได้มูลค่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสหรัฐฯ นำเข้าจากไทยเพื่อทดแทนสินค้าจีนที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษี เช่น ยานพาหนะและส่วนประกอบ เครื่องประดับ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และวงจร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและส่วนประกอบ และอาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่ม และเมื่อพิจารณาสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า พบว่า ทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยลดลง 779 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 0.3% ของมูลค่าการส่งออกทั้งปี 2561 ที่ส่งออกได้มูลค่า 252,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
       
น.ส.ชุติมากล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้มีการหาตลาดใหม่รองรับสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ามาอย่างต่อเนื่องแล้ว และปัจจุบัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดทำแผนรุกตลาดส่งออกเพิ่มเติม โดยจะเน้นบุกเจาะตลาดที่เป็นมณฑล รัฐ และเมืองรองมากขึ้น ทั้งในสหรัฐฯ จีน อินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่สินค้าไทยมีโอกาส ขณะเดียวกัน จะประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำประเทศต่างๆ ทั่วโลกวันที่ 31 พ.ค.2562 เพื่อประเมินสถานการณ์ส่งออก รวมถึงแผนผลักดันการส่งออกเมืองรองด้วย

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า การส่งออกไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นมากนัก เพราะสินค้าที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีเป็น 25% ส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มหลักๆ ที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีอยู่แล้ว แต่หากเป็นสินค้ากลุ่มรองๆ ลงไป เช่น อิเล็กทรอนิกส์บางราย สินค้าเกษตรบางรายการ และอาหาร ก็ต้องมาดูว่าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน แต่ในภาวะวิกฤต ก็มีโอกาสที่ทั้ง 2 ประเทศจะนำเข้าสินค้าไทยเพื่อทดแทนสินค้าที่ถูกขึ้นภาษี

สำหรับสินค้าไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ามาก จะเป็นสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน ถ้ามีการขึ้นภาษีจริง จะทำให้สินค้าในกลุ่มนี้ของไทยได้รับผลกระทบ ซึ่งไทยต้องหายุทธวิธีในการแก้ปัญหาในระยะยาว ส่วนสินค้าไทยที่มีโอกาสทดแทนสินค้าสหรัฐฯ ในจีนเพิ่ม ถ้ามีการขึ้นภาษีเป็น 25% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น เนื้อสัตว์ ปลาและอาหารทะเล ผลไม้ กาแฟ ชา ไขมัน ของปรุงแต่ง ซอสต่างๆ เครื่องดื่ม น้ำตาล และขนมทำจากน้ำตาล เป็นต้น และไทยยังมีโอกาสส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนสินค้าจากจีนที่ถูกขึ้นภาษี เช่น ยานพานหะและส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และวงจร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและส่วนประกอบ และอาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่ม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad