นักวิชาการย้ำอย่าตื่นกลัว'พาราควอด' ชี้ไม่อันตรายหากใช้ถูกวิธี-ถ้าเลิกต้นทุนเกษตรพุ่งแน่ - ข่าวเด่นวันนี้ | Today Highlight News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2562

นักวิชาการย้ำอย่าตื่นกลัว'พาราควอด' ชี้ไม่อันตรายหากใช้ถูกวิธี-ถ้าเลิกต้นทุนเกษตรพุ่งแน่

นักวิชาการย้ำอย่าตื่นกลัว'พาราควอด' ชี้ไม่อันตรายหากใช้ถูกวิธี-ถ้าเลิกต้นทุนเกษตรพุ่งแน่
ศ.ดร.รังสิต สุวรรณมรรคา ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อมูลว่ามีสารทดแทนพาราควอตได้ โดยเฉพาะผู้ให้ข้อมูลคือผู้ผลิต ผู้ขาย ที่เชื่อตามผู้ไม่มีความรู้ด้านเกษตร โดยประสบการณ์แล้ว หากมีสารที่สามารถทดแทนพาราควอตได้ทุกมิติ เกษตรกรคงเลิกใช้สารพาราควอตไปนานแล้ว จึงอยากให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นหากมีการแนะนำให้ใช้สารอื่น หรือวิธีอื่น แล้วส่งผลเสียหายต่อผลผลิต จะเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรในยุคที่ราคาผลผลิตตกต่ำ พืชผลเสียหายจากภัยแล้ง และน้ำท่วม
"ปัจจุบันยังไม่มีสารชนิดใดที่มีคุณสมบัติทดแทนพาราควอตได้ นักวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรทั่วโลกทราบดีว่า พาราควอตเป็นสารที่ไม่ดูดซึม ใช้ฉีดหญ้าหลังจากหญ้างอกขึ้นมาแล้ว ทำลายเฉพาะส่วนสีเขียวของพืชที่อยู่เหนือดิน ไม่ดูดซึม ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วในการกำจัดหญ้า ระยะปลอดฝนสั้น หมายถึงหากมีฝนตกหลังฉีดพ่นภายในครึ่งชั่วโมงก็ยังมีประสิทธิภาพดี เกษตรกรใช้สารกำจัดวัชพืชแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.ใช้กำจัดวัชพืชก่อนวัชพืชงอก และ 2.ใช้กำจัดวัชพืชเมื่อวัชพืชงอกแล้ว สารกำจัดวัชพืชต่างชนิดกัน ก็มีคุณสมบัติต่างกันไป" ศ.ดร.รังสิต กล่าว
ศ.ดร.รังสิต กล่าวต่อไปว่า พาราควอต มีความปลอดภัยต่อพืชประธาน เนื่องจากไม่ดูดซึม ต่างจากสารชนิดอื่นที่เป็นอันตรายต่อพืชประธาน การสนับสนุนให้ใช้เครื่องกลเพื่อร่วมบริหารจัดการวัชพืชเป็นสิ่งที่ดี แต่ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่นการใช้เครื่องจักรจะทำลายพืชประธานที่ต้องการปลูกได้ ไม่สามารถใช้ได้ในพื้นที่เปียกชื้น มีค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมันและแรงงานคน
ในไร่มันสำปะหลังหากใช้เครื่องจักรจะไปกระทบกับหัวมันสำปะหลังใต้ดิน รวมทั้งการแนะนำให้เกษตรกรปลูกถั่วเป็นพืชคลุมดินระหว่างแถวอ้อย ก็ต้องคิดด้วยว่า เกษตรกรจะต้องจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ถั่ว ค่าปลูก ค่าไถกลบเท่าไหร่ ซึ่งงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำให้เกษตรกรใช้สารกำจัดวัชพืชแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับสภาพการปลูก และพืชปลูก
ในการจัดการวัชพืชแบบผสมผสาน เป็นทางเลือก ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้สารชนิดใดหรือเครื่องมือใดมาทดแทนสารพาราควอต โดยเกษตรกรจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะใช้หรือไม่ใช้สารชนิดใด ดูเรื่องประสิทธิภาพ และราคา เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของเกษตรกร แม้กระทั่งประเด็นปัญหาความเสี่ยงสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ก็มีมาตรการจำกัดการใช้ที่ภาครัฐกำหนด มีการกำหนดพืช พื้นที่ ให้การอบรมเกษตรกรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน
"การจะแนะนำให้เกษตรกรใช้อะไร จำเป็นต้องมีการศึกษาพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน ยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคเกษตรกรรมและการส่งออกของไทย ขอให้นึกถึงเกษตรกรเป็นลำดับแรก โดยให้ความสำคัญต่อประเด็นสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่ากัน เน้นย้ำว่าการใช้สารอย่างถูกต้องตามคำแนะนำบนฉลาก จะทำให้เกิดความปลอดภัย การให้ความรู้แก่เกษตรกรจึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาการเกษตรทุกด้าน" ศ.ดร.รังสิต กล่าวย้ำ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad