ประกาศผลการตัดสินรอบแรก “ประกวดผลงานศิลปะสร้างสรรค์จากวรรณกรรมไทย ปี 13” - ข่าวเด่นวันนี้ | Today Highlight News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ประกาศผลการตัดสินรอบแรก “ประกวดผลงานศิลปะสร้างสรรค์จากวรรณกรรมไทย ปี 13”

ประกาศผลการตัดสินรอบแรก “ประกวดผลงานศิลปะสร้างสรรค์จากวรรณกรรมไทย ปี 13” 


ศิลปินชั้นครูปลื้มผลงานเด็กประถม ชมถ่ายทอดจินตนาการได้ดี

ประกาศผลการตัดสินรอบแรกเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13 โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ชวนจิตรกรรุ่นใหม่ร่วมปลดปล่อยจินตนาการผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมไทย ในหัวข้อ “บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ความสุข ความผูกพันของสังคมไทย” โดยการประกวดปีนี้ ได้รับความสนใจจากเยาวชนทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก ทำให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแห่งวงการศิลปะและวรรณกรรม ร่วมพิจารณาผลงานอย่างละเอียดลึกซึ้ง เพื่อค้นหาผลงานที่มีอัตลักษณ์ แปลกใหม่ ร่วมสมัย และถ่ายทอดจินตนาการที่ได้จากวรรณกรรมเล่มโปรดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2554 และหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า “ปีนี้ผลงานของเด็กประถมสุดยอดมากทั้งในเชิงอิสรภาพและความคิด แต่ก็มีผลงานบางชิ้นสอดแทรกความคิดหรือทักษะของผู้ใหญ่เข้ามาด้วย ทำให้คณะกรรมการต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบมากขึ้น ขณะที่ผลงานของเด็กมัธยมสะท้อนความสับสนของวัยที่กำลังค้นหาตัวตน ยิ่งในยุคดิจิทัลเราต้องค้นหามุมมองใหม่ ๆ และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่ แต่อย่าเลียนแบบเทคนิคหรืออัตลักษณ์ของคนอื่น ดังนั้นเราต้องดูงานให้มาก ค้นคว้าหาความรู้ให้มาก แล้วสะท้อนกลับเข้ามาในตัวเราเพื่อค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเองให้เจอ ถึงจะสะท้อนให้เห็นว่าศิลปะอยู่ในใจของเราแล้ว เราจึงสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร สุดท้ายมันจะเป็นผลงานที่ชนะใจกรรมการและผู้ชม สำคัญที่สุดมันต้องชนะใจตัวเอง”

สอดคล้องกับมุมมองของ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) ประจำปี พ.ศ.2536 ที่กล่าวว่า “ปีนี้มีผลงานหลายชิ้นที่ประทับใจแต่ยังไม่โดดเด่น ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่สะท้อนการค้นหาตัวตนและมีรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน จริง ๆ แล้วการทำงานศิลปะรูปแบบนี้มันยากนะ มันเป็นงานที่เรียกว่า “ศิลปะส่องทางกัน” หมายถึง การเชื่อมโยงศิลปะทุกแขนงเข้าด้วยกัน ผ่านการซึมซับอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินแล้วนำมาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง ส่วนหนึ่งเพราะดิจิทัลเข้ามามีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ผลงานของเยาวชนค่อนข้างมาก ทำให้หลายคนไม่รู้จักตัวเอง ตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่เข้ามามีอิทธิพลต่อจิตใจอย่างรวดเร็ว ถ้าเด็ก ๆ รู้เท่าทันและคิดตามได้ก็จะสามารถนำมาต่อยอดเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ขึ้นมา เรียกว่าเป็นยุคสมัยที่ท้าทายภูมิปัญญาของคนที่กล้าสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งคนที่จะก้าวสู่การเป็นศิลปินจะต้องอาศัยความเข้าใจ คิดต่อ และคิดต่างขึ้นมาให้ได้”
  
ทั้งนี้ ผลการตัดสินรอบแรกของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13 ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 7 ท่าน  ได้แก่ ศาสตรเมธี ดร. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร , ดร.สังคม ทองมี , อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก , คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ และคุณธวัชชัย สมคง แบ่งผลงานออกเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และอุดมศึกษา ดังนี้

ประถมศึกษา
เข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ 
เด็กหญิงชลธิชา ปิตตาทะสา โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี 
ชื่อผลงาน “หมู่บ้านแห่งความสุข” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เด็กชายกับใบโพธิ์”
เด็กชายธนกร แสนทวีสุข โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี 
ชื่อผลงาน “มหกรรมในท้องทุ่ง” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “มหกรรมในท้องทุ่ง”
เด็กหญิงรยาพร ทองฉวี บ้านสวนศิลป์ลูกเจี๊ยบ 
ชื่อผลงาน “ความสุขใต้ร่ม” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อยายอายุเท่าหนู”
เด็กหญิงสลิล ตั้งฟุ้งเกียรติ โรงเรียนเทศบาลวัดขจรรังสรรค์ 
ชื่อผลงาน “บวร” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ม่าเหมี่ยวและเพื่อน”


รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ 
เด็กหญิงกนกรัตน์ เรืองรัตน์ โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี 
ชื่อผลงาน “ปิดทองลูกนิมิต” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “สนุกกับงานวัด”
เด็กหญิงฑีภัทรวดี สุขฉันทะ ชมรมสอนศิลปะหอศิลป์ปาร์ตี้อาร์ทแกลเลอรี่ 
ชื่อผลงาน “ไก่เลี้ยงของคุณยาย” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก”
เด็กหญิงณิชาภา ทรงผาสุก โรงเรียนบ้านศิลปะ 
ชื่อผลงาน “บูชาพระยาแถน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ความเชื่อเรื่องพระยาแถนของกลุ่มชาติพันธุ์ในสังคมกลุ่มวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคอีสาน”
เด็กหญิงภัทรภร นิลวรรณาภา ศิลปะลานคูน
ชื่อผลงาน “เข้าโรงเรียน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกอีสาน”
เด็กหญิงศรัณย์พร รอดจันทร์ โรงเรียนนาคนาวาอุปถัมภ์ 
ชื่อผลงาน “ปิ่นโตแห่งความสุข” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ความสุขของกะทิ”

รางวัลพิเศษ ได้แก่ 
เด็กหญิงกัญญาวีร์ สุทธิสนธิ์ โรงเรียนเทศบาลวัดขจรรังสรรค์ 
ชื่อผลงาน “วิถีชีวิตความเป็นไทย” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ม่าเหมี่ยวและเพื่อน”
เด็กหญิงฐิติรัตน์ เหลาสกุล โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี 
ชื่อผลงาน “สนุกสนานในงานวัด” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก”
เด็กชายภกร กาญจนิล โรงเรียนวรรัตน์ศึกษา (ตลิ่งชัน) 
ชื่อผลงาน “บวร ธรรมชาติ และความสุข” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “บึงหญ้าป่าใหญ่”
เด็กชายภัทรพงศ์ ดำสุวรรณ โรงเรียนบ้านคงเวชศิลป์ 
ชื่อผลงาน “บวร สังคมไทย และสังคมแห่งความสุข” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “วัฒนธรรมและสังคมไทย”
เด็กชายศิลป์ชัย ลิ่มพิพัฒน์ บ้านสวนศิลป์ลูกเจี๊ยบ
ชื่อผลงาน “สุข ผูกพัน ในท้องทุ่ง” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อยายอายุเท่าหนู”

มัธยมศึกษาตอนต้น
เข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ 
เด็กหญิงเปรมมิกา มีพารา โรงเรียนบางแคเหนือ 
ชื่อผลงาน “ความสุข” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “บ้านชายทุ่ง”
เด็กชายพู่กัน สร่องศรี โรงเรียนสารวิทยา 
ชื่อผลงาน “ชักพระ” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “บ้านชายทุ่ง”
เด็กหญิงสุเนตรา คงเวช โรงเรียนบ้านคงเวชศิลป์ 
ชื่อผลงาน “บ้าน วัด โรงเรียน สายสัมพันธ์สู่ความสำเร็จ” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “หลายชีวิต (โนรี)”
เด็กหญิงสิริรัช รัตตมณี บ้านสวนศิลป์ลูกเจี๊ยบ 
ชื่อผลงาน “ความดีงาม” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ผีเสื้อและดอกไม้”

รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ 
เด็กหญิงชลธิชา ดียางหวาย โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา 
ชื่อผลงาน “วิถีชีวิตไทยสมัยก่อน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อยายอายุเท่าหนู”
เด็กหญิงณัฏฐณิชา วีรเสนีย์ โรงเรียนศรียาภัย 
ชื่อผลงาน “อนุรักษ์โขน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “วัยใสหัวใจโขน”
เด็กหญิงดาราได จงจีระ โรงเรียนเทศบาลวัดขจรรังสรรค์ 
ชื่อผลงาน “วิถีไทย” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “บ้านชายทุ่ง”
เด็กชายทิภัทรฐา สุวรรณรัฐภูมิ โรงเรียนเทศบาลวัดขจรรังสรรค์ 
ชื่อผลงาน “วัยเด็ก” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อยายอายุเท่าหนู”
เด็กหญิงศิริกุลวดี ประเสริฐวิทย์ บ้านสลัดศิลป์ 
ชื่อผลงาน “ความผูกพัน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “สี่แผ่นดิน”

รางวัลพิเศษ ได้แก่
เด็กชายเจษฎา อ่ำประสิทธิ์ โรงเรียนเทศบาล 1 (ทีโอเอวิทยา) 
ชื่อผลงาน “บวร” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ขวัญสงฆ์”
เด็กชายชัยวัทน์ ภูมิลำเนา โรงเรียนวัดนวลนรดิศ 
ชื่อผลงาน “เดินทางกลับบ้าน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกอีสาน”
เด็กหญิงดากานดา จีนเจนพจน์ ชมรมสอนศิลปะหอศิลป์ปาร์ตี้อาร์ตแกลลอรี่ 
ชื่อผลงาน “เรียนรู้ วิถีโขน”
 แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก”
เด็กหญิงดาวประดับใจ วงษ์ประเสริฐ โรงเรียนชลกันยานุกูล 
ชื่อผลงาน “วันรวย” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “แว้งที่รัก”
เด็กชายวรเชษฐ์ พันธุระ โรงเรียนบุญวัฒนา 
ชื่อผลงาน “ความสุขที่อาจลืม” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เกิดเป็นเด็กตลาด”
มัธยมศึกษาตอนปลาย
เข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ 
นางสาวมนทกานติ  ฤทธิ์จำนงค์ โรงเรียนศรียาภัย 
ชื่อผลงาน “ความรู้สึกข้างใน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เสียงเตือนในเสียงหวูดรถไฟ”
นางสาววนวรรณ ศิริจินโน ชมรมสอนศิลปะหอศิลป์ปาร์ตี้อาร์ตแกลลอรี่ 
ชื่อผลงาน “ข้าวก้นบาตรของหลวงปู่” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “คนอยู่วัด”
นางสาวศรัญญา ชัยวงศ์ โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย 
ชื่อผลงาน “หนูลูกพระ” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ขวัญสงฆ์”

รางวัลพิเศษ ได้แก่
นายธนาดล มองฤทธิ์ โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา 
ชื่อผลงาน “ตาโขนสไตล์” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ผีตาโขนมรดกแผ่นดินศรีสองรัก”
นางสาวเบญจพร สาธรราช โรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา 
ชื่อผลงาน “ลูกอีสาน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง    “ลูกอีกสาน”
นางสาววลัยลักษณ์ ปิ่นทอง โรงเรียนศรียาภัย 
ชื่อผลงาน “สมานฉันท์” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “แว้งที่รัก”
นางสาวสุจิตา คงเวช วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฏร์ธานี 
ชื่อผลงาน “บวร ความสุข ความผูกพันของสังคมไทย” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “วัดกับชุมชน”
นายอรรณพ  สัทธศรี โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย 
ชื่อผลงาน “เวลาในขวดแก้ว” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เวลาในขวดแก้ว”
อุดมศึกษา
เข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ 
นายผจงภักดิ์ เอาเจริญภักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (เพาะช่าง) 
ชื่อผลงาน “โฮปเฟล” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ไผ่แดง”
นายพงศธร ทิพาเสถียร มหาวิทยาลัยขอนแก่น 
ชื่อผลงาน “เรื่องราวของเจ้าทองเทา” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “หมา (อยู่) วัด”
นางสาวพิสชา พ่วงลาภ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ 
ชื่อผลงาน “แสงสว่างแห่งศรัทธา” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ตำนานภูเขาทอง”

รางวัลพิเศษ ได้แก่ 
นายกตัญญู วัฒนาประดิษฐชัย วินเซ็นต์แกลลอรี่
ชื่อผลงาน “เรื่องของเห็ด” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “แก้วจอมแก่น”
นายธฤทธิ์ภูมิ นามวิชา ชมรม Art Gallery Painting 12
ชื่อผลงาน “วิถีชีวิตและความเป็นอยู่” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกอีสาน”
นายธนพล ดาทุมมา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 
ชื่อผลงาน “สีสันงานอุปสมบท” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “สืบสานตำนานงานบุญประเพณี”
นายวชิร รุจิพงษ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 
ชื่อผลงาน  “รูปเคารพแห่งยุค หมายเลข 2” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ไตรภูมิพระร่วง”
นางสาวสุภัชชา บุญเหลือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 
ชื่อผลงาน  “สัตหีบบ้านฉัน” 
แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก”

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13 ได้ในเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงร่วมซื้อภาพผลงานของเยาวชนที่ได้รับรางวัล รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย สมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อเป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้ที่ www.intouchcompany.com / FB : intouchstation  หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 082-796-1670-1, 02-934-6767 และ 02-118-6953 หรือ Line ID: Jintanakarn.intouch

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad