บริโภคพืชผักให้ปลอดภัยจากสารเคมี - ข่าวเด่นวันนี้ | Today Highlight News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บริโภคพืชผักให้ปลอดภัยจากสารเคมี

รักษ์เกษตร : แนวทางการผลิตผักปลอดสารพิษ


       คำถาม พืชผักผลไม้ที่วางขายในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มีการใช้สารเคมี เราจะมีวิธีการอย่างไร เพื่อให้บริโภคได้อย่างปลอดภัยครับ
คำตอบ
การทำความสะอาดพืชผักผลไม้ เพื่อลดและขจัดสารเคมีและสิ่งที่เจือปนออกไปก่อนการบริโภค จะมีวิธีที่ผู้บริโภคควรพิจารณา ตามความเหมาะสมของพืชผลชนิดนั้นๆ มีดังนี้
1. การปอกเปลือกหรือการลอกชั้นนอกของผักออก การลอกใบชั้นนอกออกจะปลอดภัยมากกว่า แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด เช่นผักต่างๆ แอปเปิ้ล แครอทกะหล่ำปลี อาจช่วยลดและกำจัดสารตกค้างที่พื้นผิวด้านนอกของพืชผลออกไป ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้สูญเสียสารอาหารหรือแร่ธาตุที่สำคัญบางส่วนที่อยู่ในบริเวณนั้นไปด้วย
2. การล้างผักด้วยน้ำเปล่า โดยเปิดให้น้ำไหลผ่าน เด็ดผักเป็นใบๆ ใส่ตะแกรงโปร่งแล้วเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาบนผิวใบของผัก หรือผลไม้ ทำให้นานนานประมาณ 2 นาที วิธีนี้ มีข้อเสียอยู่บ้างคือ ใช้เวลานานในการล้าง ใช้น้ำในปริมาณมาก และอาจยังมีสารเคมีบางอย่างตกค้างอยู่
3. การล้างด้วยน้ำเกลือ โดยใช้เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ผักผลไม้นาน 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้อาจมีเกลือและรสเค็มเข้าไปอยู่ในผักหรือผลไม้ได้เช่นกัน
4. การใช้น้ำส้มสายชู ที่มีกรดน้ำส้มความเข้มข้น 5% ของกรดน้ำส้ม ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:10 แช่ผักหรือผลไม้นาน 10-15 นาที โดยภาชนะที่ใส่ผักล้างไม่ควรเป็นพลาสติก จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้ ผักอาจมีกลิ่นของน้ำส้มสายชูติดมา และผักบางชนิด เช่น ผักกาดเขียว ผักกาดขาว อาจมีการดูดรสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูทำให้รสชาติเปลี่ยนไปบ้างได้
5. การใช้ด่างทับทิม ด่างทับทิมมีลักษณะเป็นเกล็ดแข็ง สีม่วง สามารถละลายในน้ำได้ ทำให้เกิดสีชมพูหรือม่วง เป็นสารประกอบประเภทเกลือ โดยใช้ปริมาณ 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ผักไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้ ถ้าหากใช้ด่างทับทิมในปริมาณมากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารได้ และหากสูดดมไอระเหยของด่างทับทิมเข้าไปมากก็อาจทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาได้ รวมถึงหากสารนี้เข้าตา อาจเสี่ยงทำให้ตาบอดได้
6. การใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา ให้ใช้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่น 1 กะละมัง หรือประมาณ 20 ลิตร แช่พืชผักนาน 15 นาที แล้วนำไปล้างออกด้วยน้ำสะอาด แม้ช่วยลดปริมาณสารพิษได้มาก แต่ข้อจำกัดของการใช้เบกกิ้งโซดา คือ มีส่วนผสมของโซเดียมอยู่จึงอาจถูกดูดซึมเข้าสู่ผักหรือผลไม้ และการได้รับเบกกิ้งโซดาในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้
7. การแช่ผักในน้ำยาล้างผักที่มีวางขายตามท้องตลาด โดยใช้ความเข้มข้นของน้ำยาประมาณ 0.3% ผสมลงในน้ำ 4 ลิตร แช่ผักนานประมาณ 15 นาที แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง และศึกษาผลิตภัณฑ์ให้ถี่ถ้วนก่อนว่าน้ำยาล้างผักชนิดนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เพราะบางส่วนผสมในน้ำยาล้างผักอาจแทรกซึมเข้าไปในผักและอาจเป็นอันตรายทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้
8. การต้มหรือลวกผักด้วยน้ำร้อน แม้อาจช่วยลดปริมาณสารพิษได้ เป็นวิธีที่ดีและปลอดภัย แต่จะทำให้ผักหรือผลไม้เสียคุณค่าทางโภชนาการไปกับน้ำและความร้อน เช่น วิตามินซี วิตามินบี 1ไนอะซิน เป็นต้น
วิธีการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นอาจช่วยลดปริมาณสารพิษ และลดความเสี่ยงในการเผชิญปัญหาสุขภาพจากสารตกค้างในพืชผลทางการเกษตรได้ แต่ผู้บริโภคก็ควรระมัดระวังในการเลือกบริโภคอาหารแต่ละชนิดอยู่เสมอ ใส่ใจและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้วยการยินยอมเลือกซื้อผักผลไม้ที่ปลอดสารพิษ แต่มีราคาแพงกว่า และปรุงอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมกับประเภทอาหารทั้งหมุนเวียนรับประทานอาหาร จะปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากกว่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad