Header Ads

Header ADS

เปิดบทสัมภาษณ์ “หมอมือหนึ่งสหรัฐ” โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ถกสถานการณ์โควิด-19


ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือ “โควิด-19” ที่กำลังทวีความรุนแรงทั่วโลก “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอของเฟซบุ๊กได้ทำการสัมภาษณ์ ดร.แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติ (National Institute of Allergy and Infectious Diseases; NIAID) ของสหรัฐอเมริกาผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด -19 ทั้งในสหรัฐและทั่วโลก “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมประเด็นสำคัญ ๆ จากบทสัมภาษณ์ดังกล่าวที่น่าสนใจ ดังนี้

Social Distance คือการรับมือที่ดีที่สุด

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรปยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาเรียกช่วงเวลาของการระบาดในระยะนี้ว่า “การแพร่ขยาย” (Escalation Phase) 
แต่ ดร.เฟาซีชี้ว่าระยะการแพร่ขยายอาจกินระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น หากมีการดำเนินมาตรการจำกัดพื้นที่การแพร่กระจายโรคอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมหรือ “Social Distance” ที่ให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่นและพยายามอยู่แต่ในที่พักอาศัยเป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายและรับเชื้อไวรัส นับว่าเป็นมาตรการที่มีความสำคัญมาก
ทั้งนี้ ดร.เฟาซีระบุว่า เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 15 วันตามกำหนดแล้ว ทางการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปอีกได้ เพราะหากพิจารณาข้อมูลการระบาดในต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ระยะเวลาบังคับใช้มาตรการเพียง 15 วันอาจน้อยเกินไป

คนอายุน้อย อาจเป็นตัวกลางแพร่ไวรัส

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ดร.เฟาซียังชี้ด้วยว่า กลุ่มคนอายุน้อย มีโอกาสที่จะเป็นกลุ่มคนแพร่เชื้อไวรัสได้มากที่สุด เนื่องจากคนหนุ่มสาวมักไม่แสดงอาการรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำ ส่งผลให้คนกลุ่มนี้ไม่เข้ารับการรักษาโดยแพทย์หรือทำการกักตัวเอง
ซึ่งคนหนุ่มสาวที่มีอาการป่วยจากการติดเชื้อไม่รุนแรงหรืออาจไม่แสดงอาการเลยเหล่านี้ ยังจะสามารถแพร่เชื้อไปยังกลุ่มคนเสี่ยงอื่น ๆ อย่างกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้วได้ ซึ่ง ดร.เฟาซีระบุว่า สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาแก้ไขได้ยาก เนื่องจากความไม่สอดคล้องกันของโครงสร้างประชากร ที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากจำเป็นต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดจากกลุ่มคนอายุน้อย

วัคซีนช่วยแก้ปัญหาระยะยาวได้ แต่ต้องใช้เวลา

“วัคซีน” เป็นวิธีการป้องกันการระบาดของโควิด -19 ในระยะยาว แต่ดร.เฟาซีชี้ว่า การพัฒนาวัคซีนจนเป็นผลสำเร็จนั้นมีหลายขั้นตอน ทั้งการศึกษาวิจัยโครงสร้างทางชีววิทยาของเชื้อไวรัส และการทดลองจนเป็นที่แน่ชัดว่า วัคซีนดังกล่าวมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดในกระตุ้นภูมิต้านทานโรค อาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานระหว่าง 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง แต่ระยะเวลาดังกล่าวก็นับว่าค่อนข้างเร็วมากหากเทียบกับสมัยก่อน
ดร.เฟาซียังกล่าวกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กด้วยว่า หากมีการใช้งานวัคซีนที่ยังไม่ผ่านการทดลองจนเป็นที่ประจักษ์ว่า สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดีได้

อุปกรณ์การแพทย์จะขาดแคลนอย่างแน่นอน

ผู้อำนวยการ NIAID ระบุว่า ในภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุขเช่นนี้ ทรัพยากรทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ ชุดป้องกันการติดเชื้อ ไปจนถึงศักยภาพการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล อาจไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ โดยเฉพาะหากสถานการณ์โรคระบาดรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าจะมีการเตรียมพร้อมรับมือเป็นอย่างดีก็ตาม
ดร.เฟาซีระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีมาตรการเพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้ว แต่หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ภาวะขาดแคลนก็จะไม่หลีกเลี่ยงมิได้ แต่สิ่งที่สามารถกระทำได้คือ การระงับกิจกรรมทางการแพทย์ที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมากอย่าง การผ่าตัดที่ไม่จำเป็น
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.