Header Ads

Header ADS

กสอ. เดินหน้าอินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่น เปิดจับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น 70 กิจการ ผ่านแพลตฟอร์ม “ทีกู๊ดเทค – เจกู๊ดเทค”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายอินดัสตรีบับเบิล เร่งเชื่อมอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ “ทีกู๊ดเทค – เจกู๊ดเทค” หนุนเชื่อมเป็น “อินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่น” คาดจับคู่ธุรกิจปลอดภัยไกลโรคได้กว่า 70 กิจการ สร้างมูลค่าส่งออกสูงถึง 400 ล้านบาท ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมอุตสาหกรรมไทยก่อนเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกในอนาคต

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า จากแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในการจับคู่ธุรกิจกันระหว่างประเทศด้านอุตสาหกรรม เพื่อการเป็นคู่การค้าที่ปลอดภัยจากโควิด-19 หรือ อินดัสตรีบับเบิล (Industry bubble) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ขานรับและเร่งดำเนินการ โดยได้หารือกับองค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งญี่ปุ่น (Organization for Small & Medium Enterprises and Regional Innovation : SMRJ) โดยจับคู่อุตสาหกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเชื่อมเป็นอินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่น
นายณัฐพล กล่าวเสริมว่า อินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่น ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มทีกู๊ดเทค (T-GoodTech) แพลตฟอร์มที่มีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนจับคู่ธุรกิจ ที่มีผู้ประกอบการไทยเป็นสมาชิกอยู่กว่า 4,000 กิจการ เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มเจกู๊ดเทค (J-GoodTech) แพลตฟอร์มเอสเอ็มอีรายใหญ่ที่มีฐานข้อมูลธุรกิจกว่า 20,000 กิจการ ครอบคลุมทุกภูมิภาคของญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ อีกมายมายที่เข้ามาหาคู่ค้า ถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการจับคู่ทางธุรกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละกิจการ ทั้งยังมีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์กิจการให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตรงตามความต้องการของธุรกิจ ร่วมทั้งเป็นการเจรจาทางธุรกิจที่ปลอดภัย ปลอดโรค และมีความน่าเชื่อถือ ทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กสอ. สามารถสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการจับคู่อุตสาหกรรมได้กว่า 70 กิจการ และคิดเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศผ่านการส่งออกถึง 400 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี แนวโน้มการเติบโตของระบบการค้าออนไลน์ในประเทศไทย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2562 มีอัตราการเติบกว่า ร้อยละ 8.71 ซึ่งคาดว่าในปี พ.ศ. 2563 จะเติบโตกว่าร้อยละ 35 ดังนั้นการดำเนินการ อินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่น จะได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในการพัฒนาศักยภาพเพื่อรอบรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน ทั้งยังสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมไทย เพื่อความพร้อมในการก้าวสู่ “ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก” ได้ในอนาคต นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองอุตสาหกรรมดิจิทัล โทรศัพท์ 0 2202 4562 หรือติดต่อ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2202 4414 – 18 หรือ เข้าไปที่ www.dip.go.th

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.