Header Ads

Header ADS

AP เดินหน้าเข้มแข็ง โชว์แบ็คล็อกกว่า56,100 ล้าน พร้อมรุก 5 หัวเมืองใหญ่ด้วยแบรนด์ ‘อภิทาวน์’


AP เดินหน้าเข้มแข็ง โชว์แบ็คล็อกกว่า56,100 ล้าน พร้อมรุก หัวเมืองใหญ่ด้วยแบรนด์ อภิทาวน์
·       ยกสินค้าแนวราบซูเปอร์สตาร์ของปี ครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 26 โครงการใหม่ มูลค่า26,000 ล้านบาท
·       ส่งแบรนด์ใหม่ อภิทาวน์ ลุยตลาดต่างจังหวัด ชูจุดเด่นเรื่องการออกแบบพื้นที่ใช้สอยและนวัตกรรมความปลอดภัย นำร่องจังหวัด นครศรีธรรมราช ระยอง ขอนแก่น อยุธยา และเชียงราย เริ่ม 1.5-9 ล้านบาท
·       ครึ่งปีแรกกวาดยอดขาย 15,085 ล้านบาท หลังเซนติเมนต์ลูกค้าเป็นบวก ดีมานด์คอนโดยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น
กรุงเทพ (14 ก.ค.63) -  เอพี ไทยแลนด์ เดินหน้าไปต่อ หลังตลาดเริ่มฟื้นเซนติเมนต์เป็นบวก เชื่อดีมานด์ คอนโดฯ ยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น ยกให้สินค้าแนวราบเป็นซูเปอร์สตาร์ของปี เตรียมพร้อมมูฟออนตามโรดแมพMASTERPLAN FOR TOMORROW ขยายขอบเขตในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ด้วยการเปิด 26 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท พร้อมปั้น อภิทาวน์ แบรนด์ใหม่บุกตลาดต่างจังหวัด นำร่อง จังหวัด พร้อมเตรียมโอนฯ คอนโดใหม่ LIFE อโศก-พระราม และ ASPIRE อโศก-รัชดา เติบโตอย่างมั่นคงด้วยแบ็คล็อกในมือมากกว่า56,149 ล้านบาท รับรู้รายได้จนถึงปี 2566
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี ไทยแลนด์กล่าวว่า วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิ-19เปรียบเหมือนเป็นซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก สร้างผลกระทบที่ใหญ่และรุนแรงกว่าวิกฤตครั้งไหนในอดีต ซึ่งตลอด เดือนที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินงานด้วยความระมัดระวังควบคู่ไปกับการปรับแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยมี EMPOWER LIVING เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญขององค์กร ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายรวมได้ทั้งสิ้น 15,085 ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ 14 โครงการ มูลค่า15,500 ล้านบาท และจากโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการขายอีกกว่า 100 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย70,000 ล้านบาท พร้อมประสบความสำเร็จในการโอนกรรมสิทธิ์ LIFE ลาดพร้าว คอนโดมิเนียมร่วมทุนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยส่งมอบเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าดีมานด์คอนโดยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น
ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามโรดแมพ MASTERPLAN FOR TOMORROW  ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ด้วยการเดินหน้าขยายขอบเขตในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งการอยู่อาศัยคุณภาพให้ครอบคลุมความต้องการของคนไทยที่มากขึ้น ผ่านแผนการเปิดตัวโครงการแนวราบใน จังหวัดด้วยแบรนด์ อภิทาวน์ มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาทได้แก่ นครศรีธรรมราช ระยอง อยุธยา ขอนแก่น และเชียงราย ในรูปแบบโครงการแบบมิกซ์ โปรดักส์ (Mix Products) ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งในแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 1.5 - 9 ล้านบาท พร้อมแผนการเปิดตัวโครงการใหม่นกรุงเทพฯ อีกจำนวน 21 โครงการ โดยเป็นบ้านเดี่ยว 8โครงการ มูลค่า 7,970 ล้านบาท และทาวน์โฮม 13โครงการ มูลค่า 13,33ล้านบาท รวมครึ่งปีหลังบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 26โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท
อภิทาวน์ จะเป็นชื่อแบรนด์สินค้าในกลุ่มต่างจังหวัดที่เพิ่มเข้ามาในพอร์ตเอพี ซึ่งสื่อถึงความตั้งใจของเอพีที่จะสร้างและส่งมอบมาสเตอร์แพลนแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพให้กับคนไทยทุกคน ด้วยการผสาน จุดแข็งหลักได้แก่ 1. การเป็นผู้นำในเรื่องของสเปซดีไซน์(Leading in SPACE Design) โดยรูปแบบบ้านในแต่ละโครงการจะได้รับการออกแบบเพื่อให้สอดรับกับความต้องการและพฤติกรรมของคนในแต่ละจังหวัดตามคอนเซ็ปต์ Dynamic Personalized Model และ2. Tech-Life Management การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ในการอยู่อาศัย ด้วยการติดตั้งนวัตกรรมคัดสรรภายในโครงการ ซึ่งเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการความปลอดภัยภายในหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่คัดสรร ดูแลความปลอดภัยในทุกมิติของการอยู่อาศัยภายในหมู่บ้านจัดสรร ผ่านระบบแพลตฟอร์มอัจฉริยะ โดยพร้อมเปิดตัวโครงการแรกที่ อภิทาวน์ นครศรีธรรมราช พรีเซลในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน และโครงการอื่นๆ ในช่วงเดือนตุลาคมนายวิทการ กล่าวเสริม




สำหรับสินค้าคอนโดมิเนียมในครึ่งปีหลังนี้บริษัทฯ มีคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ในแผน การส่งมอบอีกจำนวน โครงการ ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 มูลค่าโครงการ 9,800 ล้านบาท สถานะยอดขาย 94% พร้อมส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้ และASPIRE อโศก-รัชดา มูลค่าโครงการ 2,900 ล้านบาท ยอดขาย 95% พร้อมส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังมีแบ็คล็อกคอนโดมิเนียมที่รอรับรู้ไปในอีก ปีข้างหน้า (จนถึงปี 2566) มูลค่ามากถึง 42,915 ล้านบาท ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย บริษัทฯ มีคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 18 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถึงแม้จะส่งผลให้ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนระยะสั้นชะลอการตัดสินใจลงทุน แต่ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวก็ยังคงเห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น และถึงแม้บริษัทฯ จะขยับแผนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ออกไป แต่ทีมงานทุกคนยังคงทำงานตามแผนเดิม เพื่อให้โครงการพร้อมเปิดตัวทันทีหากสถานการณ์ในไตรมาส มีทิศทางที่ดีขึ้นหรือมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ
ผลกระทบครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต เรายังคงอยู่กับสภาวะความผันผวนเช่นนี้ต่อไป แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมไม่เหมือนเดิม Challenge ที่น่าสนใจคือ วันนี้คำว่าNew Normal ที่เราพูดถึงกันนั้น ยังเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์แบบ  วิกฤตยังเดินไปไม่ถึงตอนจบ ยังไม่รู้ว่าอีก6 เดือนข้างหน้าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีก ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปต่อท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ นอกจากความพร้อมของคนในองค์กร การบริหารกระแสเงินสดแล้ว แผนธุรกิจที่ยืดหยุ่นคือหนทางที่จะผ่านวิกฤตในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการภายใต้แบรนด์ AP มีพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว สะท้อนได้จากกราฟการเข้าเยี่ยมชมโครงการและยอดขายที่มีสัญญาณเป็นบวก โครงการแนวราบก็มีสัดส่วนการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยอดการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ LIFE ลาดพร้าวที่เริ่มทยอยโอนในเดือนมีนาคม จึงเชื่อว่าภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และเข้าสู่ภาวะสมดุลในเร็ววัน” นายวิทการ กล่าวเสริม
สรุปแผนการดำเนินงานธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2563 ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ทั้งปี 2563 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 41,500 ล้านบาท จำนวน 40โครงการ โดยแบ่งเป็นสินค้าบ้านเดี่ยวจำนวน 18โครงการ มูลค่ารวม 20,470 ล้านบาท ทาวน์โฮม 17โครงการ มูลค่า 16,330 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ มูลค่า 4,700 ล้านบาท และมีสินค้าคอนโดมิเนียมอยู่ระหว่างการขายจำนวน 18โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายที่ 33,500 ล้านบาท  ตั้งเป้ารายได้รวม 100%โครงการร่วมทุน 40,550 ล้านบาท เปิดตัวไปแล้วในครึ่งปีแรกจำนวน 14 โครงการ มูลค่าประมาณ 15,500 ล้านบาท สร้างยอดขายครึ่งปีแรกเท่ากับ 15,085 ล้านบาท
ในปีนี้บริษัทฯ มีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จเตรียมส่งมอบจำนวน โครงการ เริ่มส่งมอบไปแล้วในครึ่งปีแรก ได้แก่ LIFE ลาดพร้าว มูลค่า 8,000 ล้านบาท และ ASPIRE สุขุมวิท-อ่อนนุช มูลค่า 1,600ล้านบาท และเตรียมส่งมอบในครึ่งปีหลังอีก 2โครงการ ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 มูลค่า 9,800ล้านบาท และ ASPIRE อโศก-รัชดา มูลค่า 2,900ล้านบาท
ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2563 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่ามากถึง56,149 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว13,234 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้และคอนโดมิเนียม มูลค่า 42,915 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 15,602 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566


ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ที่:

เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป ภายใต้พันธกิจ ‘EMPOWER LIVING'  ที่เติมเต็มทุกเป้าหมายของชีวิต ด้วยนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีคุณค่าและมีความหมาย

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.