Header Ads

Header ADS

ททท. เปิดตัวโครงการ TAT GYM 2020 ยกระดับขีดความสามารถธุรกิจ และสร้างสรรค์นวัตกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน



ททท. เปิดตัวโครงการ  TAT GYM 2020 ยกระดับขีดความสามารถธุรกิจ และสร้างสรรค์นวัตกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน


            การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนายบุญส่ง คุ้มบุญ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวโครงการยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน (TAT GYM 2020)ร่วมกับพันธมิตร อาทิ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และบริษัท ฟายด์ โฟล์ค จำกัด พลิกโฉมวงการท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด-19 มุ่งพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ สู่การเป็นผู้ประกอบการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการระดมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศช่วยติดอาวุธ พร้อมผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อต่อยอดและยกระดับธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

  
          นายบุญส่ง คุ้มบุญ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท.  เผยว่า สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาทิ ธุรกิจสายการบิน โรงแรม ร้านค้า ชุมชน เป็นต้น ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก  ททท. ในฐานะหน่วยงานผู้นำในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็น แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม(Preferred Destination) อย่างยั่งยืน เล็งเห็นถึงผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงดำเนินโครงการยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน (TAT GYM2020) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว โดยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ควบคู่กับขับเคลื่อนมาตรฐานด้านความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ด้วยการต่อยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี บนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism)
          โครงการ TAT GYM 2020 มุ่งเน้นผลักดันผู้ประกอบการการท่องเที่ยวรุ่นใหม่จากทั่วประเทศสู่ความสำเร็จทางธุรกิจในโลกแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งได้พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ อาทิ ดร.วชรวรรธน์ ปิยะรัตนมงคล Corporate Trainning Manager บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ซึ่งจะร่วมบรรยายในหัวข้อสำคัญ อาทิ ทัศนคติของนักจัดการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวหลังภาวะวิกฤต กลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการสื่อสาร การตลาดการท่องเที่ยวยุคดิจิทัลรวมถึงมีที่ปรึกษาทางธุรกิจดูแลตลอดระยะเวลาโครงการให้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่อยอดไอเดียได้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเปิดรับสมัครบุคคลรุ่นใหม่ คัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 10 ทีม ทีมละ 2 คน ซึ่งจะได้รับเงินทุนสนับสนุนทีมละ 10,000 บาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ทางโครงการฯ และพันธมิตร จะร่วมสนับสนุนรางวัลให้ นวัตกรรมดีเด่นได้ต่อยอดต่อไป รวมมูลค่าของรางวัลมากกว่า 150,000 บาท

          นางสาวทอปัด สุบรรณรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่แอร์เอเชียเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในวิกฤตนี้ แอร์เอเชีย พบว่าเราให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การวางแผนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกรอบของ  ESG คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และการมีธรรมมาภิบาล ทำให้บริษัทสามารถจัดการความความเสี่ยง ปรับตัวและบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น หน่วยงานในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงควรได้รับการติดอาวุธ โดยแอร์เอเชียจะเป็นส่วนหนึ่งร่วมวางแผนพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป

          ผศ.ดร. ณัฏฐินี ทองดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากวิกฤตที่กำลังเผชิญ แต่ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเร็วอีกเช่นกัน คนในอุตสาหกรรมนี้จึงต้องพัฒนาศักยภาพอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด และขณะนี้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มรูปแบบในการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเข้มแข็ง
          ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องมีอายุระหว่าง 18-35 ปี มีจำนวนสมาชิกทีมละ 2 คน และมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 1 ปี อาทิ  ผู้ประกอบการที่พักสมาร์ทฟาร์ม ผู้ประกอบการ สมาชิกกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก เป็นต้น สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ -20 กรกฎาคม 2563 ทางเว็บไซต์ www.tatgym.com ทั้งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการและรายละเอียดการรับสมัครเพิ่มเติมได้ทาง www.tatgym.com และ Facebook page: TAT GYM

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.