Header Ads

Header ADS

ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด นำทัพผักผลไม้คุณภาพสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด กระแสผู้บริโภคตอบรับล้นหลาม ปริมาณธุรกิจ 157 ล้านบาท

ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด นำทัพผักผลไม้คุณภาพสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด กระแสผู้บริโภคตอบรับล้นหลาม ปริมาณธุรกิจ 157 ล้านบาท

ธุรกิจรวบรวมผักชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด สู่ตลาดโมเดิร์นเทรดตอบรับดี ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ผลิตผักคุณภาพ ดันยอดซื้อพุ่งในรอบปีนี้กว่า 157 ล้านบาท

นางสาวภัทราวดี ดวงติ๊บ ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด เปิดเผยว่า เดิมทางชุมนุมฯ มีรายได้จากการทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่และเช่าห้องเย็น แต่ได้รับโอกาสจากทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่เข้ามาสนับสนุนให้ทำธุรกิจรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรประมาณ 1 ปีเศษ โดยเริ่มต้นจากการหาตลาดในกลุ่มของห้างโมเดิร์นเทรด และหาแหล่งผลิตผักและผลไม้ที่มีคุณภาพมาป้อนตลาด ซึ่งโชคดีที่ได้มาเจอกับสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงปางอุ๋ง จำกัด อ.แม่แจ่ม ที่ผู้นำมีความเข้มแข็งและสนใจที่จะทำเกษตรประณีต จึงได้พูดคุยและจับมือทำธุรกิจร่วมกัน จากการที่ได้ร่วมงานกันมาเพียง 1 ปีเศษ พบว่าสินค้าของสหกรณ์แห่งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคด้วยดี ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเปิดรับผลผลิตจากทางกลุ่มไม่จำกัด แต่ขอให้อยู่ในเงื่อนไขคือสินค้าดี มีคุณภาพ
“ ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อผัก ผลไม้ 14 ตันต่อวัน ทางชุมนุมฯได้แจ้งออเดอร์ไปยังสหกรณ์ผู้ผลิต เพื่อวางแผนการผลิตผักผลไม้ให้สอดคล้องกับที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งการสั่งซื้อโตแบบก้าวกระโดดมาก เพราะลูกค้าถามหาสินค้าเรามากขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่แผนสั่งซื้อ 3-4 ตู้ต่อเดือน หลังทำงานร่วมกัน 6 เดือน สั่งซื้อเพิ่มเป็น 5 ตู้และอีกไม่กี่เดือนก็สั่งเพิ่มเป็น 7 ตู้ต่อเดือน ทั้งที่เดิมทางสหกรณ์เองคาดว่ายอดสั่งซื้อน่าจะอยู่แค่ 3-4 ตู้ในช่วงปีแรก ปัจจุบันธุรกิจรวบรวมผักของสหกรณ์มีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งแต่ มิ.ย. 62 ถึง มิ.ย. 63 มีมูลค่ารวมประมาณ 157 ล้านบาท จากเดิมที่เรามีรายได้จากค่าเช่าห้องเย็นปีละไม่กี่สิบล้านบาทเท่านั้น” นส.ภัทราวดี กล่าว
ด้าน นายนิกร แซ่เห่อ ประธานสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงปางอุ๋ง จำกัด อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สหกรณ์มีสมาชิก 250 คน พื้นที่ทำเกษตร 400 ไร่ ทางสหกรณ์ได้รวบกลุ่มสมาชิกเข้าร่วมโครงการ ปลูกผักคุณภาพเพื่อส่งผลผลิตให้ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ 40 คน โดยทางสหกรณ์จะมีการวางแผนการตลาดทั้งปีกับทางชุมนุมฯซึ่งเป็นคู่ค้ากัน จากนั้นจะนำไปวางแผนผลิตกับสมาชิก เพื่อบริหารผลผลิตไม่ให้มากเกินความต้องการ เช่น กระหล่ำปลีเดือนละ 1 แสนกิโลกรัม หรือปีละ 100 ตัน และยังมีผลผลิตอื่น ๆ เช่นผักกาดขาวปลี อโวคโด มะเขือเทศราชินี เป็นต้น ซึ่งสมาชิกจะต้องมีการผลิตตามมาตรฐานการผลิตที่ดี หรือGAPเป็นอย่างน้อย อีกทั้งปัจจุบันเกษตรกรหันมาลดการใช้สารเคมีทำให้สมาชิกในพื้นที่สุขภาพดีขึ้นและต้นทุนการผลิตต่อไร่ลดลง
“สหกรณ์เริ่มปลูกผักคุณภาพมาประมาณ 2 ปี และเพิ่งเข้ามาร่วมงานกับชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัดได้ประมาณ 2 ปี ราคาที่ตกลงซื้อขายกันจะสูงกว่าราคาตลาด ที่ผ่านมาได้รับงบอุดหนุนสร้างอาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง เพื่อทำโรงตกแต่ง บรรจุพืชผักจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและลดการสูญเสียผลผลิตได้มาก สหกรณ์จึงสามารถรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกได้ราคาที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งสำหรับผมเองก็ได้ร่วมโครงการปลูกผักคุณภาพส่งให้ทางชุมนุมฯเช่นกัน ทำให้รายได้ของครอบครัวเพิ่มขึ้น จากที่เคยทำได้ปีละ 5 แสนบาท เป็น 1.1 ล้านบาทต่อปี และมีสมาชิกบางคนที่ปลูกองุ่นหรือผลไม้เมืองหนาวที่มีราคาสูง ก็สามารถสร้างรายได้นับสิบล้านบาทต่อปี เพราะมีตลาดรองรับที่ชัดเจนและทุกคนช่วยกันทำผลผลิตคุณภาพ ทำให้ขณะนี้มีหลายคนอยากเข้าโครงการ แต่ทางเราต้องดูความพร้อมด้วย เพราะต้องคุมคุณภาพ และในวันนี้พิสูจน์แล้วว่าหากเราทำของดีจะมีตลาดวิ่งหาเสมอ “ นายนิกรกล่าว

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.