Header Ads

Header ADS

PIMO เนื้อหอม!! 2 โบรกฯ แนะซื้อ รับอานิสงส์ยอดสั่งมอเตอร์สระว่ายน้ำโตสวนกระแส


PIMO เนื้อหอม!! 2 โบรกฯ บล.หยวนต้า-บล.ฟิลลิป แนะซื้อ รับอานิสงส์ยอดสั่งมอเตอร์สระว่ายน้ำโตสวนกระแส ขณะที่ยืนหนึ่ง!! คว้าสิทธิบัตรผลิตสินค้า BLDC อายุสัญญา 12 ปี หนุนมาร์จิ้นสูง ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 5.75 บาท ด้านหัวเรือใหญ่ “วสันต์ อิทธิโรจนกุล” วางตำแหน่งเป็นหุ้น Laggard และ Growth Stock หวังสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในอนาคต

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO โดยระบุว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก 2563 อยู่ที่ 31 ล้านบาท มากกว่ากำไรสุทธิทั้งปี 2562 ที่ 29 ล้านบาท เพราะยอดจำหน่ายสินค้ามอเตอร์สระว่ายน้ำและมอเตอร์ปั๊มน้ำ ขณะที่สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 19.9% จาก 15.3% ในครึ่งปีแรก 2562
นอกจากนี้ PIMO ยังเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับสิทธิบัตร ในการผลิตสินค้า BLDC ซึ่งเป็นสินค้าประเภทมาร์จิ้นสูงกว่าแบบ AC มีตลาดรองรับในสหรัฐ เนื่องจากคุณสมบัติที่ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าถึง 40% ทำให้มีการอนุมัติกฎหมายข้อบังคับในสหรัฐฯ ว่าตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2564 ห้ามจำหน่ายมอเตอร์ AC ดังนั้น PIMO ได้รับสิทธิบัตรซึ่งจะหมดอายุสัญญาในปี 2575 หรือภายใน 12 ปี จึงช่วยสนับสนุนให้คำสั่งซื้อจากประเทศสหรัฐฯ ปัจจุบันเต็มไปถึงเดือนธันวาคมแล้ว
ฝ่ายวิเคราะห์จึงคาดการณ์การเติบโตของรายได้เบื้องต้นเติบโต 15% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนและประมาณการกำไรเบื้องต้นในปี 2564 ในกรณีแย่ที่สุด ปกติและดีที่สุดที่ 100 ล้านบาท,120 ล้านบาท และ 140 ล้านบาท ได้ EPS ที่ 0.16,0.19 และ 0.23 บาท ตามลำดับ อิง PER ในการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่ม mai แบบระมัดระวังที่ 15,20 และ 25 เท่า ได้ราคาที่ควรจะเป็น ณ สิ้นปี 2564 เบื้องต้นในกรอบ 2.40-5.75 บาท โดยในกรณีที่แย่ที่สุดอยู่ที่ 2.40 บาท กรณีที่ดีที่สุดอยู่ที่ 5.75 บาท และกรณีปกติที่เป็นไปได้อยู่ที่ 3.80 บาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อหุ้น PIMO โดยให้ราคาเป้าหมายในปี 2564 ไว้ที่ 2.60 บาทต่อหุ้น เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่ายังคงเติบโตดีกว่าที่คาดจากสินค้ากลุ่ม BLDC ตามมาตรฐานใหม่ในสหรัฐเกี่ยวกับการติดตั้งปั๊มสระว่ายน้ำจากระบบ AC เป็น DC คาดว่าจะทำให้การขายของบริษัทเติบโตได้ต่อเนื่อง
โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างทดสอบการขยายกำลังการผลิต BLDC จาก 50 ตัว/วัน เป็น 120 ตัว/วัน และการดำเนินงานที่ดีกว่าคาดทำให้ทางฝ่ายปรับประมาณการผลการดำเนินงานในปี 2563 ขึ้นจากเดิม ประมาณการยอดขาย 673 ล้านบาทและปรับ margin ขึ้นจากเดิมจากการขายกลุ่ม BLDC เพิ่มขึ้นและปรับค่าใช้จ่ายขึ้นตามการขาย BLDC ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ปรับกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO ผู้ประกอบธุรกิจหลักได้แก่ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศ (Air Conditioning Motor) มอเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป (Induction Motor) เครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่ง มอเตอร์สำหรับสระว่ายน้ำมอเตอร์สำหรับปั๊มบ้าน (Submersible Pump,Pool Spa Pump and Home Pump) เปิดเผยว่าบริษัทฯ เป็นหนึ่งในโรงงานที่ผลิตมอเตอร์ที่มีคุณภาพสูง ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศและสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้เกิดการเติบโตของรายได้ นอกจากนี้หุ้น PIMO ยังเป็นหุ้น Laggard และ Growth Stock ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในอนาคตได้อีกด้วย
“ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ออเดอร์เข้ามาเต็มไปจนถึงสิ้นปีนี้เรียบร้อยแล้ว ครึ่งปีหลังก็ยังคงเป็น ไฮซีซั่นของ PIMO เราต้องหันไปศึกษาสินค้าที่มี Innovation ที่มีกำไรมากขึ้น เพราะถ้าสินค้าไม่มี Innovation ต้องมาต่อสู้กันเรื่องราคา ตอนนี้ก็กำลังศึกษา BLDC อีกตัวหนึ่ง ซึ่งหากตัวนี้ออกมาสำเร็จในไตรมาส 1 ปีหน้า ไพโอเนียร์ก็คงจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เพิ่มขึ้น” นายวสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.