Header Ads

Header ADS

FTC Solar เปิดตัวระบบติดตามแสงอาทิตย์รุ่น Voyager+ รองรับโมดูลโซลาร์เซลล์กำลังผลิตเกิน 500 วัตต์


FTC Solar เปิดตัวระบบติดตามแสงอาทิตย์รุ่น Voyager+ รองรับโมดูลโซลาร์เซลล์กำลังผลิตเกิน 500 วัตต์

 FTC Solar กำลังเปิดรับคำสั่งซื้อระบบ  Voyager+ รองรับโมดูลโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังการผลิตสูงกว่าเดิม

FTC Solar ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Voyager+ ซึ่งเป็นระบบติดตามแสงอาทิตย์แบบแกนเดียวที่ต่อยอดมาจากรุ่น Voyager โดยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้ทำงานได้กับโมดูลโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังเข้าสู่ตลาด ซึ่งโมดูลเหล่านี้มีกำลังการผลิตมากกว่าเดิม

โมดูลใหม่ ๆ ที่กำลังเข้าสู่ตลาดนั้นผนวกรวมโซลาร์เซลล์กำลังการผลิตสูงกว่าเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนับเป็นหัวใจหลักในการผลิตพลังงานของแผงโซลาร์แต่ละชุด โมดูลเหล่านี้ประกอบด้วยเซลล์ขนาดใหญ่กว่า ทั้งขนาด 182 มม. และ 210 มม. ทำให้มีกำลังการผลิตเกิน 500 วัตต์ โดย Voyager+ รองรับโมดูลขนาดใหญ่กว่าเหล่านี้ และในอนาคตจะรองรับโมดูลขนาดต่าง ๆ จากผู้ผลิตโมดูลแสงอาทิตย์ได้หลายราย

“โมดูลที่มีกำลังการผลิตสูงนั้นกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น และเรามีความยินดีในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในตระกูล Voyager เพื่อสนับสนุนลูกค้าของเรา” คุณ Tony Etnyre ซีอีโอของ FTC Solar กล่าว “ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังหันไปใช้โมดูลที่ใหญ่กว่าเดิม FTC Solar ก็พร้อมมอบระบบติดตามแสงอาทิตย์ที่ทำงานได้กับโมดูลขนาดต่าง ๆ ที่มีโครงแบบแตกต่างกัน โดยยังคงไว้ซึ่งรูปแบบ two-in-portrait และความรวดเร็วในการติดตั้งที่ขึ้นแท่นชั้นนำในอุตสาหกรรม”

FTC Solar กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบที่ศูนย์วิจัยของบริษัทใกล้กับเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด โดยจะประเมินผลการทำงานและข้อกำหนดด้านโครงสร้างของโมดูลขนาดใหญ่หลาย ๆ แบบ

โมดูลขนาดใหญ่คาดว่าจะเข้ามาช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาโปรเจกต์พลังงานแสงอาทิตย์ โดยผลการวิเคราะห์จากบริษัท Wood Mackenzie ระบุว่า โมดูลขนาดใหญ่อาจช่วยลดต้นทุนด้านแรงงานได้ถึง 6% และอาจช่วยให้ผลิตพลังงานต่อเอเคอร์ได้มากขึ้น ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมานั้นขึ้นอยู่กับขนาดและเทคโนโลยีของโมดูล

การเปลี่ยนไปใช้โมดูลขนาดใหญ่นับเป็นก้าวถัดไปของอุตสาหกรรมที่แต่เดิมนั้นอาศัยโมดูลขนาดเล็กกว่าเป็นมาตรฐานมาตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ โดยองค์ประกอบทางไฟฟ้าและโครงสร้างในอุตสาหกรรมนั้นได้รับการพัฒนาขึ้นให้สอดรับกับโมดูลเหล่านี้ ขณะที่การยกระดับมาตรฐานได้เข้ามาทำให้การก่อสร้างง่ายขึ้น และทำให้ต้นทุนระบบโดยรวมลดลง

โมดูลขนาดใหญ่รุ่นใหม่ ๆ จะยังคงเข้ามายกระดับประสิทธิภาพของระบบต่อไป โดย FTC Solar ได้ประสานงานกับบรรดาผู้ผลิตโมดูลเพื่อเสาะหาและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อรองรับโมดูลที่ใหญ่กว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเสริมแกร่งท่อแรงบิดและปรับปรุงเทคโนโลยีการหน่วง

ขณะนี้บรรดาผู้ผลิตโมดูลกำลังเร่งผลิตโมดูลแบบ 500W โดยคาดว่าจะเริ่มมีโมดูลขนาด 600W ให้เห็นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2021

เกี่ยวกับ FTC Solar

FTC Solar เป็นผู้ให้บริการระบบ เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ติดตามแสงอาทิตย์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก และให้บริการทางวิศวกรรมด้วย นวัตกรรมติดตามแสงอาทิตย์ของ FTC Solar มอบศักยภาพและความน่าเชื่อถืออันเป็นเลิศ โดยมีจุดแข็งอยู่ที่ต้นทุนการติดตั้งต่อวัตต์ที่นับว่าเป็นแถวหน้าของอุตสาหกรรม

FTC Solar ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2017 โดยกลุ่มผู้คร่ำหวอดในแวดวงพลังงานหมุนเวียน บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส และมีสำนักงานขายและบริการสนับสนุนในออสเตรเลีย อินเดีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ftcsolar.com/


ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.