Header Ads

Header ADS

“พาณิชย์”เข้ม! ขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง “ส้มโอ” ป้องกันนำสินค้าเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ส่งออก

img

“พาณิชย์”เข้ม! ขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง “ส้มโอ” ป้องกันนำสินค้าเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ส่งออก

กรมการค้าต่างประเทศขึ้นบัญชีเฝ้าระวังสินค้า “ส้มโอ” เพื่อป้องกันการนำสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์แอบอ้างเป็นส้มโอไทยแล้วส่งออกไปจีน จนทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ผลไม้ไทยเสียหาย
         
นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ดำเนินการเพิ่มสินค้าส้มโอในบัญชีรายการสินค้าเฝ้าระวัง (Watch-List) หลังจากได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตรว่ามีการนำเข้าส้มโอจากประเทศเพื่อนบ้านมาเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ (Repacking) สวมสิทธิเป็นส้มโอไทยและส่งออกไปยังประเทศจีน โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ซึ่งหลังจากขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง จะทำให้ขั้นตอนในการพิจารณาออกหนังสือรับรองเข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้น และช่วยป้องกันการปลอมแปลงถิ่นกำเนิดที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของส้มโอไทย
         
“การดำเนินการตามแนวปฏิบัติในการออกหนังสือรับรองดังกล่าว เป็นการดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันการสวมสิทธิและการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าผลไม้ เพื่อให้ประเทศไทยได้รับความเชื่อถือและความมั่นใจจากประเทศคู่ค้าว่าผลไม้ที่ส่งออกจากไทยเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดไทยจริง อีกทั้งยังช่วยรักษาความเชื่อมั่นในมาตรฐาน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของผลไม้ไทยในตลาดโลก”นายกีรติกล่าว




ทั้งนี้ ส้มโอที่ถูกสวมสิทธิ ประกอบด้วยส้มโอสดหรือแห้ง (Fresh or Dried Pomelo) พิกัดศุลกากร 0805.40 โดยกรมฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการออกหนังสือรับรองทุกประเภทสำหรับสินค้าส้มโอ ขอให้ผู้ยื่นขอหนังสือรับรอง ต้องระบุข้อความยืนยันแหล่งที่มาของส้มโอในประเทศที่ขอรับหนังสือรับรองเพิ่มเติมลงในแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดเพื่อขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร (สินค้าพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 01-24) ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2564 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้เฝ้าระวังสถานการณ์การสวมสิทธิผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีนในภาพรวม และอาจมีการยกระดับกำหนดมาตรการเข้มงวดขึ้น เพื่อป้องปรามการส่งออกในลักษณะแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย
         
ในปี 2563 สถิติการส่งออกส้มโอสดและแห้งของไทย มีปริมาณรวม 20,288.10 ตัน มูลค่า 669.67 ล้านบาท ปริมาณลดลง 15.19% แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 30.46% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ส่งออกปริมาณรวม 23,922.49 ตัน มูลค่า 513.30 ล้านบาท โดยส่งออกไปยังประเทศ 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน สัดส่วน 46.90% ฮ่องกง 22.81% และสปป.ลาว 12.83% ตามลำดับ

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.