Header Ads

Header ADS

มิเชลล์ วี เวสท์ เผยยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เปลี่ยนชีวิตหลังคว้าแชมป์

 


มิเชลล์ วี เวสท์ เผยยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เปลี่ยนชีวิตหลังคว้าแชมป์ 

            มิเชลล์ วี เวสท์ โปรสาวชาวอเมริกันยอมรับว่าการคว้าแชมป์ยูเอส วีเมนส์  โอเพ่น เมื่อปี 2014 เป็นการเปลี่ยนชีวิตเธออย่างแท้จริง พร้อมกับบอกว่าตอนนี้กอล์ฟเข้าสู่ยุคใหม่ ตัวเธอก็เข้าสู่ยุคใหม่ในฐานะคุณแม่นักกอล์ฟเช่นกัน และยังมองว่า การที่ ไมค์ วาน จะเข้าไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกาหรือยูเอสจีเอนั้น จะทำให้วงการกอล์ฟพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปอีก

            มิเชลล์ วี เวสท์ วัย 31 ปี เป็นหนึ่งในนักกอล์ฟที่ได้รับความนิยมมากคนหนึ่งของแฟนกอล์ฟ เป็นตัวแม่เหล็กในการดึงดูดแฟนๆ กอล์ฟทั่วโลกให้หันมาติดตามกอล์ฟหญิงมากขึ้น เพราะเธอมีความโดดเด่นตั้งแต่ครั้งเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นจนกระทั่งเทิร์นโปร ตลอดจนเข้าสู่การเล่นอาชีพในแอลพีจีเอ ทัวร์ ที่ต้องฝ่าฟันความกดดันต่างๆ กว่าจะก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์แรกในอาชีพได้ต้องใช้เวลานานกว่า 4 ปี 

            ปัจจุบัน มิเชลล์ วี เวสท์ คว้าแชมป์อาชีพในแอลพีจีเอ ทัวร์ รวม5 รายการ รวมทั้งรายการเมเจอร์ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เมื่อปี 2014 ที่ไพน์เฮิร์ส ที่เธอใช้เวลานานถึง 9 ปี กว่าจะคว้าแชมป์เมเจอร์แรกในการเล่นอาชีพ แล้วตัวเธอก็ยอมรับว่าแชมป์เมเจอร์ครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตเธอมากพอสมควร

            ขณะนี้ มิเชลล์ วี เวสท์ เตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปแข่งขันกอล์ฟยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ครั้งที่ 76 ที่โอลิมปิก คลับ ชานนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3-6 มิถุนายน นี้เธอให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงการเล่นในปีนี้หลังจากไม่ได้แข่งขันในรายการนี้มาตั้งแต่ปี 2019 เพราะการบาดเจ็บ และในปีที่แล้วอยู่ในช่วงการฟื้นฟูร่างหายหลังคลอดบุตรคนแรก

            หากนับย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ มิเชลล์ วี เวสท์ คว้าแชมป์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ซึ่งเธอเล่นต่อหน้าแฟนๆ ที่มาเชียร์เธอมากมายก็ร่วม 7ปีแล้ว จากวันนั้นถึงวันนี้เธอได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาเยอะ

            โปรสาวคุณแม่ลูกหนึ่งเผยว่า แน่นอนเลยครั้งนั้น เป็นหนึ่งสัปดาห์ที่เปลี่ยนชีวิตฉัน 100 เปอร์เซ็นต์เลย และยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น นอกจากจะสร้างโอกาสให้กับตัวฉันแล้ว ยังเปลี่ยนแปลงชีวิตกอล์ฟของฉัน ไม่ใช่แค่ในรายการเดียว แต่หมายถึงรายการเมเจอร์และการแข่งขันที่ฉันมองในอนาคต การคว้าแชมป์เมื่อปี 2014 จึงมีความหมายกับฉันมาก นั่นทำให้ฉันมองถึงทัวร์ในระดับสูงมากขึ้น และฉันสามารถเล่นในสนามระดับชั้นนำได้ มันมีความหมายมากและเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิต"

            สำหรับมุมมองต่อเกมกอล์ฟหญิงที่ก้าวไปอีกระดับซึ่งเข้าสู่ยุคใหม่เติบโตไปอย่างไรและจะปรับเปลี่ยนการเล่นต่อเกมอย่างไร ทาง มิเชลล์ วี เวสท์ เผยว่า โดยรวมแล้วเราก้าวผ่านบางสิ่งบางอย่างได้ ก็ทำให้คนอื่นๆ ก้าวตามได้ง่ายขึ้นเพราะมีแบบอย่าง ดังนั้นหากเราทำในสิ่งที่สุดยอดแล้วก็สำคัญมาก และฉันก็คิดว่ายุคใหม่ของเรามาถึงแล้ว และได้รับการต้อนรับมากยิ่งขึ้น ฉันคิดว่ากอล์ฟ เป็นกีฬาที่เล่นแล้วสนุก และเป็นเกมที่เล่นแล้วติด"

            นอกจากนี้ มิเชลล์ วี เวสท์ ยังได้พูดถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเธอ นั่นคือการเดินทางในการแข่งขันจะมีลูกสาวติดตามไปด้วย และอยู่ด้วยกันตลอด แต่ก็มีคุณแม่ของเธอเดินทางไปด้วย การมีมาเคนน่าลูกสาวของเธอทำให้เธอวางอนาคตไว้ว่าจะทำอย่างไร แต่ก็ได้ตัดสินใจกลับมาแข่งขันกอล์ฟอาชีพอีกครั้ง และอีกอย่างคือ การให้มาเคนน่าได้สัมผัสกับกอล์ฟแล้วให้เธอตัดสินใจเองว่าจะก้าวเข้่าไปเป็นนักกอล์ฟอาชีพหรือไม่อย่างไรแล้วแต่เธอจะชอบ

            ส่วนเรื่องที่ มิเชลล์ วี เวสท์ ได้ทำเกี่ยวกับ LPGA Hoodie For Golf เป็นการสนับสนุนแอลพีจีเอ ทัวร์ เพื่อการกุศลซึ่งขายหมดเธอเผยว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งไม่น้อยที่ผลการตอบรับมากมายเช่นนี้ แต่ที่เธอทึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือเธอได้รับการสนุนจากนักกอล์ฟทีมของไฮสกูลเป็นกลุ่มนักกอล์ฟรุ่นใหม่

            ในขณะที่มุมมองต่อ ไมค์ วาน ประธานบริหารของแอลพีจีเอ ทัวร์ ที่จะเข้าไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) ของสมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา(ยูเอสจีเอ) เธอบอกว่า "ฉันรู้จัก ไมค์ วาน มานานไม่มีอะไรต้องปิดบังเลยว่าตอนที่เขาเข้ามารับตำแหน่งนั้น แอลพีจีเอ ทัวร์ กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต แล้วเขาก็มาพลิกสถานการณ์นำเอาแนวคิดใหม่ๆเข้ามาให้ทัวร์ดีขึ้น เขานำเอาสมาชิกทุกๆ คนเข้ามารวมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเราจึงประสบความสำเร็จ" 

            ในขณะที่สิ่งท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการกลับมาแข่งขันของเธอครั้งนี้เธอก็บอกว่า "แน่นอนฉันคิดว่าทุกคนต้องการคว้าแชมป์ในแอลพีจีเอ ทัวร์ คุณต้องทุ่มเทกับการเล่นตลอดทุกๆวัน ที่คุณแข่งขัน และทุ่มเทพลังงานทุกอย่างในตัวคุณออกมา"

            มิเชลล์ วี เวสท์ ยังได้พูดเสริมถึงยูเอส วีเมนส์ ในปีนี้ จะไม่มีการโฆษณาระหว่างถ่ายทอด ถือว่าเป็นมิติใหม่ และประวัติศาสตร์ของรายการนี้ และจะเป็นหนึ่งในกอล์ฟที่มีผู้ชมมากที่สุด นี่คือการจัดการของสมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา จะทำให้แฟนๆชมการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

            ส่วนมุมมองเกี่ยวกับการนำเอาการแข่งขันของกอล์ฟอาชีพสตรีเข้าไปแข่งขันในออกัสต้านั้น เธอบอกว่าทุกคนอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ผิดหวังที่มันยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามเธอบอกว่ามันน่าจะเกิดขึ้นได้ในอีกไม่นานเพราะนักกอล์ฟหญิงอยากให้เกิดขึ้น

            มิเชลล์ วี เวสท์ หรือชื่อเต็ม มิเชลล์ ซอง-วี เวสท์  เกิดเมื่อวันที่11 ตุลาคม 1999 ที่โฮโนลูลู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา พ่อชื่อ บยอง-อุ๊ก วี และแม่ชื่อโบ ทั้งสองคนย้ายไปจากเกาหลีใต้

            วี เล่นกอล์ฟมาตั้งแต่เด็กๆ และโด่งดังไปทั่วโลกจนกระทั่งเทิร์นโปรเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2005 ก่อนจะอายุครบ 16 ปี ด้วยซ้ำ แต่ยังไม่ได้เข้าร่วมแอลพีจีเอ ทัวร์ เพราะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ เธอเล่นกอล์ฟอาชีพไปพร้อมกับการเรียนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย และจบการศึกษาที่นั่น 

            วี ร่วมแอลพีจีเอ ทัวร์ เมื่อปี 2009 คว้าแชมป์อาชีพรายการแรกเมื่อปี 2009 ในรายการลอเรน่า โอโชอา อินวิเทชั่นแนล ที่ประเทศเม็กซิโก และคว้าแชมป์อาชีพรวม 5 รายการ รวมทั้งยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เมื่อปี 2014 เธอแต่งงานกับ จอนนนี่ เวสท์ ผู้อำนวยการกีฬาของทีมบาสเก็ตบอลโกลเด้น วอริเออร์ส เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2019และให้กำเนิดบุตรคนแรกเป็นลูกสาวขื่อ มาเคนน่า คามาเล ยูนา เวสท์ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2020

 

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.usga.org

 

 

 

เกี่ยวกับสมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริกา(ยูเอสจีเอ)

            สมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริกา(ยูเอจีเอ) ดำเนินการจัดการแข่งขันกอล์ฟรายการยูเอส โอเพ่น (เมเจอร์ชาย) ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น (เมเจอร์หญิง) ยูเอส ซีเนียร์ โอเพ่น(เมเจอร์ซีเนียร์ชาย) และ ยูเอส ซีเนียร์ วีเมนส์ โอเพ่น (เมเจอร์ซีเนียร์หญิง) แล้วยังมีรายการชิงแชมป์สมัครเล่น และ แม็ตช์ระดับนานาชาติอีก  10 รายการทำให้นักกอล์ฟ และแฟนจาฟทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ยูเอสจีเอร่วมกับเดอะ รอยัล แอนด์ แอนเชียนท์ หรืออาร์แอนด์เอ เป็นองค์กรผู้ดูแลเกมกอล์ฟทั่วโลกร่วมกันตั้งกฏกอล์ฟ และ กฎข้อบังคับสถานะนักกอล์ฟสมัครเล่น มาตรฐานอุปกรณ์ที่ใช้แข่งขัน และ อันดับคะแนนสะสมโลกของนักกอล์ฟสมัครเล่นพร้อมกับมีอำนาจการทำงานในสหรัฐอเมริกา ดินแดนในความปกครอง และ เม็กซิโก

            ยูเอสจีเอ เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีการวิจัย พัฒนา และ สนับสนุนการจัดการสนามกอล์ฟอย่างยั่งยืนมากที่สุด ทำหน้าที่ผู้ดูแลเบื้องต้นเกียวกับประวัติศาสตร์เกมกอล์ฟ และ การพัฒนาด้านการลงทุนเกมกอล์ฟผ่านการบริหาร และทำงานของมูลนิธิสมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริการวมทั้งการจัดเรตติ้งสนามกอล์ฟ และระบบการจัดแฮนดิแคปที่ใช้กันใน 6 ทวีป

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.