Header Ads

Header ADS

เจมาร์ท เปิดเกมส์ใหญ่ ปฏิวัติวงการตลาด ใช้คริปโต JFIN ในกลุ่ม กระตุ้นยอดขาย พร้อมสร้างการเรียนรู้ทางด้านคริปโตให้กับผู้บริโภครุ่นใหม่


เจมาร์ท เปิดเกมส์ใหญ่ ปฏิวัติวงการตลาด ใช้คริปโต JFIN ในกลุ่ม กระตุ้นยอดขาย พร้อมสร้างการเรียนรู้ทางด้านคริปโตให้กับผู้บริโภครุ่นใหม่

กลุ่มบริษัทเจมาร์ท ผู้นำแห่งวงการค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี ประกาศใหญ่ปฎิวัติการทำการตลาดด้วยการใช้คริปโตเคอเรนซี่ในกลุ่มบริษัท เพื่อสร้างระบบนิเวศน์การใช้ JFIN ในฐานะที่เป็น Utility Token ด้วยความพร้อมที่มากกว่าใครในอุตสาหกรรม โดยกลุ่มบริษัทพร้อมใจกันจัดโปรโมชัน และเตรียมเปิดตัวแคมเปญสำหรับการใช้ JFIN ในการลด แลก แจก ให้กับลูกค้าของกลุ่มเจมาร์ท เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ควบคู่สนับสนุนการเรียนรู้เรื่อง

คริปโตเคอเรนซี่ให้กับลูกค้าของกลุ่มเจมาร์ทอีกด้วย

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Investment Holding Company (IHC) เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยนำเทคโนโลยีและบล็อกเชน (Blockchain) เข้ามาสนับสนุน เป็นจุดเริ่มต้นของการนำ JFIN ซึ่งก็คือดิจิทัลโทเคนของบริษัทในกลุ่มเจมาร์ท ภายใต้การบริหารของ บริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด เข้ามาระดมทุนในรูปแบบ ICO (initial coin offering) เป็นรายแรกของประเทศไทย และประสบความสำเร็จในการซื้อขายวันแรก วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 มีภารกิจหลักเพื่อพัฒนาระบบ Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) บนเทคโนโลยี Blockchain ดังนั้น JFIN จึงถือเป็นตัวแทนการเข้าสู่โลกใหม่ของกลุ่มเจมาร์ทนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา และถือเป็นผู้นำตลาดที่พยายามผลักดันให้ธุรกิจ FinTech ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี กลุ่มเจมาร์ทพยายามเพิ่มความหลากหลายให้ JFIN ในการนำมาใช้ในกลุ่มบริษัท เพื่อปฏิวัติวงการด้านการตลาด ทั้งการลด แลก แจก และเตรียมทยอยเปิดตัวโครงการอีก 21 โครงการ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือ JFIN และผู้ถือหุ้นของ JMART ควบคู่การสร้างการเรียนรู้ทางด้านคริปโตเคอร์เรนซี่ให้กับผู้บริโภครุ่นใหม่ สอดรับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ตลาดคริปโตเคอเรนซี่ได้รับความสนใจมากขึ้น ด้วยมูลค่าของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมเปิดโปรเจ็กต์ใหม่สำหรับพนักงานของเจมาร์ทที่มีโอกาสในการได้รับ JFIN จากกลุ่มบริษัทด้วย (ETOP) ซึ่งจะสร้างการเรียนรู้ด้าน
คริปโตเคอร์เรนซี่ให้กับคนในองค์กรของเจมาร์ท ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังว่าการนำเอา JFIN มาใช้ครั้งนี้ น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 70 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อรวมรายได้ที่จะเกิดขึ้นจากโปรแกรมนี้


นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นทางด้านฟินเทค และลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า JFIN ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกของประเทศไทยกับการนำดิจิทัลโทเคน JFIN มาใช้แลกเป็นสินค้า (Redeem) ใช้ภายในกลุ่มเจมาร์ท เริ่มตั้งแต่ช่วง 3 ปีก่อน ภายหลังจาก ICO สำเร็จ วันนี้ กลุ่มบริษัทเจมาร์ทยังคงพยายามผลักดันในการทำให้ JFIN สามารถนำมาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์หรือบริการที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง (Real JFIN Utility mass adoption) ด้วยจุดแข็งของบริษัทในกลุ่มเจมาร์ทที่มีระบบนิเวศน์ในการทำธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งค้าปลีก การเงิน ประกัน และ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีฐานลูกค้าจำนวนมาก ดังนั้น แต้มต่อของ JFIN วันนี้ มั่นใจจะทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจตลาดคริปโตเคอเรนซี่ได้มากขึ้น และเป็นรายแรกในการปฏิวัติวงการตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ภาพชัดเจนที่สุด และจะเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้กระตุ้นยอดขาย ของกลุ่มบริษัทให้เพิ่มขึ้นด้วย

ด้านโปรเจ็กต์สำหรับพนักงานของเจมาร์ท บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างความรู้และความเข้าใจ เพื่อให้ทุกฝ่ายในองค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน และมีโอกาสได้รับ JFIN หากผลงานเป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้ง การให้ JFIN ต่อพนักงานในรูปแบบ (ETOP) ตามอายุการทำงาน หรือเงื่อนไขที่จะออกมาเป็นหลักเกณฑ์ เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่บุคลากรของบริษัทในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างการเจริญเติบโตให้แก่กลุ่มบริษัทเจมาร์ทอย่างยั่งยืนในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.