Header Ads

Header ADS

พรีวิวการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ FIA World Endurance Championship สนามที่ 4 Le Mans 24 Hours

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) 12 คัน ร่วมระเบิดสงครามความเร็วสุดคลาสสิก Le Mans 24 Hours

 ครั้งที่ 89  ณ  ประเทศฝรั่งเศส

สตุ๊ทการ์ท. ทีมนักแข่งจากทีมโรงงานปอร์เช่ได้สร้างมาตรฐานระดับสูงให้เกิดขึ้นในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours                ด้วยการส่งรถแข่ง ปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์  (Porsche 911 RSR) จากโรงงาน 2 คันลงสนาม โดยตั้งความหวังไว้ว่าจะคว้าชัยชนะบนแผ่นดินฝรั่งเศสแห่งนี้ โดยถือเป็นการวางรากฐานแห่งความสำเร็จในการแข่งขัน FIA World Endurance Championship (WEC) ในฤดูกาลนี้ โดยที่ผ่านมาทีมโรงงานปอร์เช่สามารถรักษาอันดับเอาไว้ได้ด้วยการคว้าแชมป์                 3 รายการจากการแข่งขัน 2 รุ่น  ทำให้ทีมโรงงานปอร์เช่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของนักแข่งหลังพวงมาลัย พร้อมลงกรำศึก               ที่ Sarthe โดยการแข่งขันในครั้งนี้มีรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์  (Porsche 911 RSR) ลงสนามทั้งหมดจำนวน 12 คัน ในรุ่น GTE-Pro และ GTE-Am เพื่อสู้ศึกในสงครามความเร็วทางเรียบระยะยาวอันมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ครั้งที่ 89               โดยครั้งนี้สนามแข่ง Circuit des 24 Heures ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน ในวันที่  21 - 22 สิงหาคม 2021 

การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2021 ที่ผ่านมา ด้วยรอบ pre - test บนเส้นทางที่ผสมระหว่างสนามเซอร์กิต และถนนสาธารณะ ในระยะทางกว่า 13.626 กิโลเมตร นับเป็นเกียรติประวัติแชมป์เปียนส์ 19 สมัย                       และชัยชนะรวมกว่า 108 รุ่น ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours           ของประเทศฝรั่งเศส


Pascal Zurlinden ผู้อำนวยการของ Factory Motorsport กล่าวว่า “เราส่งรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์-19  (Porsche 911 RSR-19)  เข้าร่วมรายการ Le Mans 24 Hours เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา การขับเคี่ยวอย่างดุเดือดในรุ่น GTE-Pro ทำให้ผมเห็นแนวโน้มผลงานได้ดียิ่งขึ้น สืบเนื่องมาจากเราสามารถเก็บข้อมูล และรายละเอียดเชิงลึกรวมทั้งประสบการณ์ ที่ได้รับจากการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมโรงงานปอร์เช่ และทีมแข่งอิสระ ค้นพบการปรับแต่งรถและการพัฒนารถแข่ง 911 ในเวอร์ชั่นล่าสุดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพื่อลงสนามความเร็วสูงที่ Monza  ในรายการ WEC และหลังจากที่เราประสบความสำเร็จและมีผลงานอันยอดเยี่ยมจากรายการ WEC ทำให้เรามีพลังขับเคลื่อนให้เราสู้ต่อที่ Le Mans 24 Hours”

เกี่ยวกับการแข่งขัน

การแข่งขันระยะทาง 13.626 กิโลเมตร บนสนาม Circuit des 24 Heures ของการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ถือว่าเป็นรายการแข่งขันที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมสูงสุดของแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต รวมทั้งยังเป็นไฮไลท์ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ FIA World Endurance Championship สนามแข่งที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ ของเมือง Mulsanne ที่มีประชากรพักอาศัยราว 150,000 คน บนเส้นทางที่ผสมกับถนนสาธารณะสายหลัก ซึ่งปกติจะมีรถบรรทุกนับร้อยคัน และรถยนต์ของผู้คนทั่วไปสัญจรผ่าน บนเส้นทางตรงยาวอันเลื่องชื่อ เพื่อเดินทางจากเมืองเลอ ม็อง (Le Mans) ไปยังจุดหมายอื่นๆ โดยร่องรอยความสึกหรอของพื้นผิวถนนบ่งบอกถึงความยากลำบากและความท้าทายเป็นพิเศษที่นักแข่งทุกคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ฝนตก

จากกำหนดการเดิม การแข่งขัน Le Mans 24 Hours จะถูกจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2021 แต่เนื่องจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้การแข่งขันครั้งที่ 89  ต้องถูกเลื่อนและจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2021 แทน  สำหรับแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตกว่า 50,000 คน จะได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งขันสุดโหดที่กำลังจะเกิดขึ้นและยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดจากขอบสนามการแข่งขันระยะยาวสุดคลาสสิกระดับตำนานได้ ในวันที่ 21 – 22  สิงหาคม 2021 นี้

Alexander Stehlig หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ FIA WEC  กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่าเราจะสร้างผลงานการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ เนื่องจากปีที่ผ่านมา เราได้สั่งสมประสบการณ์มากมายและได้รับความสำเร็จจากการแข่งขันที่ Spa และ Monza  ทั้งหมดคือกำลังใจที่ยอดเยี่ยม ไม่มีอะไรที่จะตอบแทนความพยายามของเราได้ดีไปกว่าชัยชนะบนสนามความเร็วสูงในอิตาลีอีกแล้ว และสิ่งสำคัญสำหรับการแข่งขันระยะยาว 24 ชั่วโมงนั้น คือการรักษาระยะติดตามกับกลุ่มผู้นำเอาไว้        ให้ได้ตลอด  ซึ่งจะช่วยให้เรายังคงอยู่ในตำแหน่งที่มีลุ้นต่อชัยชนะในท้ายที่สุด นั่นหมายความว่าเราจะต้องทุ่มเทพลังอย่างเต็มพิกัด นับตั้งแต่ออกสตาร์ท ผมคิดว่านี่คือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของเรา”  

เนื่องจากระยะเวลาที่ยาวนานของการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ทำให้คะแนนสะสม และรางวัลที่ได้รับจะถูกคิดเพิ่มเป็น 2 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันรายการอื่นของ WEC ที่ใช้เวลาเพียง  6 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลนี้ การแข่งขัน Le Mans 24 Hours จึงเป็นรายการแข่งขันที่พิสูจน์ถึงศักยภาพของโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมการแข่งขันรวมถึงสมรรถนะของนักแข่งอีกด้วย สำหรับสนามแข่งที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของปีนี้ ยังมีเงื่อนไขพิเศษในรอบจัดอันดับ โดยในรุ่น Pro รถแข่งที่ทำเวลา              ได้เร็วที่สุด 6 คันแรกจากรอบ qualification 1 ชั่วโมง ของวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2021 จะได้รับอนุญาตให้เข้ารอบการ                 จัดอันดับที่เรียกว่า Hyperpole ในวันถัดมา ซึ่งเป็นรอบที่จะใช้ตัดสินเพื่อหาตำแหน่งการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดในการแข่งขัน 

นักแข่งสังกัดทีมโรงงาน Porsche GT

Gianmaria Bruni จากประเทศอิตาลี และ Richard Lietz จากประเทศออสเตรีย ที่แฟนๆ คุ้นเคยจากรายการ WEC จะผนึกกำลังกับนักแข่งสายเลือดฝรั่งเศสอย่าง Frédéric Makowiecki ซึ่งลงสนามหลังพวงมาลัยรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) หมายเลข 91 สำหรับนักแข่งหนุ่มสายเลือดฝรั่งเศสคนนี้ ได้นำประสบการณ์อันล้ำค่าที่สั่งสมจากการแข่งขันในรายการ 8 ชั่วโมง ณ ประเทศโปรตุเกสที่เพิ่งผ่านมาติดตัวมาด้วย โดยเขาเคยเข้าร่วมการแข่งขัน Le Mans 24 Hours มามากกว่า 10 ครั้ง โดยในช่วง 4 ฤดูกาลล่าสุดเป็นการลงสนามแข่งร่วมทีมกับ Bruni และ Lietz นักแข่งสังกัด              ทีมโรงงานปอร์เช่  ส่วนนักขับชาวฝรั่งเศส Kévin Estre และ  Neel Jani ชาวสวิตเซอร์แลนด์ จับมือกับ Michael Christensen อีกเช่นเคยเหมือนในการแข่งขัน WEC ณ สนาม Portimão เมื่อเดือนมิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา พวกเขาจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ด้วยรถแข่งหมายเลข 92  ซึ่งขณะนี้ Estre และ Jani มีคะแนนสะสมเป็นผู้นำบนตาราง หลังจากเอาชนะคู่แข่งได้ถึง 2 รุ่นจาก 3 สนาม ส่งผลให้ทีมนักแข่งจากทีมโรงงานปอร์เช่ รั้งตำแหน่ง ที่  2  ห่างจาก ผู้นำอยู่เพียง 7 คะแนนเท่านั้น

ทีมแข่งอิสระ

ทีมแข่งอิสระ 2 ทีม ตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ด้วยรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) ในรุ่น GTE-Pro โดยปกติมักจะเป็นรุ่นหลักที่ทีมโรงงานส่งรถลงแข่ง ซึ่งทีม WeatherTech Racing ได้ไว้วางใจ                  ให้ Laurens Vanthoor นักแข่งจากประเทศเบลเยียม Earl Bamber นักแข่งจากประเทศนิวซีแลนด์ และ Cooper MacNeil              นักแข่งหนุ่มหน้าใหม่ สัญชาติอเมริกัน ประจำการในห้องโดยสาร ตามมาด้วยทีม HubAuto Racing ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศไต้หวัน โดยส่ง Maxime Martin และ Dries Vanthoor  2 นักแข่งจากประเทศเบลเยียม พร้อมด้วย Alvaro Parente จากประเทศโปรตุเกส ลงสนามในการแข่งขันครั้งที่ 89 นี้ 

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) เจเนอเรชันล่าสุดทั้งหมด 8 คัน จะลงแข่งขันในรุ่น GTE-Am โดยเป็นการผสมระหว่างนักแข่งหน้าใหม่ที่ผ่านการทดสอบฝีมือในระดับ “Bronze” หรือ “Silver” ของ FIA ร่วมทีมกับนักแข่ง             มืออาชีพ จากทีม Dempsey-Proton Racing ซึ่งจะลงสนามด้วยรถแข่ง 911 พละกำลัง 515 แรงม้า จาก Weissach                เสริมทัพ ด้วยทีมแข่งอิสระจากลูกค้าลงสนามภายใต้ชื่อ Proton Competition ในส่วนของทีม Project 1 จะส่งรถแข่ง                 ลงสนาม ถึง 2 คัน ตามด้วยทีม Absolute Racing ทีม Herberth Motorsport และทีม GR Racing ที่พร้อมลงขับเคี่ยว            ในสนาม Le Mans 24 Hours ด้วยรถแข่งทีมละ 1 คัน

ภาพรวมทีมแข่งปอร์เช่ และนักแข่ง 

รุ่น GTE-Pro

Porsche GT Team รถแข่งหมายเลข 91 – R. Lietz (ประเทศออสเตรีย) / G. Bruni (ประเทศอิตาลี) / F. Makowiecki (ประเทศฝรั่งเศส)

Porsche GT Team รถแข่งหมายเลข 92 – K. Estre (ประเทศฝรั่งเศส) / N. Jani (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)                                             / M. Christensen (ประเทศเดนมาร์ก)

HubAuto Racing รถแข่งหมายเลข 72 – M. Martin (ประเทศเบลเยี่ยม) / A. Parente (ประเทศโปรตุเกส) / D. Vanthoor (ประเทศเบลเยียม)

WeatherTech รถแข่งหมายเลข 79 – C. MacNeil (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / E. Bamber (ประเทศนิวซีแลนด์)                               / L. Vanthoor (ประเทศเบลเยียม)

รุ่น GTE-Am 

Absolute Racing รถแข่งหมายเลข 18 – A. Haryanto (ประเทศอินโดนีเซีย) / A. Picariello (ประเทศเบลเยียม)                     / M. Seefried (ประเทศเยอรมนี)

Team Project 1 รถแข่งหมายเลข 46 – D. Olsen (ประเทศนอร์เวย์) / A. Buchardt (ประเทศนอร์เวย์) / M. Root                   (ประเทศสหรัฐอเมริกา)

Team Project 1 รถแข่งหมายเลข 56 – E. Perfetti (ประเทศนอร์เวย์) / M. Cairoli (ประเทศอิตาลี) / R. Pera                          (ประเทศอิตาลี)

Herberth Motorsport รถแข่งหมายเลข 69 – R. Renauer (ประเทศเยอรมนี) / R. Ineichen (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)                                        / R. Bohn (ประเทศเยอรมนี)

Dempsey-Proton Racing รถแข่งหมายเลข 77 – C. Ried (ประเทศเยอรมนี) / M. Campbell (ประเทศออสเตรเลีย)           / J. Evans (ประเทศนิวซีแลนด์)

GR Racing รถแข่งหมายเลข 86 – M. Wainwright (ประเทศอังกฤษ) / B. Barker (ประเทศอังกฤษ) / T. Gamble                 (ประเทศอังกฤษ)

Dempsey-Proton Racing  รถแข่งหมายเลข 88 – J. Andlauer (ประเทศฝรั่งเศส) / D. Bastien (ประเทศสหรัฐอเมริกา)       / L. D. Arnold (ประเทศเยอรมนี)

Proton Competition รถแข่งหมายเลข 99 – V. Inthraphuvasak (ประเทศไทย) / F. Latorre (ประเทศฝรั่งเศส)                  /H. Tincknell (ประเทศอังกฤษ)


เกียรติประวัติชัยชนะของปอร์เช่ในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours

1970 – Herrmann (ประเทศเยอรมนี) / Attwood (ประเทศอังกฤษ) – รถแข่งปอร์เช่ 917 KH

1971 – Marko (ประเทศออสเตรีย) / Van Lennep (ประเทศเนเธอร์แลนด์) – รถแข่งปอร์เช่ 917 KH

1976 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Van Lennep (ประเทศเนเธอร์แลนด์) – รถแข่งปอร์เช่ 936

1977 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Haywood (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / Barth (ประเทศเยอรมนี) – รถแข่งปอร์เช่ 936/77

1979 – Ludwig (ประเทศเยอรมนี) / Whittington (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / Whittington (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่งปอร์เช่ 935 K3

1981 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Bell (ประเทศอังกฤษ) – รถแข่งปอร์เช่ 936

1982 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Bell (ประเทศอังกฤษ) – รถแข่งปอร์เช่ 956

1983 – Schuppan (ประเทศออสเตรเลีย) / Haywood (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / Holbert (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่งปอร์เช่ 956

1984 – Pescarolo (ประเทศฝรั่งเศส) / Ludwig (ประเทศเยอรมนี) – รถแข่งปอร์เช่ 956

1985 – Barilla (ประเทศอิตาลี) / Ludwig (ประเทศเยอรมนี) / Krages (ประเทศเยอรมนี) – รถแข่งปอร์เช่ 956

1986 – Bell (ประเทศอังกฤษ) / Stuck (ประเทศเยอรมนี) / Holbert (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่งปอร์เช่ 962C

1987 – Bell (ประเทศอังกฤษ) / Stuck (ประเทศเยอรมนี) / Holbert (ประเทศสหรัฐอเมริ

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.