Header Ads

Header ADS

ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปคู่เจรจา FTA ช่วง 7 เดือน 1.1 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่ม 33%

img

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยยอดส่งออกสินค้าเกษตรไป 18 ประเทศคู่เจรจา FTA ช่วง 7 เดือนปี 64 ทะลุ 11,664.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 33% ตลาดเกาหลีใต้โตแรง ตามด้วยเมียนมา อินเดีย ชิลี และจีน ส่วนสินค้าเด่น เครื่องเทศและสมุนไพร ยาง มันสำปะหลัง ผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ลำไย มังคุด ยอดพุ่ง คาดแนวโน้มส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจตลาดสำคัญฟื้นตัว
         
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าเกษตร (กสิกรรม ประมง และปศุสัตว์) ไปยัง 18 ประเทศที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย ได้แก่ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เปรู ชิลี และฮ่องกง ในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) พบว่า มีมูลค่ารวม 11,664.8 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 75.75% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมดของไทย ขยายตัวถึง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยไทยครองแชมป์เป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอันดับ 1 ในอาเซียน ตามด้วยเวียดนามและอินโดนีเซีย
         
สำหรับตลาด FTA ที่มีการส่งออกขยายตัวสูง ได้แก่ เกาหลีใต้ เพิ่ม 268% เมียนมา เพิ่ม 91% อินเดีย เพิ่ม 85% ชิลี เพิ่ม 68% จีน เพิ่ม 66% มาเลเซีย เพิ่ม 51% ฟิลิปปินส์ เพิ่ม 43% ญี่ปุ่น เพิ่ม 13% และเปรู เพิ่ม 11% เป็นต้น
       
ส่วนสินค้าเกษตรที่มีการส่งออกขยายตัว เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่ม 55% ยางพารา เพิ่ม 58% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่ม 3% ไก่แปรรูป เพิ่ม 4% เครื่องเทศและสมุนไพร เพิ่ม 147% และผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่ม 55% โดยผลไม้สำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น ทุเรียนสด เพิ่ม 65% ลำไยสด เพิ่ม 44% มังคุด เพิ่ม 22% และมะม่วงสด เพิ่ม 52%  
         
นางอรมนกล่าวว่า FTA มีส่วนสำคัญในการสร้างแต้มต่อทางการค้าให้กับสินค้าเกษตรของไทยในตลาดโลก เนื่องจากประเทศไทยมี FTA ด้วย ได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าเกษตรที่ไทยส่งออกส่วนใหญ่แล้ว ทำให้สินค้าไทยได้เปรียบด้านราคาและต้นทุนทางภาษี เมื่อต้องแข่งขันกับสินค้าจากประเทศอื่น ช่วยให้สินค้าเกษตรมีการส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถิติการใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกสินค้าเกษตรด้วย FTA โดยเฉพาะผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และไก่แปรรูป ยางพารา และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง
         
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในอนาคต พบว่า มีโอกาสสูงที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาพเศรษฐกิจของตลาดส่งออกสำคัญเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ การฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และทิศทางของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2564 โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการส่งออกของไทย ยังคงเป็นเรื่องการควบคุมแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ จึงต้องควบคุมไม่ให้กระทบต่อการผลิตของโรงงานและแหล่งผลิตสินค้าสำคัญของไทย  

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.