Header Ads

Header ADS

“THAIFEX - ANUGA ASIA 2022” กระหึ่ม ยอดสั่งซื้อทะลุเป้า กว่า 68,851 ล้านบาท ฟื้นอุตสาหกรรม “อาหารและเครื่องดื่ม” สำเร็จ

 “THAIFEX - ANUGA ASIA 2022” กระหึ่ม

ยอดสั่งซื้อทะลุเป้า กว่า 68,851 ล้านบาท 

ฟื้นอุตสาหกรรม “อาหารและเครื่องดื่ม” สำเร็จ

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) ประเทศเยอรมนี ประกาศความสำเร็จของงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX - ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition” ที่ปีนี้กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งทั้งทาง On-Ground และ Online เมื่อวันที่ 24-28 พฤษภาคม 2565 โดยมีผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานมากเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 เงินสะพัดกว่า 68,851 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 10,000 ล้านบาท โดยงานนี้ยังช่วยตอกย้ำให้ทั่วโลกเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของโลกตามนโยบาย “อาหารไทย อาหารโลก” ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ความสำเร็จของงาน THAIFEX - ANUGA ASIA ถือว่าเป็นผลจากความร่วมมือกันอย่างดีของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) ประเทศเยอรมนี ซึ่งความสำเร็จของงานนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และได้รับความไว้วางใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย 

โดยผลตอบรับจากการจัดงานในส่วนของ On-Ground ซึ่งจัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีดังนี้ 

- มูลค่าการสั่งซื้อกว่า 66,169 ล้านบาท แบ่งเป็นการสั่งซื้อทันที 643 ล้านบาท และคาดการณ์ยอดสั่งซื้อใน 1 ปี 65,526 ล้านบาท

- ผู้เข้าร่วมแสดงสินค้า ทั้งผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการต่างชาติ รวมทั้งสิ้น 1,603 บริษัท 

- ผู้เข้าร่วมชมงานรวมทั้งสิ้น 83,099 คน รายละเอียด ดังนี้

o ผู้เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ 51,535 คน โดยแบ่งเป็นผู้ซื้อในประเทศ 44,637 คน และต่างชาติ 6,898 คน จาก 111 ประเทศ

o ประชาชนทั่วไป 31,564 คน

- ประเทศที่เข้าชมงานมากที่สุด 5 อันดับแรกรองจากไทย ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และอินเดีย ตามลำดับ 

- กลุ่มสินค้าที่มียอดสั่งซื้อสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป ธุรกิจบริการด้านอาหาร อาหารทะเล เทคโนโลยีด้านอาหาร และเครื่องดื่ม 

- สินค้าในโซนพิเศษก็ได้รับความสนใจ ได้แก่ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) อาหารฮาลาล และอาหารออร์แกนิก 

ในส่วนของการจัดงาน Online ซึ่งมีกิจกรรมนัดหมายเจรจาธุรกิจ (Virtual - Online Business Matching : V-OBM) ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com มีรายละเอียด ดังนี้

- มูลค่าการสั่งซื้อกว่า 2,682 ล้านบาท แบ่งเป็นการสั่งซื้อทันที 191 ล้านบาท และคาดการณ์ยอดสั่งซื้อใน 1 ปี 2,491 ล้านบาท

- การขอจับคู่เจรจาธุรกิจ 311 คู่ ประสบความสำเร็จ 238 คู่ แบ่งเป็น 

o ภูมิภาคยุโรป/แอฟริกา/ตะวันออกกลาง จำนวน 44 คู่ ประสบความสำเร็จ 29 คู่ จากจำนวนผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า 15 บริษัท (7 ประเทศ) จับคู่กับผู้ส่งออกไทย 34 บริษัท 

o ภูมิภาคอเมริกา จำนวน 43 คู่ ประสบความสำเร็จ 31 คู่ จากจำนวนผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า 13 บริษัท (5 ประเทศ) จับคู่กับผู้ส่งออกไทย 37 บริษัท

o ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จำนวน 224 คู่ ประสบความสำเร็จ 178 คู่ จากจำนวนผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า 59 บริษัท (14 ประเทศ) จับคู่กับผู้ส่งออกไทย 147 บริษัท

- ประเทศที่มีการขอเจรจาจับคู่มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน ฮ่องกง บรูไน เวียดนาม อาร์เจนตินา 

- กลุ่มสินค้าที่ได้รับความสนใจเจรจาสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ขนมและของขบเคี้ยว อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ผักและผลไม้ และอาหารแช่แข็ง  

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย (TCC) กล่าวว่า การจัดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA ถือเป็นความตั้งใจของหอการค้าไทย (TCC) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และโคโลญเมสเซ่ (KM) ประเทศเยอรมนี ที่ต้องการยกระดับงานแสดงสินค้าด้านอาหารของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับและเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารโลก เนื่องจากประเทศไทยมีความโดดเด่นในด้านนี้ ซึ่งงานในปีนี้มีความคึกคักอย่างมาก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยหลายหมื่นล้านบาท โดยมีจำนวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมแสดงสินค้าในปีนี้ 722 บริษัท ซึ่งสัดส่วนบริษัท SME ที่เข้าร่วมแสดงสินค้ามีมากกว่าครึ่ง

นอกจากนี้ เสียงตอบรับจากผู้ประกอบการมีความพึงพอใจในงานแสดงสินค้า THAIFEX - ANUGA ASIA เป็นอย่างมากที่ได้พัฒนาสินค้าใหม่ ๆ สร้างโอกาสและนำสินค้าไปสู่ตลาด รวมถึงได้ทดสอบตลาดจากผู้ซื้อที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการได้มีการปรับตัวและมุ่งพัฒนากระบวนการผลิตอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าตามเทรนด์อาหาร เทรนด์บรรจุภัณฑ์อาหาร (แพคเกจจิ้ง) ให้สอดคล้องกับตลาดและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสร้างธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้เติบโตสอดคล้องเทรนด์ตลาด และสามารถเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ การจัดงานแสดงสินค้า THAIFEX - ANUGA ASIA ไม่เพียงแต่จะมีการเพิ่มมูลค่าทางการซื้อขายสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากชาวต่างชาติที่เข้ามาเจรจาการค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงได้แจ้งว่าหลังจากจบงานนี้แล้วจะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของไทยต่อ อาทิ พัทยา ภูเก็ต ส่งผลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของหอการค้าไทยที่จะส่งเสริมด้านการค้าควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว และเชื่อมั่นว่างานแสดงสินค้า THAIFEX - ANUGA ASIA 2023 จะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมแน่นอน 

นายแมธเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโลญเมสเซ่ จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้มีจำนวนผู้ประกอบการต่างชาติเข้าร่วมแสดงสินค้าทั้งสิ้น 881 บริษัท แม้ว่าความท้าทายของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม แต่งาน THAIFEX - ANUGA ASIA ที่เราได้จัดขึ้นในครั้งนี้ได้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการเป็นเวทีการค้าสำหรับผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการนำสินค้าออกสู่ตลาด สามารถเชื่อมโยงธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ให้ได้พบกับผู้แทนการค้า ผู้ซื้อ นักลงทุน สร้างโอกาสในการเติบโตใหม่ ๆ นอกจากนี้ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืน ก็ทำให้เราได้เห็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA ครั้งนี้ ได้เผยให้เห็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น อาหารฮาลาล ซึ่งในงานนี้มีผู้แสดงสินค้าอาหารฮาลาลมากถึง 386 ราย รวมถึงเทรนด์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารโปรตีนทางเลือกอย่างแมลงที่รับประทานได้ อาหารที่ผลิตจากพืช (Plant Based) รวมทั้งเทรนด์การบริโภคอาหารที่ผลิตโดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน เป็นต้น 

ทั้งนี้ จากความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้ ผู้จัดงานทั้ง 3 ฝ่าย จึงได้เตรียมเดินหน้าจัดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2023 ขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 27 พฤษภาคม 2566 ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับงาน หรือสอบถามข้อมูลได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร.1169 และผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มสามารถจองพื้นที่จัดแสดงสินค้าได้ที่ www.thaifex-anuga.com ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป


ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.