Header Ads

Header ADS

ผู้ถือหุ้น PDI โหวตอนุมัติซื้อกิจการ 2 โรงแรมระดับโลก ลุยเดินหน้าธุรกิจโรงแรมเต็มตัว หนุนอนาคตโตยั่งยืน

ผู้ถือหุ้น PDI โหวตอนุมัติซื้อกิจการ 2 โรงแรมระดับโลก ลุยเดินหน้าธุรกิจโรงแรมเต็มตัว หนุนอนาคตโตยั่งยืน

ผู้ถือหุ้น PDI ยกมือโหวตผ่านทุกวาระ อนุมัติให้เข้าลงทุนซื้อหุ้น 51 % ใน 2 โรงแรมใหม่แบรนด์ระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา “โฟร์ ซีซั่นส์ฯ และ “คาเพลลา” มูลค่ารวม 2.8 พันล้านบาท พร้อมอนุมัติแผนขายเงินลงทุน 3 บริษัทย่อยในธุรกิจโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศให้ “บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ ” ที่มูลค่า 1.7 พันล้านบาท รวมทั้งเห็นชอบให้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 6.02 พันล้านบาท จากเดิม 3.01 พันล้านบาท โดยออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 301.33 ล้านหุ้น จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม 226 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลือ 75.33 ล้านหุ้นเพื่อรองรับวอร์แรนท์ PDI-W2 ซึ่งจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนใหม่ ด้าน” ทอมมี่ เตชะอุบล” กรรมการผู้จัดการ ประกาศเดินหน้าธุรกิจโรงแรมและการบริการเต็มตัว สร้างการรับรู้รายได้ในทันที พร้อมมั่นใจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า มั่นใจจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายทอมมี่ เตชะอุบล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ PDI เปิดเผยว่าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนในบริษัท เออร์เบิร์น รีสอร์ท โฮเต็ล จำกัด (URH) และบริษัท วอเตอร์ฟร้อนท์ โฮเต็ล จำกัด (WFH) ในสัดส่วน 51%ของทุนจดทะเบียน และชำระแล้วที่มีมูลค่ารวม 5,500 ล้านบาท โดยคิดเป็นมูลค่าลงทุนในหุ้น 2,805 ล้านบาท ทั้งนี้ URH และ WFH เป็นบริษัทที่ถือสิทธิในการใช้ทรัพย์สินและที่ดิน ตลอดจนสิทธิและใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการและบริหารโรงแรม โฟร์ ซีซั่นส์ โฮเต็ล แบงค็อก แอท เจ้าพระยาริเวอร์ ภายใต้การบริหารโดยแบรนด์ “โฟร์ ซีซั่นส์” และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ซึ่งบริหารภายใต้แบรนด์ “คาเพลลา”

ขณะเดียวกันที่ประชุมวิสามัญได้อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เอ ที ซี เอ็นไวโร จำกัด (ATCE) บริษัท พีดีไอ แม่ระมาด จำกัด (PDIMR) และบริษัท พี.พี.โซล่า (หนองโน) จำกัด (PPS) ซึ่งทั้ง 3 บริษัทเป็นบริษัทย่อยของบริษัท พีดีไอ เอ็นเนอร์ยี จำกัด (PDIE) ให้แก่ บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (BC) ในราคาประมาณ 1,700 ล้านบาท

รวมทั้งได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 3,013,334,660 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 3,013,265,180 บาท เป็น 6,026,599,840 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 301,333,466 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ซึ่งจัดสรรหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 226,000,100 หุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละราย (Right Offering) ในอัตราจัดสรร 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ในราคา10 บาทต่อหุ้น

ส่วนที่เหลืออีก 75,333,366 หุ้น เพื่อเป็นการรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิชุดที่ 2 (PDI-W2) ซึ่งจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในอัตรา 3 หุ้นเพิ่มทุนใหม่ ต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยมีอัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ และราคาใช้สิทธิเท่ากับ 10 บาทต่อหุ้น

คุณทอมมี่กล่าวว่า “การเข้าซื้อกิจการโรงแรมระดับโลกทั้งสองแห่งจะเป็นก้าวเริ่มต้นที่สำคัญของ PDI ในธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวนั้นเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับบริษัทฯ โดยเฉพาะเมื่ออุตสาหกรรมโรงแรมเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด -19” ซึ่งภายหลังจากการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้น บริษัท จะดำเนินการตามแผนการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และเดินหน้าพัฒนาโรงแรมหรูใจกลางสาธรซึ่งมีจำนวนห้องพัก 209 ห้อง ภายใต้การบริหารโดยแบรนด์ของ PDI เอง โดยมีมูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาทและคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2567

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.