Header Ads

Header ADS

dunnhumby : เผยรายงานดัชนีวัดความพึงพอใจในกลุ่มห้างค้าปลีกไทย (RPI) ที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก



ดันน์ฮัมบี้เผยผลรายงานดัชนีวัดความพึงพอใจในกลุ่มห้างค้าปลีกไทย (RPI) ที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในหมวดสินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์การดูแลตนเอง พบบทสรุปที่น่าสนใจดังนี้
  • ความสะดวกสบายและความสะอาด คือปัจจัยชี้วัดความพึงพอใจในผู้ค้าปลีกที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภค สำหรับสินค้ากลุ่มความงามและผลิตภัณฑ์การดูแลตนเอง ตามมาด้วยความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป  ปัจจัยขับเคลื่อนความพึงพอใจที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ความหลากหลายของสินค้า ประสบการณ์ในการซื้อสินค้าภายในห้าง/ร้านค้า และสินค้าแบรนด์ของผู้ค้าปลีกตามลำดับ
  • เซเว่น อีเลฟเว่น ติดอันดับผู้นำตลาดสินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์การดูแลตนเองในประเทศไทย  เนื่องเพราะประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเรื่องความสะดวกสบายและความสะอาดสำหรับสินค้าในหมวดนี้     
  • ปัจจัยขับเคลื่อนความพึงพอใจที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับสองสำหรับตลาดคือความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป ในส่วนนี้ผู้ค้าปลีกที่ได้คะแนนอันดับต้นๆ ได้แก่เทสโก้ และ บิ๊กซี
  • บู๊ทส์และวัตสันได้รับคะแนนนำและทำได้ดีในส่วนของประสบการณ์ในการซื้อของภายในร้านค้ และสินค้าแบรนด์ของผู้ค้าปลีก
  • ความภักดีของผู้ซื้อในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสงามสำหรับผู้ค้าปลีกที่จะสร้างกลยุทธ์เพื่อให้ได้มาซึ่งความภักดีของผู้ซื้อได้ดีกว่าตลาดในประเทศอื่นๆ  ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยความสำคัญในเรื่องความสะดวกสบายและความสะอาด และความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 ทั้งสองประเด็นดังกล่าวดูจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น


RPI เป็นแนวทางการศึกษาที่มีลักษณะเฉพาะตัวเนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างการวัดอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้าเกี่ยวกับผู้ค้าปลีก (การเชื่อมโยงทางอารมณ์ความรู้สึก) กับพฤติกรรมของลูกค้า (ในรูปของสัดส่วนการเข้าร้าน) การวัดทั้งสองข้อนี้จะถูกนำมารวมกันเพื่อคำนวณคะแนนความพึงพอใจสำหรับผู้ค้าปลีกแต่ละราย และ RPI จะระบุถึงจุดแข็งเชิงเปรียบเทียบของผู้ค้าปลีกในความคิดของลูกค้า เราได้จัดทำรายงาน RPI ในตลาดขนาดใหญ่อื่นๆ ทั่วโลกด้วยเช่นกัน อาทิอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และสเปน

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.