Header Ads

Header ADS

มูลนิธิ EDF แจ้งมีนักเรียนรอรับทุนในปีการศึกษา 2564 จำนวน 3,871 คน

มูลนิธิ EDF แจ้งมีนักเรียนรอรับทุนในปีการศึกษา 2564 จำนวน 3,871 คน 

 นายสรรเพชร นิลรัตน์ กรรมการผู้จัดการมูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) เผยว่า “ในนามของมูลนิธิEDF  ผมขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อ และให้ "โอกาสทางการศึกษา" ให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลน ผมเชื่อว่าพลังแห่งการให้โดยเฉพาะ "การให้โอกาสทางการศึกษา" จะสามารถส่งต่อและเปลี่ยนเป็นพลังใจที่สำคัญให้นักเรียนที่รอโอกาสเหล่านี้มีความเข้มแข็ง ทำให้ฝ่าฟัน ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคทั้งในชีวิตและการเรียน และเติบโตเป็นผู้ให้โอกาสและช่วยเหลือผู้อื่นได้ต่อไปในอนาคต โดยในปีการศึกษา 2564 ที่จะถึงนี้ มีนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกของมูลนิธิที่รอรับทุนซึ่งจะปิดรับบริจาคทุนภายใน 30 มิถุนายน2564 อีก  3,871 ทุน โดยตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 9เมษายน 2564) มูลนิธิสามารถระดมทุนการศึกษาได้ไปแล้วทั้งสิ้น  6,239 ทุน 

แม้ร่างกายจะพิการและอาศัยอยู่กับตา ยายและพี่ชาย เพราะพ่อแม่หย่าร้างกัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เด็กชายกิตติวัฒน์ที่กำลังศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนในจังหวัดมุกดาหารมีความน้อยใจในโชคชะตาชีวิตของตนเองแต่อย่างใด เพราะการเลี้ยงดูด้วยความรักความใจใส่จากตายายที่อาศัยเงินเบี้ยผู้สูงอายุส่งให้เรียนหนังสือและพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่นตามหมอนัดเป็นประจำ

“ร่างกายผมพิการ ไม่สามารถยืนหรือเดินด้วยขาทั้งสองข้างได้ ทำให้การเดินทางไปโรงเรียนลำบาก แต่ถ้าไปโรงเรียนช่วงที่ไม่มีรถเข็น เพื่อน ๆ ก็จะช่วยพยุง หรืออุ้มไปเรียน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนหลังเลิกเรียน และในวันหยุดผมจะและอ่านหนังสือ และช่วยตายายทำงานบ้าน เช่น ความสะอาดบ้าน และถูพื้น ผมอยากได้ทุนการศึกษา เพื่อให้สามารถเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่ทราบว่าจะสามารถเรียนได้ถึงระดับชั้นไหน และตากับยายจะมีเงินส่งผมเรียนได้ถึงชั้นไหน แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากเรียนจนจบปริญญาตรีครับ”




ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน ทุกคนต่างมองหาความหวังและโอกาสให้กับตนเอง เด็กชายมูอาฟันดี วัย 9 ขวบ ที่กำพร้าพ่อจากเหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ 8 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ที่โรงเรียนในจังหวัดนราธิวาสก็เช่นเดียวกันที่ต้องการเรียนหนังสือให้จบการศึกษาอย่างน้อยระดับมัธยมศึกษาเพื่อจะได้มีโอกาสในการหางานทำ สามารถเลี้ยงดูตนเอง ตากับยายที่เลี้ยงดู และแม่ที่ทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซียซึ่งขณะนี้ไม่สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้เพราะสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด และไม่มีเงินส่งมาจุนเจือครอบครัวได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากถูกลดค่าจ้าง

เด็กชายมูอาฟันดี เล่าว่า “คุณครูได้มาเยี่ยมบ้านและเห็นความลำบากของที่บ้านผม จึงได้ให้ความช่วยเหลือโดยจ้างตากับยายให้ไปกรีดยางในสวนยาง แต่ในปัจจุบันดวงตาของตามองไม่เห็น ยายซึ่งอายุ 60 ปี ก็ไม่สามารถเดินขึ้นเขาไปกรีดยางในสวนที่ห่างจากบ้านราว 10 กิโลเมตรได้อีกต่อไป ทำให้ตากับยายต้องเลิกกรีดยางและให้มีรายได้จากเบี้ยคนชราที่รัฐให้รวมกันเดือนละ 1,200 บาทเท่านั้น ผมจึงอยากได้ทุนการศึกษามากครับ”

สำหรับนางสาวจตุพร ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4ที่โรงเรียนในจังหวัดอำนาจเจริญที่ต้องการทุนการศึกษาเพื่อสานฝันของตนเองในการเรียนต่อในคณะเภสัชศาสตร์และทำงานเป็นเภสัชกรในอนาคตเล่าว่า “หนูอาศัยอยู่กับครอบครัวประกอบด้วย ตา พ่อ แม่ พี่สาว หนูชอบเรียนวิชาเคมี ฟิสิกส์ และชีวะวิทยา หลังเลิกเรียนหนูจะกลับบ้านมาทำงานบ้านต่าง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่ ส่วนในวันหยุดก็ไปหางานทำ เพื่อนำรายได้มาช่วยจุนเจือครอบครัวค่ะ”

ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนทุนการศึกษาได้ด้วยการโอนเงินผ่านบัญชี "มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิEDF)" ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 161-4-56698-0ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 070-2-45369-0 ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 980-7-59891-5 ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 319-2-77744-8 และธนาคารทหารไทย เลขที่บัญชี069-2-41110-1 หลังโอนเงินบริจาคแล้วสามารถส่งเอกสารการโอนและแจ้งรายละเอียดเพื่อรับใบเสร็จรับเงินในการนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ที่อีเมล public@edfthai.orgนอกจากนั้นสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิได้ที่ www.edfthai.org หรือสอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์ 02-579-9209 ถึง 11

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.