Header Ads

Header ADS

“พาณิชย์”เปิด 12 ธุรกิจน่าจับตาปี 64 เผย “ออนไลน์-ขนส่ง-สุขอนามัย-เทคโนโลยี”แรง

img

“พาณิชย์”เปิด 12 ธุรกิจน่าจับตาปี 64 เผย “ออนไลน์-ขนส่ง-สุขอนามัย-เทคโนโลยี”แรง

“พาณิชย์”เปิด 12 ธุรกิจที่น่าจับตา และมีแนวโน้มเติบโตดีในปี 64 เผยธุรกิจออนไลน์และที่เกี่ยวข้องมาแรง ตามด้วยธุรกิจโลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจเกี่ยวกับสุขอนามัย และธุรกิจเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หลังวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีอยู่ ทั้งการจัดตั้งบริษัทใหม่ งบการเงิน ผลประกอบการ แนะผู้ประกอบการใช้เป็นแนวทางในการลงทุนทำธุรกิจ แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ
         
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต และเป็นธุรกิจดาวเด่นในปี 2564  โดยได้ทำการวิเคราะห์จากข้อมูลทางธุรกิจที่มีอยู่ ตั้งแต่สถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ จำนวนธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ สถานที่ตั้ง งบการเงิน ผลการประกอบธุรกิจ และข้อมูลปัจจัยทางธุรกิจและเศรษฐกิจอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอก ร่วมกับความสอดคล้องจากข้อมูลและผลการศึกษาจากหน่วยงานวิจัยด้านธุรกิจอื่นๆ เช่น ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น และได้ข้อสรุปว่ามี 12 ธุรกิจที่น่าจับตามอง เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยม และเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงในปี 2564 ซึ่งผู้ประกอบการที่จะลงทุนทำธุรกิจ และมองหาธุรกิจที่น่าสนใจ ก็สามารถใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาตัดสินใจทำธุรกิจได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงความชื่นชอบและความถนัดของตนเองด้วย เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ต้องมีความรอบคอบให้มากที่สุด
         
สำหรับ 12 ธุรกิจดาวเด่นที่น่าสนใจในปี 2564 ได้แก่ 1.ธุรกิจการค้าออนไลน์ (e-Commerce) 2.ธุรกิจแพลตฟอร์ม สำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์ 3.ธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) 4.ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) 5.ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ 6.ธุรกิจออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ (Packaging) 7.ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม 8.ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ 9.ธุรกิจเวชภัณฑ์ยา ธุรกิจขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ 10.ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม Software และ Application 11.ธุรกิจการเงิน Fintech และ e-Payment 12.ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เช่น ร้านสะดวกซัก เครื่องเติมเงิน เครื่องเติมน้ำ
         
ทั้งนี้ ใน 12 ธุรกิจ สามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มธุรกิจได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ธุรกิจด้านการค้าและการตลาดออนไลน์ ได้แก่ ธุรกิจการค้าออนไลน์ (e-Commerce) ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์ และธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) โดยธุรกิจในกลุ่มนี้ มีการเติบโตที่สอดคล้องและเกื้อหนุนกันกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนในปัจจุบันที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากช่วงก่อนหน้านี้ และช่วงที่เกิดมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งสะท้อนจากจำนวนธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการจัดตั้งธุรกิจใหม่ เช่น  ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ จากปีละ 310 ราย ในปี 2561 มาเป็นปีละ 798 ราย ในปี 2563 ซึ่งถือเป็นการสร้างโอกาสและความท้าทายให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ เข้ามาดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น        

กลุ่มที่ 2 ธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ และบรรจุภัณฑ์ เช่น ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) ธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ (Logistic) และธุรกิจออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ (Packaging) โดยเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลดีจากพฤติกรรมการบริโภคในการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจด้านการค้าและการตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน สังเกตได้จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก เช่น ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) มีรายได้ตลอดปี 2562 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงร้อยละ 57 และธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ (Logistic) มีกำไรตลอดปี 2562 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงร้อยละ 116   

กลุ่มที่ 3 ธุรกิจด้านสุขภาพ สุขอนามัย และการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจบริการทางแพทย์และความงาม ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และธุรกิจเวชภัณฑ์ยาและขายสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ เป็นกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลดีจากพฤติกรรมของคนในสังคมที่ใส่ใจเรื่องของสุขภาพและการแพทย์ รวมทั้งความระแวดระวังจากการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนจากจำนวนธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการจัดตั้งธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจเครื่องมือแพทย์’ มีการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ จากปีละ 68 ราย ในปี 2561 มาเป็นปีละกว่า 114 ราย ในปี 2563 และธุรกิจเวชภัณฑ์ยาและขายสินค้าทางเภสัชภัณฑ์ และทางการแพทย์’ ที่มีการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ จากปีละ 945 ราย ในปี 2561 มาเป็นปีละกว่า 1,158 ราย ในปี 2563 

กลุ่มที่ 4 ธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม Software และ Application ธุรกิจการเงิน Fintech และ e-Payment ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เครื่องซักผ้า เครื่องเติมเงิน และเครื่องเติมน้ำ เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่ตอบสนองต่อการบริโภคของคนในสังคม เพื่ออำนวยความสะดวกและพัฒนาการให้บริการต่างๆ ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สังเกตได้จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก เช่น ธุรกิจการเงิน Fintech และ e-Payment มีกำไรตลอดปี 2562 เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากปี 2561 ถึงร้อยละ 324 และธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เครื่องซักผ้า เครื่องเติมเงิน และเครื่องเติมน้ำ มีกำไรตลอดปี 2562 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงร้อยละ 94  

ธุรกิจดาวเด่นทั้ง 12 ธุรกิจ มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.2 ล้านล้านบาท และมีธุรกิจคงอยู่ทั้งสิ้น 65,738 ราย มีทุนจดทะเบียนรวม 812,213.46 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจการค้าออนไลน์ (e-Commerce) จำนวน 2,487 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 29,243.10 ล้านบาท ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์ จำนวน 739 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 6,259.39 ล้านบาท ธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) จำนวน 9,877 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 47,323.49 ล้านบาท ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) จำนวน 797 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 3,651.61 ล้านบาท ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ จำนวน 28,346 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 362,115.54 ล้านบาท ธุรกิจออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ (Packaging) จำนวน 1,846 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 51,502.69 ล้านบาท ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม จำนวน 4,380 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 25,510.57 ล้านบาท ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ จำนวน 809 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 11,308.12 ล้านบาท ธุรกิจเวชภัณฑ์ยาและธุรกิจขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ จำนวน 10,001 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 76,628.46 ล้านบาท ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม Software และ Applicationจำนวน 5,891 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 189,387.10 ล้านบาท ธุรกิจการเงิน Fintech และ e-Payment จำนวน 113 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 6,344.62 ล้านบาท และ ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เช่น ร้านสะดวกซัก เครื่องเติมเงิน เครื่องเติมน้ำ จำนวน 452 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 2,938.77 ล้านบาท

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.