Header Ads

Header ADS

“อาลก โลเฮีย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 40 ผู้มีบทบาทสำคัญ ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก (Top 40Power Players)

  


อาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส 
ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 
40 ผู้มีบทบาทสำคัญ
ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก (
Top 40Power Players)

กรุงเทพฯ ประเทศไทย  20 มกราคม 2565  นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ได้รับคัดเลือกเป็นอันดับที่ 12 ในรายชื่อ 40 บุคคลที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก (Top 40 Power Players) ประจำปี2565 ซึ่งประกาศโดย Independent Commodity Intelligence Services (ICIS) ผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารชั้นนำในตลาดเคมีภัณฑ์ระดับโลก โดยการจัดอันดับดังกล่าวคัดเลือกประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทต่างๆ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกที่สำคัญต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์

 

การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนความโดดเด่นของ นายอาลก โลเฮีย ในการบริหารไอวีแอลให้มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นผู้วางรากฐานความมุ่งมั่นของไอวีแอลที่มีต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แข็งแกร่งและการดำเนินโครงการรีไซเคิล PET ต่างๆ โดยไอวีแอลได้กำหนดเงินลงทุนมูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทำให้เป้าหมายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำเร็จตามที่กำหนดไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเพิ่มกำลังการรีไซเคิล PETของไอวีแอลทั่วโลกเป็น 750,000 ต่อปี ภายในปี 2568

ในปี 2564 ไอวีแอลได้ประกาศสร้างโรงงานในเมืองKarawang ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อรีไซเคิลขวดพลาสติกเกือบ 2 พันล้านขวดต่อปี เป็นการสนับสนุนแผนงานของรัฐบาลอินโดนีเซียด้านการลดขยะในมหาสมุทร นอกจากนี้ ไอวีแอลได้เพิ่มฐานการผลิตสาร PNDA แห่งใหม่ในเมืองดีเคเตอร์ รัฐแอละบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตสารดังกล่าวรายใหญ่ที่สุดในโลก ล่าสุด ไอวีแอลได้ตกลงที่จะเข้าซื้อกิจการ Oxiteno ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตสารลดแรงตึงผิวแบบบูรณาการชั้นนำ

Top 40 Power Players เป็นการจัดอันดับผู้บริหารที่มีความเป็นเลิศและวิสัยทัศน์ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG)นวัตกรรม การควบรวมกิจการหรือการจัดการธุรกิจ การริเริ่มโครงการ และการทำกำไรหรือสร้างมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้น โดยICIS ได้เปิดเผยว่า ESG และความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการจัดอันดับปีนี้ เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการเติบโตในอนาคต

 For more information, please visithttps://bit.ly/3nxKSeU

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.