Header Ads

Header ADS

Waresix ประกาศปิดการระดมทุนวงเงิน 100 ล้านดอลลาร์ เล็งพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในอินโดนีเซีย

สรุป

- Waresix มุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพลิกวงการธุรกิจขนส่งและคลังสินค้ามูลค่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ของอินโดนีเซีย
- ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 Waresix ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการกระจายสินค้าจำเป็นไปให้เมืองต่าง ๆ กว่า 100 เมืองทั่วอินโดนีเซีย และให้บริการโลจิสติกส์แก่อุตสาหกรรมหลัก ๆ
- เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก การกระจายสินค้าจึงเป็นปัญหาสำคัญของอินโดนีเซีย Waresix จึงนำเสนอโซลูชันที่ไม่เหมือนใครเพื่อจัดการกับความท้าทายเรื่องการกระจายสินค้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศให้เหลือ 19% ของ GDP
Waresix แพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีโลจิสติกส์ระดับชั้นนำของอินโดนีเซีย ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เสร็จสิ้นการระดมทุนรอบ Series B แล้ว และสามารถระดมทุนได้ 100 ล้านดอลลาร์ในรอบปีที่ผ่านมาจากนักลงทุนรายเดิมอย่าง EV Growth และ Jungle Ventures และนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งได้แก่ SoftBank Ventures Asia, EMTEK Group, Pavilion Capital และ Redbadge Pacific
Waresix เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโลจิสติกส์ระดับชั้นนำในอินโดนีเซียในตลาดขนส่งและคลังสินค้า โดยบริการขนส่ง ซึ่งนับเป็นธุรกิจส่วนใหญ่ของ Waresix มุ่งเน้นการขนส่งระหว่างเมืองในระยะแรกและระยะกลาง การมีส่วนร่วมด้านการดำเนินงานแบบเชิงลึกของ Waresix ในฐานะผู้ให้บริการแบบมีการจัดการ ทำให้บริษัทสามารถกำหนดคุณค่าที่สำคัญและโซลูชันที่สร้างประสิทธิผลให้แก่ลูกค้านอกเหนือไปจากการจับคู่อุปสงค์และอุปทานแบบเชิงรับ โซลูชันต่าง ๆ ของ Waresix อาทิ การรวบรวมสินค้า, การปรับระบบ back-haul และการขนส่งแบบ hub-and-spoke สามารถทำให้อัตราการใช้ประโยชน์จากการขนส่งด้วยรถบรรทุกสูงกว่ากลุ่มผู้ให้บริการขนส่งแบบดั้งเดิมถึง 50% และมีส่วนส่งเสริมให้ Waresix ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสร้างรายได้สุทธิที่เป็นบวก ซึ่ง Waresix มีความสามารถในการทำกำไรเมื่อคิดจากเกณฑ์รายได้สุทธิมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562
ปัจจุบัน Waresix ให้บริการลูกค้าในภาคองค์กรธุรกิจชื่อดังกว่า 250 รายจากอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงลูกค้าภายในอุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายได้เร็ว วัสดุสิ้นเปลืองในอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และค้าปลีก โดยมีลูกค้าชื่อดัง อาทิ Unilever, Indofood, Siam Cement Group, Wings, JD.ID และบริษัทข้ามชาติอีกมากมาย ขณะที่อีโคซิสเต็มด้านโลจิสติกส์ของ Waresix ครอบคลุมรถบรรทุกกว่า 40,000 คัน และคลังสินค้า 375 แห่งในกว่า 100 เมืองใหญ่และเมืองเล็กทั่วอินโดนีเซีย การผนวกรวมของ Waresix กับศูนย์โลจิสติกส์ที่สำคัญ ๆ เช่น National Ports ของอินโดนีเซีย ทำให้บริษัทสามารถขยายขอบเขตการให้บริการไปได้ไกลกว่าเกาะชวาและสุมาตรา ไปจนถึงเกาะหลัก ๆ ทั้งหมดของอินโดนีเซีย
Waresix ประกาศปิดการระดมทุนวงเงิน 100 ล้านดอลลาร์ เล็งพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในอินโดนีเซีย
Waresix ได้พัฒนาแพลตฟอร์มในลักษณะคล้ายระบบปฏิบัติการรวมเพื่อพันธมิตรของบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานในแต่ละวันของพันธมิตรในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ค้าและลูกค้า แพลตฟอร์มดังกล่าวทำให้มีมุมมองเดียวที่ชัดเจนที่สามารถมองเห็นการขนส่งสินค้าของพันธมิตรข้ามช่องทางขนส่งและคลังสินค้าเปลี่ยนถ่ายต่าง ๆ แพลตฟอร์มของ Waresix ทำให้บริษัทมีความโดดเด่นจากบริษัทโลจิสติกส์อื่น ๆ ที่มุ่งเน้นไปที่การสร้าง load-board และ listing แบบเชิงรับเพื่อจับคู่อุปทานและอุปสงค์ Waresix ยังคงจัดการกับความท้าทายด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญด้วยการดำเนินการมากกว่าการจับคู่อุปทานกับอุปสงค์ ผ่านการสร้างอีโคซิสเต็มบริการแบบมีการจัดการ สิ่งนี้ทำให้ Waresix มีความพร้อมที่จะจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ และสร้างโซลูชันที่ทนทานเพื่อพันธมิตรด้านอุปทานและอุปสงค์ของบริษัท
แม้จะได้รับปัญหาที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่บริษัทก็ยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่น่าทึ่ง โดยบริการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกในระยะแรกและระยะกลางมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันบริษัทก็สนับสนุนการขนส่งสินค้าจำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมความเป็นอยู่ของพนักงานขับรถบรรทุกนับพันคนทั่วประเทศ
Waresix เชื่อว่า โลจิสติกส์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่กำลังขยายตัวรวดเร็ว ทำให้เกิดโอกาสมากมายสำหรับการสร้างนวัตกรรมภายในธุรกิจการขนส่งทางอิเลคทรอนิคส์ (e-trucking) นอกจากนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพของประเทศ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเพิ่มเติม และด้วยเทคโนโลยีและชุดความคิดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าซึ่งฝังลึกอยู่ในดีเอ็นเอของ Waresix บริษัทจึงมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้เกิดประสิทธิผลภายในระบบอีโคซิสเต็มด้านโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนของอินโดนีเซีย
Andree Susanto ซีอีโอของ Waresix กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับกลุ่มนักลงทุนและพันธมิตรระยะยาวที่มีคุณภาพสูง ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน Waresix ในเส้นทางเดินทางของเราเพื่อเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนการค้าและพาณิชย์ให้ขยายตัวในอินโดนีเซีย เงินลงทุนนี้จะถูกนำไปลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยกระดับทีมงานระดับเวิลด์คลาสของเราขึ้นมาเพื่อช่วยให้เราคว้าโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ในตลาด”
Edwin Wibowo ซีเอฟโอของ Waresix กล่าวว่า “เราไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีความมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาที่แท้จริง และการคิดค้นนวัตกรรมผ่านเทคโนโลยี เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ลูกค้ารักพวกเรา และธุรกิจของเราก็ยังคงพัฒนาต่อไปจนถึงทุกวันนี้”
เกี่ยวกับ Waresix
Waresix เป็นแพลตฟอร์มที่มีการใช้เทคโนโลยี เพื่อนำเสนอบริการและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ให้แก่ลูกค้าในลักษณะที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น บริษัทเชื่อมโยงผู้ขนส่งและธุรกิจด้วยระบบขนส่ง รถบรรทุก และพื้นที่ว่างในคลังสินค้าที่มีอยู่ทั่วอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการยกระดับความโปร่งใส คุณภาพการให้บริการ และรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้แก่เจ้าของสินทรัพย์ บริษัทมีอีโคซิสเต็มครอบคลุมรถบรรทุกกว่า 40,000 คัน และผู้ประกอบการคลังสินค้า 375 รายทั่วอินโดนีเซีย
การที่อินโดนีเซียเป็นหมู่เกาะส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย โดยมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 4 ของจีดีพีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ของประเทศ ต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงนี้นอกจากจะขัดขวางขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมของอินโดนีเซียแล้ว ยังเพิ่มต้นทุนในการทำธุรกิจของธุรกิจเอสเอ็มอีของอินโดนีเซียด้วย ดังนั้น Waresix จึงหาทางจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ และสร้างโซลูชันที่ทนทานเพื่อพันธมิตรด้านอุปทานและอุปสงค์ของบริษัท ในตลาดโลจิสติกส์ที่มีมูลค่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์ของอินโดนีเซีย
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ waresix.com
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200910/2912421-1-a
คำบรรยายภาพ – ทีมงาน Waresix ที่สำนักงานของ Waresix
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200910/2912421-1-b
คำบรรยายภาพ – รถบรรทุกของ Waresix

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.