Header Ads

Header ADS

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายกองทุนหุ้นเทคฯ จีน "SCBCTECH" IPO 20 - 26 เม.ย. นี้


บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายกองทุนหุ้นเทคฯ จีน "SCBCTECH" IPO 20 - 26 เม.ย. นี้ มองหุ้นเทคโนโลยีสัญชาติจีนมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมองว่าจีนยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากการปรับตัวลงมาของหุ้นจีนในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงปัจจัยลบระยะสั้นจากการปรับตัวขึ้นของ Bond Yield เท่านั้น และจากความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ทำให้ฟื้นตัวได้เร็วหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทฯ จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ China Technology (SCB China Technology : SCBCTECH) มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการกระจายการลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยีของจีน โดยเริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 20 – 26 เมษายน 2564 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท

กองทุน SCBCTECH เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ Invesco China Technology ETF (CQQQ) (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐฯ และบริหารงานโดย Invesco Distributors, Inc. หนึ่งในผู้นำบริษัทจัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสินทรัพย์กว่า 1.39 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนกลุ่ม Information Technology, Communication Services หรือ Consumer Discretionary เป็นต้น อีกทั้งยังสร้างโอกาสการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามดัชนี FTSE China Incl A 25% Technology Capped Index โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนด้วยการคัดเลือกหลักทรัพย์ภายใต้ดัชนีอ้างอิงที่ถูกสร้างมาจาก 2 ดัชนีหลัก คือ FTSE China Index และ The FTSE China A Stock Connect CNH Index หลังจากนั้นจะคัดเลือกหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยอิงจากเกณฑ์การแบ่งอุตสาหกรรม (Industry Classification Benchmark) ของ FTSE โดยยึดแหล่งที่มาของรายได้หลักของธุรกิจ โดยกำหนดสัดส่วนการลงทุนใน A shares จะต้องไม่เกิน 25% ของมูลค่าทั้งหมด กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาทไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 58.33% เทียบกับดัชนีอ้างอิง FTSE China Incl A 25% Technology Capped Index อยู่ที่ 60.01% (ที่มา: Fund Factsheet จาก Invesco China Technology ETF ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563)

“ประเทศจีนนับว่าเป็นประเทศที่มีการเติบโตไปพร้อมกับยุทธศาสตร์ชาติจีน หรือ Made in China 2025 มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ เนื่องจากจีนเน้นการเติบโตภายในประเทศเป็นหลัก และสามารถควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19ได้มีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศจีนเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าประเทศอื่น ๆ ทำให้ตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนฟื้นตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับราคาตลาดหุ้นจีนยังไม่แพงเมื่อเทียบกับเหล่าประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยมี P/E ratio ของตลาดประมาณ 15 เท่า และในส่วน Valuation ของหุ้นเทคโนโลยีของจีนนั้น ก็ยังมีราคาไม่แพง อีกทั้งมีอัตราการเติบโตของยอดขายที่สูง อาทิบริษัท Alibaba, Tencent, JD.com จึงทำให้หุ้นเทคโนโลยีของจีนยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

ผลการดำเนินงานในอดีต มิใช่สิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Center โทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย หรือ https://scbam.info/2Qatq2D สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click ได้ที่ https://scbam.link/scbam_fund_click

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.