Header Ads

Header ADS

XO ปักธงกำไรปี 64 โต 20-25% ทำ All Time High ต่อเนื่อง

 


XO ปักธงกำไรปี 64 โต 20-25% ทำ All Time High ต่อเนื่อง


                XO ประเมินสถานการณ์ต้นปี 64 เป็นไปตามแผน สินค้ากลุ่มซอสยังเป็นพระเอกที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก ปัจจุบัน XO มีออเดอร์แน่นยาวถึงเดือนกุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นตัวเลขที่อยู่ในระดับสูง หนุนผลงาน Q1/64 สวย สะท้อนดีมานด์ยังล้น แย้มแผนเจาะตลาดยุโรป และจีนในปีนี้เป็นไปตามแผน ตั้งเป้ารายได้ปี 64 โต 10-15% ส่วนกำไรตั้งเป้าโต 20-25% เตรียมบันทึกสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัทฯ 
                นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เปิดเผยถึง แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 1/64 มีทิศทางที่ดี จากคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่เข้ามาตั้งแต่เดือนธันวาคมของปี 63 และรอส่งมอบยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์แล้ว เนื่องจากเรามีพื้นที่ขายเพิ่มขึ้น ลูกค้าสั่งสินค้าเพิ่มขึ้น รวมไปถึง การเพิ่มสินค้ารสชาติใหม่ๆ วางจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มซอส ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง 
                บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างบุกตลาดในยุโรป และจีนเพิ่มเติมตามแผน โดยวางงบลงทุนจ่ายค่าแรกเข้า (Listing fee) ในปีนี้ และจะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 3/2564 เป็นต้นไป ซึ่งแผนดังกล่าวจะสนับสนุนทั้งยอดขาย และกำไรให้เติบโต จาก economy of scale จึงตั้งเป้าปี 2564 รายได้โต 10-15% ส่วนกำไรตั้งเป้าโต 20-25% ทำสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัทฯ ต่อเนื่องจากปี 2563  
                อย่างไรก็ดี สถานการณ์ของโควิด-19 ที่กลับมาแพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย หรือแม้ในหลายประเทศจะเริ่มฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 กันแล้วก็ตาม แต่จำนวนผู้ติดเชื้อก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในยุโรป จึงมองว่า จะยังคงส่งผลในเชิงบวกให้บริษัทฯ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเติบโตของ XO 
                ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน ระบุ  XO คาดในไตรมาส 1/64 ทำกําไรสูงสุดนับแต่ก่อตั้งบริษัท ยังคงมุมมองบวก แนะนํา “ซื้อ” จาก TP21F 15.3 บาท เนื่องจาก
1) ยังเป็นอุตสาหกรรมที่ดี และสอดรับกับกระแสการประกอบอาหารเองในยุโรป 
2) เป็นหุ้น Export ที่ผลกระทบน้อยจากเงินบาทแข็ง (เทียบ สหรัฐ) จากสัดส่วน 75% ขายเป็นเงินบาทเทียบเงินยูโร ซึ่งได้ประโยชน์เชิงเปรียบเทียบจากบาทอ่อนค่าด้วย 
3) โอกาสจ่ายปันผลที่มากกว่าคาด จากปัจจุบันคาด 0.36 บาท/หุ้น (Yield 3%, Payout 50%) จากฐานะการเงิน Net cash และไม่มีแผนลงทุนใหญ่ 
4) ประเมินกําไรไตรมาส 4/2563 ทำได้ 71 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากคําสั่งซื้อลดและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน แต่ไม่เป็น Downside ต่อประมาณการ ขณะที่ คาดกําไรจะกลับมาสู่จุดที่ดีมากและลุ้นทํา All time high ในไตรมาส 1/2564 จากฤดูหนาว , โควิด-19 ในรอบที่ 2 หรือ รอบที่ 3 ในยุโรป หนุนคําสั่งซื้อกลับมาสูง 
5) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแม้มี ความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 สะท้อนถึง มุมมองตลาดที่ดีขึ้นจากโอกาสผลประกอบการยังเติบโต แม้ผ่าน โควิด-19 และยังซื้อขาย PER21F 15.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 21 เท่า

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.