Header Ads

Header ADS

กองทรัสต์ ‘BKER’ เผย 4 มาตรการย้ำความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ หลัง 10 ศูนย์การค้าภายใต้การบริหาร กลับมาเปิดให้บริการแล้ว


ศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานของกองทรัสต์ 'BKER' ทั้ง 10 แห่ง กลับมาเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังภาครัฐมีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 พร้อมดำเนินงาน 4 มาตรการสำคัญเพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะความสะอาดและปลอดภัยในการใช้บริการศูนย์การค้า เสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงาน ทั้งยังมองหาโอกาสลงทุนโครงการศูนย์การค้าใหม่ๆ ที่มีศักยภาพดีอย่าง    ไม่หยุดยั้ง
นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า จากการที่ภาครัฐออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 โดยให้ศูนย์การค้ากลับมาเปิดดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ศูนย์การค้าทั้ง 10 แห่ง ภายใต้การบริหารของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง เค.อี. รีเทล (BKER หรือ บีเคอีอาร์) กลับมาเปิดให้บริการแล้วทั้งหมด  
สำหรับ ศูนย์การค้าภายใต้การบริหารของ BKER ประกอบด้วย คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา (TC) เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ (TCR) อมอรินี่ รามอินทรา (Amorini) แอมพาร์ค จุฬา       (I’m Park) เพลินนารี่ มอลล์ วัชรพล (Plearnary) สัมมากร เพลส รามคำแหง (ฝั่งตะวันตก) (SPRM) สัมมากร เพลส รังสิต (SPRS) สัมมากร เพลส ราชพฤกษ์ (SPRP) และเดอะ ซีน ทาวน์ อิน ทาวน์ (The Scene)
ทั้งนี้ ภายหลังกลับมาเปิดดำเนินการ กองรีท BKER ดำเนินงานด้วย 4 มาตรการสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มาใช้บริการในศูนย์การค้าทั้ง 10 แห่ง โดยเฉพาะในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย โดยใช้ชื่อว่า 'มาตรการ BKER' ประกอบด้วย  
-    B - Be clean ต้องสะอาดปลอดเชื้อโรค ทุกพื้นที่

-    K - Keep mask ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการทุกคนในศูนย์การค้าจะต้องสวมหน้ากาก ในกรณีที่ลูกค้าไม่ได้นำหน้ากากติดตัวมาด้วย ทางศูนย์ฯ จะมีบริการจัดเตรียมไว้ให้

-    E - E Payment หลีกเลี่ยงการชำระเงินสด แบบที่ต้องสัมผัสธนบัตรหรือเหรียญ และส่งเสริมการทำธุรกรรมแบบไร้เงินสด (cashless) ด้วยการสแกน QR code เพื่อชำระเงินผ่านโมบาย แบงก์กิ้ง หรือใช้บัตรเครดิต

-    R – Ready การเตรียมพร้อมอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์
นอกเหนือจากมาตรการ BKER แล้ว ศูนย์การค้าทั้ง 10 แห่ง ภายใต้การบริหารของกองรีท BKER ยังให้ความสำคัญเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 อันประกอบด้วย  
1) การจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการในร้านค้าแต่ละแห่งภายในศูนย์ฯ เพื่อลดความแออัด

2) กำหนดการยืนหรือนั่งในพื้นที่ส่วนกลาง จะต้องมีระยะห่างกันอย่างน้อย 1.5-2 เมตร

3) ลดความหนาแน่นในการใช้ลิฟต์โดยสาร โดยภายในลิฟต์จะมีสัญญลักษณ์กำหนดจุดในการยืนไว้ให้

4) ร้านค้าแต่ละแห่งภายในศูนย์การค้าจะต้องจัดวางเก้าอี้นั่ง โดยให้ความสำคัญเรื่องการเว้นระยะห่าง

5) จัดระเบียบการเข้าคิวใช้บริการในแต่ละร้านค้า โดยจะต้องมีระยะห่างในการรอเพื่อเข้าใช้บริการ

6) กำชับให้พนักงานทั้งหมดภายในศูนย์การค้าต้องให้ความสำคัญเรื่องการรักษาระยะห่างระหว่างการสนทนากับลูกค้า
อย่างไรก็ดี ก่อนการเข้าใช้บริการในศูนย์การค้าทุกแห่งภายใต้การบริหารของกองรีท BKER ผู้ใช้บริการจะต้องสแกน QR code เข้าไปในเว็บไซต์ 'ไทยชนะ’ เพื่อเช็คอินและเช็คเอาท์เมื่อใช้บริการของศูนย์ฯ
นายพรชลิต กล่าวว่า  นอกจากกองรีท BKER จะให้ความสำคัญกับการบริหารศูนย์การค้าทั้ง 10 แห่งอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเพื่อความสะอาดและปลอดภัยของผู้ใช้บริการแล้ว    ก็ยังเดินหน้าสรรหาโครงการศูนย์การค้าใหม่ๆ ที่มีศักยภาพดี เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อันจะมีส่วนช่วยให้ฐานรายได้ของ BKER เติบโตมากขึ้น จากการขยายฐานลูกค้า BKER ไปยังพื้นที่ใหม่ โดยจะให้ความสำคัญเรื่องการคัดเลือกเฉพาะโครงการที่มีองค์ประกอบเหมาะสม ด้วยการพิจารณาจากทำเลที่ตั้ง ขนาดโครงการ ประเภทกลุ่มลูกค้า รวมถึงการออกแบบโครงการด้วย เพื่อการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและก้าวหน้าของกองรีท BKER ในระยะยาว  
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.